» Home : หน้าหลัก
อังคาร, 06 มกราคม 2009
Advertisement
banner2
ความคาดหวังการศึกษาใหม่กับรัฐบาลใหม่
เขียนโดย ครูมนตรี   
จันทร์, 22 ธันวาคม 2008

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๒

H a p p y N e w  Y e a r 2009 : ปีใหม่นี้ ก็ขอให้ทุกท่านได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ๆ ก้าวเดินไปกับเส้นทางใหม่ๆ หันหลังให้กับเส้นทางเดิมๆ ที่แสนขรุขระกันดีกว่า ไม่ว่าจะปรารถนาสิ่งใดก็ขอให้สมใจปรารถนา มีความสุข สดชื่น สมหวัง ลาภ ยศ สรรเสริญ ตลอดปีใหม่นี้ และตลอดไป ทุกๆ ท่านนะครับ...  Laughing

Welcome
or เวรกรรม

ยินดีต้อนรับรัฐบาลใหม่ คณะรัฐมนตรีใหม่ รัฐมนตรีว่าการและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการชุดใหม่ ด้วยความหวังซ้ำซาก คือ อยากเห็นการปฏิรูปการศึกษาที่เป็นรูปธรรมเกิดประโยชน์มรรคผลกับระบบการศึกษา ไม่ใช่การปรับเก้าอี้สนองคุณหัวคะแนน แต่เป็นการปรับกลยุทธ์ กระบวนการจัดการให้การศึกษาไทยก้าวหน้า ทัดเทียมหรือแซงหน้าประเทศอื่นๆ ไม่ขอไกลแค่ในกลุ่มอาเซียนของเราก็ยังดีครับ ขอเป็นผู้นำทางการศึกษาในระดับอาเซียน คงไม่ขอมากไปนะครับ

Image 

นี่ก็ใกล้จะปีใหม่แล้ว อยากฟังข่าวดีคือการอยู่รอดของประเทศชาติ พ้นจากการเผาหลอกเผาจริงทางเศรษฐกิจ กลับสู่สภาวะปกติ เพราะสิ่งเหล่านี้ถ้ารัฐบาลใหม่ทำได้ ย่อมจะส่งผลดีต่องบประมาณที่จะนำมาใช้ในการจัดการศึกษา ตราบใดที่ท้องเราหิวโหยจะมีพละกำลังที่ไหนจะมาผลักดันการศึกษาให้ก้าวไปข้างหน้าได้ ก็ได้แต่หวังว่า ทุกฝ่ายจะหันหน้าเข้าหากัน ลืมผลประโยชน์ส่วนตนมาช่วยกันสร้างผลประโยชน์ของชาติ เพราะตลอดระยะเวลากว่าครึ่งปีที่พวกท่านทั้งหลายเหยียบย่ำทำลายประเทศชาตินั้นมากเกินไปแล้ว ชัยชนะบนความพินาศฉิบหายของบ้านเมือง ใครจะรับผิดชอบได้ (หาใช่ลมปากแต่พวกคุณต้องช่วยกัน)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( เสาร์, 03 มกราคม 2009 )
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
 
ครูปูชนียบุคคล พลังของแผ่นดิน
เขียนโดย ครูมนตรี   
อังคาร, 09 ธันวาคม 2008

ครูปูชนียบุคคล
พลังของแผ่นดิน

ถ้วยรางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 80 พรรษา สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคมและโรงเรียนได้จัดประกวดเรียงความ เรื่อง “ครูปูชนียบุคคล พลังของแผ่นดิน” ขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งทรงเป็น “ครูของแผ่นดิน” และเพื่อให้ทุกคนในชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญของครู ผู้มีบทบาทและภาระหน้าที่โดยตรงในการอบรมสั่งสอนเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถเป็นอนาคตของชาติที่เข้มแข็งและมีคุณค่า ครูจึงเป็นพลังของแผ่นดินที่สำคัญยิ่ง โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ ประเภทประชาชน นิสิตนักศึกษา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

ที่กล่าวถึงนี่ข่าวเก่านะครับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ผลที่ออกมาเรียงความในระดับนิสิตนักศึกษานี่ต้องกล่าวถึงสักหน่อย เพราะผู้เขียนเรียงความได้รับรางวัลชนะเลิศคว้าถ้วยพระราชทานฯ พร้อมเงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท นี่เป็นลูกชายผมเอง นายปรเมศวร์ โคตรคันทา นิสิตชั้นปีที่ ๓ ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ก็เป็นความภาคภูมิใจของพ่อ-แม่ที่เป็นครู ที่มีลูกเขียนเรียงความถึงอาชีพของพ่อแม่ มีถ้อยคำสำนวนจนได้รับรางวัลชนะเลิศ อ่านดูหน่อยไหมครับ?

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( ศุกร์, 12 ธันวาคม 2008 )
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
 
อาถรรพ์เลข 13
เขียนโดย ครูมนตรี   
อังคาร, 09 ธันวาคม 2008

ไขปริศนาเลข 13 หลักบนบัตรประชาชน

... คุณเคยสงสัยไหมว่า เลขบัตรประชาชนทำไมต้องมี 13 หลัก ตัวเลขเหล่านี้มีความหมายอย่างไร? อยากรู้ใช่ไหมล่ะ มาคลายสงสัยกันได้จากเรื่องราวของตัวเลขเหล่านี้กันดีกว่า...

บัตรประชาชนคนไทย โดยความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะเรียนหรือทำอะไร ตัวเลขก็ล้วนมีเอี่ยว หรือมายุ่งเกี่ยวกับชีวิตประจำวันของคนเราเสมอ และในทางกลับกัน ตัวเลขบางตัวอาจจะทำให้เรามีความสุขขึ้นด้วยซ้ำ เช่น ตัวเลข 4 ในผลการเรียนของนักเรียน ตัวเลขเพิ่มขึ้นของเงินเดือนหรือโบนัส ตัวเลขในบัญชีรายรับ ตัวเลขมูลค่าเพิ่มของหุ้นที่เราซื้อ ฯลฯ ยกเว้น ตัวเลขดอกเบี้ยเงินกู้ ที่งามโดยไม่ต้องรดน้ำ หรือตัวเลขยอดหนี้ที่ยังไม่จ่าย ส่วนตัวเลขที่น่ารังเกียจอีกตัว คือ ตัวเลขอายุที่เพิ่มขึ้นของสาวๆ ที่ยังไม่แต่งงาน (เขาเรียกตัวเลข ขึ้นคาน) เป็นต้น

นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ยังมี “ตัวเลข” ที่ เกี่ยวพันกับความเชื่อต่างๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศอีกหลายตัว เช่น คนไทยถือว่า เลข 9 เป็นเลขมงคล เพราะออกเสียงว่า “เก้า” ที่พ้องกับคำว่า “ก้าว” อันหมายถึง ความเจริญก้าวหน้า ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบัน เราจึงเห็นคนไทยจำนวนไม่น้อย ไปทัวร์ไหว้พระ 9 วัดเพื่อความเป็นสิริมงคล จนได้กลายมาเป็นการ “ทำบุญ” อีกรูปแบบที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย หรือป้ายทะเบียนรถยนต์ 9999 ที่ราคาแพงกว่ารถที่ติดป้ายก็มีเหมือนกัน

สำหรับฝรั่ง เขาจะถือว่า เลข 13 เป็นเลขอาถรรพ์ หรือเลขอัปมงคล  หรือเรียกกันว่า ลัคกี้นัมเบอร์ (Lucky number) สาเหตุมาจากอาหารมื้อสุดท้าย ของพระเยซูคริสต์ ที่เรียกกันว่า เดอะลาสซับเปอร์ (The Last Supper) นั้น มีสาวกร่วมโต๊ะพร้อมกับพระองค์ นับรวมแล้วได้ 13 คนพอดี ครั้นวันรุ่งขึ้นซึ่งตรงกับวันศุกร์ พระองค์ก็ถูกจับตรึงกางเขนจนสิ้นพระชนม์ เขาจึงถือว่าวันศุกร์ที่ตรงกับวันที่ 13 เป็นวันโชคร้าย

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( อังคาร, 09 ธันวาคม 2008 )
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม...
 
ข่าวและบทความอื่นๆ...
<< หน้าแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

ผลลัพธ์ 1 - 4 จาก 49