<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>P&#039;Por : นักเดินทาง</title>
	<atom:link href="http://www.krumontree.com/ppor/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.krumontree.com/ppor</link>
	<description>สานฝันนักเดินทางสู่เส้นทางบิน</description>
	<lastBuildDate>Tue, 29 Jan 2013 14:37:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>ไฟลท์ที่ไม่มีใครอยากทำ</title>
		<link>http://www.krumontree.com/ppor/?p=787</link>
		<comments>http://www.krumontree.com/ppor/?p=787#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Jun 2012 02:25:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>EK Cabin Crew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Airline]]></category>
		<category><![CDATA[crew]]></category>
		<category><![CDATA[Dubai]]></category>
		<category><![CDATA[EK]]></category>
		<category><![CDATA[Emirates]]></category>
		<category><![CDATA[flight]]></category>
		<category><![CDATA[life]]></category>
		<category><![CDATA[Sefety]]></category>
		<category><![CDATA[services]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานต้อนรับ]]></category>
		<category><![CDATA[สจ๊วต]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โฮสเตส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krumontree.com/ppor/?p=787</guid>
		<description><![CDATA[อาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินนี่ จะว่าเป็นงานที่ง่ายก็ง่าย ยากก็ยากครับ บางทีเลือกไม่ได้ เพราะต้องไปบิน &#8220;ไฟลท์ที่ไม่มีใครอยากทำ&#8221; ถ้ามองจากมุมมองของผู้โดยสารก็ถูกครับ ว่างานนี้ไม่ต้องทำอะไรมาก เครื่องขึ้น เสิร์ฟ เครื่องลง ไปโรงแรม นอน ช๊อปปิ้ง เที่ยว ทานอาหารดีๆ หรู วันต่อมาทำไฟลท์กลับมานอนบ้าน หยุดสองสามวัน แล้วก็เริ่มวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนหมดตารางบินของเดือนนั้นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บางอย่างเลือกไม่ได้หรอกครับ โดยเฉพาะในสายการบินใหญ่ที่มีไฟลท์ผสมปนเปกันไปทั้ง ไปยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกา อินเดียและแอฟริกาครับ ดังนั้น ไฟลท์ที่เราบินไป เมืองที่เราบินไปบางทีก็มีความเสี่ยง และความไม่น่าอภิรมย์ในการทำไฟลท์เช่นกันครับ 1.  ระยะเวลาบิน บางไฟลท์ที่เราต้องเดินทางข้ามทวีปไกลๆ แบบ Ultra-long haul ไฟลท์ เช่น จากดูไบไปสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกาใต้ ใช้เวลาบินราวๆ 12 ชั่วโมงขึ้นไป นับเป็นความทรมานอย่างหนึ่งของลูกเรือครับ ตามหลักการแล้วเราจะมีเวลาให้พักบนเครื่องบินเริ่มตั้งแต่สี่สิบห้านาทีถึงสามชั่วโมง ตามแต่ระยะเวลาทำการบินจริง ซึ่งสำหรับลูกเรือบางคนแล้ว ไม่ชอบทำไฟลท์ยาวๆ แบบนี้ครับ เพราะบางทีเวลาพักอาจจะมีน้อยกว่าความเป็นจริง รวมถึงบางคนมีอาการนอนไม่หลับบนเครื่อง [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>อาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินนี่ จะว่าเป็นงานที่ง่ายก็ง่าย ยากก็ยากครับ บางทีเลือกไม่ได้ เพราะต้องไปบิน <span style="color: #000080;"><strong>&#8220;ไฟลท์ที่ไม่มีใครอยากทำ&#8221;</strong></span></p>
<p>ถ้ามองจากมุมมองของผู้โดยสารก็ถูกครับ ว่างานนี้ไม่ต้องทำอะไรมาก เครื่องขึ้น เสิร์ฟ เครื่องลง ไปโรงแรม นอน ช๊อปปิ้ง เที่ยว ทานอาหารดีๆ หรู วันต่อมาทำไฟลท์กลับมานอนบ้าน หยุดสองสามวัน แล้วก็เริ่มวัฏจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนหมดตารางบินของเดือนนั้นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว บางอย่างเลือกไม่ได้หรอกครับ โดยเฉพาะในสายการบินใหญ่ที่มีไฟลท์ผสมปนเปกันไปทั้ง ไปยุโรป ออสเตรเลีย อเมริกา อินเดียและแอฟริกาครับ ดังนั้น ไฟลท์ที่เราบินไป เมืองที่เราบินไปบางทีก็มีความเสี่ยง และความไม่น่าอภิรมย์ในการทำไฟลท์เช่นกันครับ<span id="more-787"></span></p>
<p><span style="color: #000080; font-size: large;"><strong>1.</strong></span>  <span style="color: #000080;"><strong>ระยะเวลาบิน</strong></span> บางไฟลท์ที่เราต้องเดินทางข้ามทวีปไกลๆ แบบ <strong>Ultra-long haul</strong> ไฟลท์ เช่น จากดูไบไปสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกาใต้ ใช้เวลาบินราวๆ 12 ชั่วโมงขึ้นไป นับเป็นความทรมานอย่างหนึ่งของลูกเรือครับ ตามหลักการแล้วเราจะมีเวลาให้พักบนเครื่องบินเริ่มตั้งแต่สี่สิบห้านาทีถึงสามชั่วโมง ตามแต่ระยะเวลาทำการบินจริง ซึ่งสำหรับลูกเรือบางคนแล้ว ไม่ชอบทำไฟลท์ยาวๆ แบบนี้ครับ เพราะบางทีเวลาพักอาจจะมีน้อยกว่าความเป็นจริง รวมถึงบางคนมีอาการนอนไม่หลับบนเครื่อง เพราะในบริเวณที่พักของลูกเรือ อากาศจะแห้งกว่าปกติ ไม่ทราบว่าทำไมเหมือนกันนะครับ ทำให้ไม่ได้พักตลอดทั้งไฟลท์ก็เกิดอาการเหนื่อยล้าตามมาได้</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-814" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="บินไปสู่เมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อ Rio อเมริกาใต้" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/05/por@Rio.jpg" alt="por@Rio" width="550" /></p>
<p>บางไฟลท์สั้นมากอย่างเวลาบินจริง 40 นาที แต่ต้องให้บริการอาหารแบบถาดในชั้นประหยัด พร้อมชากาแฟ พร้อมโหลดผู้โดยสารเต็ม ก็ต้องลองคิดถึงความวุ่นวายและความเร่งรีบที่จะเกิดขึ้นบนไฟลท์ครับ จนเป็นที่มาของคำศัพท์ลูกเรืออย่าง <strong><span style="color: #000080;">&#8220;เซิ้ง&#8221;</span></strong> คือเสิร์ฟแบบมือเป็นระวิงไม่ได้หยุด การทำไฟลท์แบบนี้บางทีมีความเครียดพอสมควรนะครับ เพราะในขณะที่เรากำลังให้บริการอยู่นั้น เครื่องก็ใกล้จะถึงที่หมายแล้ว ถาดก็ยังไม่ได้เก็บ หลังจากนั้นยังต้องมาเตรียมผู้โดยสารและเคบินให้พร้อมสำหรับการนำเครื่องลงอีก เรียกว่างานนี้ต้องวางแผนเรื่องเวลาอย่างดี จนบางทีเราต้องขอเก็บถาดจากผู้โดยสารในขณะที่ท่านๆ กำลังทานแซนด์วิชไปไม่ถึงครึ่งเลยก็มีครับ ลูกเรือก็จะพบกับปัญหาในการรีบก้มเก็บถาด งอหลัง แล้วก็ปวดหลังได้ครับ</p>
<p><strong><span style="color: #000080;"><span style="font-size: large;">2.</span>  มหกรรมกระเป๋าและถุงดิวตี้ฟรี</span></strong> ไฟลท์ที่ขึ้นชื่อมากๆ เรื่องกระเป๋าจำนวนมหาศาลก็ได้แก่ไฟลท์ไปยังอินเดียและปากีสถานครับ เนื่องจากผู้โดยสารส่วนมากเดินทางต่อเครื่องมาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งในเส้นทางนี้เราให้น้ำหนักกระเป๋ามากเป็นพิเศษมากกว่าเที่ยวบินอื่น ดังนั้นเมื่อมาต่อเครื่องไปยังเมืองปลายทางในอินเดีย ลูกเรือก็จะต้องเตรียมรับมือกับกระเป๋าเดินทางขนาดเท่าตู้เย็น น้ำหนักสิบกิโลกรัมขึ้นไป ท่านละหนึ่งใบ ครอบครัวสี่ท่าน รวมสี่ใบเบ็ดเสร็จ ซึ่งจะต้องนำไปเก็บในช่องเก็บของด้านบน ซึ่งเครื่องบางรุ่นมีที่เก็บของขนาดเล็ก เมื่อผนวกรวมกับปริมาณถุงสินค้าดิวตี้ฟรีที่ท่านผู้โดยสารอุดหนุนมาจากในสนามบินแล้ว ก็เรียกว่า เต็มทุกตารางนิ้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-815" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="เที่ยวบินสู่โจฮันเน็ทเบอร์ก ชมฟุตบอลโลก" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/05/por@johan3.jpg" alt="por@johan3" width="550" /></p>
<p>ลูกเรือก็ต้องจัดที่วางของ บริหารช่องเก็บของดีๆ ครับ เพื่อให้ท่านผู้โดยสารทุกท่านได้มีที่วางของเพียงพอ ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์ <strong><span style="color: #000080;">&#8220;ออฟโห(ล)ด&#8221;</span></strong> กระเป๋าแบบโหดๆ ซึ่งอาจจะชะลอเวลาการออกเดินทางไปได้หลายนาทีนะครับ รวมถึงเกิดอาการดราม่า ทั้งลูกเรือและผู้โดยสาร ที่ยืนยันว่าจะต้องเอากระเป๋าไว้ใกล้ตัวให้มากที่สุด แต่เนื่องจากไม่มีที่สำหรับวางแล้ว ก็จำเป็นต้องออฟโหลดลงไปเก็บไว้ที่ใต้ท้องเครื่องบินครับ และปัญหาที่ตามมาคือการปิดช่องเก็บของเหนือศรีษะครับ เครื่องบางรุ่น ช่องเก็บของจะต้องใช้ระบบผลักขึ้นไปปิด ซึ่งเมื่อเต็มแล้วน้ำหนักรวมน่าจะสามสิบกิโลกรัมได้ ก็อาจส่งผลให้ลูกเรือมีปัญหาปวดหลังในระยะยาวได้ครับ รวมถึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บด้วยนะครับ</p>
<p><span style="font-size: medium; color: #000080;"><strong>3.</strong></span> <span style="color: #000080;"><strong> เครื่องเก่า</strong></span> ปัญหาเยอะ ผ้าห่มไม่พอ อาหารพิเศษ ปัญหาเครื่องบินรุ่นเก่านี่นำความปวดหัวมาให้ลูกเรือทุกไฟลท์เลยครับ นับตั้งแต่ช่องเก็บของไม่พอ อุปกรณ์ครัวเก่าบ้าง เสียบ้าง ปัญหาเรื่องที่นั่งรุ่นคุณทวด ที่แข็ง แล้วก็ยังมีระบบถุงลมเสีย ไม่สามารถปรับลงได้ ก็ทำให้ผู้โดยสารนั่งไม่สบายตลอดการเดินทาง เราก็พยายามจะเปลี่ยนที่นั่งให้ แต่ถ้าไฟลท์เต็ม ก็สุดวิสัยที่เราจะทำได้ครับ นอกจากเสนอหมอนกับผ้าห่มให้เพิ่ม</p>
<p>อะไรที่แก้ได้ ซ่อมได้ตามที่เรารู้ก็ทำกันไป แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนครับ เรื่องระบบความบันเทิงนี่ก็เป็นอีกอย่างนึงที่ปวดหัวมากๆ เช่นกันครับ ด้วยความที่ผู้โดยสารมีความคาดหวังสูงกับระบบความบันเทิงของเรา อาจจะบินมาไฟลท์แรกได้เครื่องใหม่ ระบบดีเยี่ยม พอไฟลท์ต่อมาได้บินเครื่องเก่า ระบบรุ่นแรกที่บริษัทมี ก็จะเกิดการเปรียบเทียบ แล้วก็เกิดอาการงง ว่าจะใช้จอรุ่นนี้ยังไง แล้วก็มีดราม่าตามมาตามปกติครับ เพราะว่าพอจอเก่า ผ่านการใช้งานมานาน บางทีก็ติดๆ ดับๆ ภาพไม่คมชัดบ้าง หรือบางทีก็เสียขึ้นมาซะดื้อๆ พยายามรีเซทแล้ว ก็ไม่ได้ผล อย่างน้อยยังดีครับ ว่าบริษัทมีแผนที่จะปลดระวางเครื่องรุ่นนี้ในอนาคตอันใกล้ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-818" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="Entertainment in Flight" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/06/cabin.jpg" alt="Entertainment in Flight" width="499" height="331" /></p>
<p><span style="color: #000080;"><span style="font-size: large;"><strong>4.</strong></span> <strong>  โรคระบาด</strong></span> เมืองอันตราย อย่าเพิ่งคิดไปไกลครับว่า เราจะได้บินไปแต่เมืองสวยๆ ดีๆ แบบในละครเท่านั้น เพราะเรายังมีจุดหมายปลายทางการบินในทวีปแอฟริกาและบางเมืองในอินเดียที่เราจะต้องไปค้างคืนที่นั่นครับ ซึ่งในบางครั้งเมืองที่เราบินไปก็มีความเสียงต่อทั้งสุขภาพและความปลอดภัยของตัวเราเองก็มีนะครับ แม้บางทีทางสายการบินจะให้ความรับรองความปลอดภัยและออกมาตรการต่างๆ ที่มีมาตรฐานตามความจำเป็นแล้วก็ตาม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกังวลกับสิ่งที่เราไม่อาจคาดเดาได้อย่าง</p>
<p>โรคมาลาเรีย บางประเทศในแอฟริกายังเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงของการระบาดของมาลาเรีย ดังนั้น เราก็ต้องป้องกันไว้ก่อนครับ อย่างเราสามารถไปขอรับยามาจากบริษัท เตรียมเสื้อผ้าแขนขายาว และโลชั่นกันยุง แต่ทั้งหมดทั้งมวล ลูกเรือก็ต้องคอยระมัดระวังในเวลาที่ต้องออกไปข้างนอก เป็นต้นครับ รวมไปถึงการระมัดระวังเรื่องอาหารการกิน ไม่เช่นนั้นเราก็อาจจะพบกับอาการอาหารเป็นพิษ ทำให้ต้องหยุดอยู่เมืองนั้นๆ ไปอีกหนึ่งวันหรือสองวัน เพื่อให้คุณหมอรับรองอาการว่าเราสามารถบินกลับไปทำงานได้ตามปกตินะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-820" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="ในเมืองลากอส ไนจีเรีย เคยไปมาครั้งหนึ่งจราจร จลาจลมากๆ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/06/lagos.jpg" alt="ลากอส ไนจีเรีย" width="501" height="372" /></p>
<p>ส่วนเรื่องสวัสดิภาพความปลอดภัย บางเมืองก็น่ากลัวมากจริงๆ ครับ จนถึงขนาดทางบริษัทแนะนำให้ลูกเรือพักอยู่แต่ในโรงแรมเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย การนั่งรถมาจากสนามบินห้ามเปิดม่านหน้าต่าง เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจ หรือแม้แต่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินทางไปกับเราในเที่ยวบินนั้นด้วยครับ เรื่องความปลอดภัยนี่ยังรวมถึง มาตรฐานของสนามบินด้วยนะครับ บางแห่งสนามบินเก่ามาก ไม่น่าจะเรียกว่าสนามบินได้ด้วยซ้ำ แถมความสกปรกมาอีก ก็ต้องทำใจกันไปหล่ะครับ</p>
<p><strong><span style="color: #000080;"><span style="font-size: large;">5.</span>  เครื่องบินสองคลาส </span></strong><strong></strong><span style="color: #000080;"><span style="color: #000000;">สายการบินของเรา เครื่องบินส่วนมากก็จะจัดที่นั่งแบบสามชั้นโดยสารครับ แต่พอถึงเวลาที่เป็นเครื่องบินสองชั้นโดยสารที่มีชั้นธุรกิจกับชั้นประหยัดแล้ว การทำงานก็จะถือว่ายากเพิ่มขึ้นพอตัวครับ เพราะว่าจำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มมากขึ้นประมาณสี่ร้อยท่าน เมื่อเทียบกับสัดส่วนของพนักงานที่ให้บริการบนเครื่อง ทำให้บางครั้งการบริการใช้เวลานาน นับตั้งแต่การเริ่มบอร์ดผู้โดยสารที่จะนานกว่าปกติ การให้บริการอาหารก็จะค่อนข้างยุ่งยาก ประกอบกับความยาวของห้องโดยสารที่จะเพิ่มขึ้น ทำให้ลูกเรือต้องเดินไกลมากขึ้นครับ</span></span><strong></strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #000080;"><img class="aligncenter size-full wp-image-821" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="ห้องสุขาบนเครื่องบิน" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/06/toilet.jpg" alt="ห้องสุขาบนเครื่องบิน" width="550" height="367" /></span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #000080;"><span style="font-size: large;">6.</span>  ผู้โดยสารที่รัก (และห้องน้ำ) </span></strong><span style="color: #000000;">สำหรับบางไฟลท์ก็เป็นที่ร่ำลือกันมากถึงความวุ่นวายของท่านผู้โดยสารครับ อย่างบางไฟลท์ผู้โดยสารรักการดื่มมากๆ มากซะจนทำให้พนักงานอย่างเราไม่ได้หยุดให้บริการจนถึงขั้นที่เรียกว่า <strong>&#8220;ดื่มจนหมดทั้งบาร์&#8221;</strong> ซึ่งบางครั้งก็ตามมาด้วยอาการมึนเมา ส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารท่านอื่น บางไฟลท์ผู้โดยสารส่วนมากเป็นแรงงาน พึ่งเคยนั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรก ก็มักจะไม่ค่อยทราบวิธีการใช้ห้องน้ำที่ถูกต้องว่ากดตรงไหน ทิ้งขยะตรงไหน จนเมื่อจบไฟลท์ ห้องน้ำก็กลายเป็นห้องขยะไปได้ครับ หรือบางไฟลท์ผู้โดยสารไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ ก็ทำให้เกิดความลำบากในการสื่อสารระหว่างลูกเรือและท่านผู้โดยสารครับ</span><strong><span style="color: #000080;"><br />
</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #000080;"><span style="font-size: large;">7.</span>  โรงแรมผีหลอก</span></strong> เรื่องโรงแรมผีสิงกับลูกเรือนี่เป็นของคู่กันครับ บางครั้งก็เลือกไม่ได้ ก็ต้องไปบินไฟลท์ที่มีเรื่องเล่าน่ากลัว แตกต่างกันไป อาจจะด้วยเพราะสภาพของโรงแรมและสถานที่ต้ังก็เป็นได้ครับ อย่างบางที่เก่ามาก บวกกับการตกแต่งสไตล์หลอนๆ ตั้งอยู่ริมบึงขนาดใหญ่ มีต้นไม้ขึ้นสูงทึบ จึงไม่แปลกที่จะมีเรื่องเล่ามาชวนให้ขนหัวลุกตั้งแต่อยู่บนเครื่อง คนไม่กลัวผีก็สนุกสิครับ แต่คนกลัวผีอย่างเราๆ บางทีนอนไม่ได้ ต้องเปิดไป เปิดทีวีนอนทั้งคืนแบบนั้น หลับๆ ตื่นๆ ก็มีครับ ทำได้ก็พึ่งพระพึ่งเจ้ามาช่วยคุ้มครองครับ พูดถึงเรื่องโรงแรมก็บางทีเรื่องความสะอาดก็ยังไม่ดีพอครับ บางที่รีบทำความสะอาดไป เพื่อให้ทันเวลาที่เราเชคอิน ก็ยังไม่สะอาด หรือบางทีโรงแรมเก่ามากจนแอร์ในห้องบางทีไม่ทำงาน ก็ต้องแก้ปัญหากันไปครับ รวมถึงบางเมืองที่เราบินไป บริษัทก็บังเอิญจัดให้เราไปอยู่โรงแรมใกล้ๆ สนามบิน ซึ่งการเดินทางเข้าเมืองไปเที่ยวก็ลำบากมากพอควร ทั้งเรื่องเวลาแล้วก็ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้าเมืองครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-822" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="โรงแรมผีหลอก ความจริงหรือคำร่ำลือ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/06/hotel.jpg" alt="โรงแรมผีหลอก ความจริงหรือคำร่ำลือ" width="500" height="332" /></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>8. เวลาบินของเที่ยวบิน</strong></span> เนื่องจากการเดินทางทางอากาศ หลักการหนึ่งที่สายการบินยึดถือคือ ยิ่งเครื่องจอดบนพื้นนานเท่าไหร่ ยิ่งเสียโอกาสทำรายได้มากเท่านั้น ดังนั้นการปฏิบัติการบิน จึงทำตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงครับ ดังนั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่เราจะเห็นเครื่องบินออกและเข้าตลอดเวลาทั้งเช้ามืดหรือกลางดึก ทำให้ลูกเรือก็จะต้องออกไปทำงานในช่วงเวลาที่แปลกๆ พิสดาร อย่างออกเดินทางตีสอง ซึ่งจริงๆ ควรจะเป็นเวลานอน แต่ก็ต้องตื่นออกมายิ้มรับผู้โดยสาร หรือบางไฟลท์เป็นไฟลท์ที่เรียกว่า <strong>Early morning flight</strong> ตลอดเวลา คือ ออกเช้ามืด ไปถึงที่หมายกลางดึก พักหนึ่งวัน ออกเช้ามืด กลับมาถึงปลายทางกลางดึก แบบนี้ก็ทำให้ <strong>Body clock</strong> ปั่นป่วนได้มากเลยครับ (อาการสลึมสลือจากการหลงเวลา)</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-824" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="เที่ยวบินไกลไปอเมริกาใต้ เมืองริโอ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/06/rio2.jpg" alt="เที่ยวบินไกลไปอเมริกาใต้ เมืองริโอ" width="550" /></p>
<p>แม้ว่าทางบริษัทจะอนุญาตให้ลูกเรือสามารถสลับหรือแลกตารางบินไปบินไฟลท์อื่นแทนได้ แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้การแลกไฟลท์บินนั้นไม่สามารถทำได้ ดังนั้น  บางทีเราเลือกไม่ได้ครับ ต้องไปบิน <strong><span style="color: #000080;">&#8220;ไฟลท์ที่ไม่มีใครอยากทำ&#8221;</span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krumontree.com/ppor/?feed=rss2&#038;p=787</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝึกงานกับการบินไทย (2)</title>
		<link>http://www.krumontree.com/ppor/?p=782</link>
		<comments>http://www.krumontree.com/ppor/?p=782#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 May 2012 07:44:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>EK Cabin Crew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Airline]]></category>
		<category><![CDATA[Bangkok]]></category>
		<category><![CDATA[college]]></category>
		<category><![CDATA[crew]]></category>
		<category><![CDATA[training]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การแต่งกาย]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานต้อนรับ]]></category>
		<category><![CDATA[สจ๊วต]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โฮสเตส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krumontree.com/ppor/?p=782</guid>
		<description><![CDATA[รู้เรื่องคร่าวๆ ของกองนี้ไปบ้างแล้วนะครับ วันนี้จะมาเล่าต่อว่าประสบการณ์ที่น่าประทับใจในช่วงที่ฝึกงานมีอะไรกันบ้าง เนื่องจากเพื่อนๆ ที่ฝึกงานด้วยกัน เรียนมาทางด้านนี้กันทั้งนั้น ดังนั้น เพื่อนๆ ก็จะทราบว่าวิธีการอ่านออกเสียงตัวอักษรในทางการบินเค้าพูดกันว่ายังไง ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่จะสะกดชื่อผู้โดยสารผ่านทางวิทยุสื่อสาร ถ้าออกเสียง B กับ C ก็จะฟังคล้ายๆ กัน ทำให้ความหมายในการสื่อสารผิดพลาดไปได้ ดังนั้น จึงมีการกำหนดวิธีการออกเสียงการสะกดคำมาเป็นมาตรฐานครับ ซึ่งเราก็ไม่รู้มาก่อนว่าเค้าสะกดกันแบบนี้ งานนี้เลยต้องขอยืมหนังสือของเพื่อนๆ มาฝึกจำกันบ้างครับ เวลาได้ใช้วิทยุสื่อสารจริงๆ แล้วจะได้ดูเป็นมืออาชีพกันหน่อย งั้นมาดูกันครับว่าวิธีการออกเสียงแบบที่พูดถึงนี้เป็นยังไง A ออกเสียงเป็น ALFA B ออกเสียงเป็น BRAVO C ออกเสียงเป็น CHALIE D ออกเสียงเป็น DELTA ดังนั้นถ้าจะสะกดคำว่า BAD ก็จะได้เป็น BRAVO &#8211; ALFA &#8211; DELTA เป็นต้นครับ หรือคำว่า EMIRATES ก็จะเป็น ECHO &#8211; MIKE &#8211; INDIA [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-791" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="thai_airway" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/05/thai_airway.gif" alt="การบินไทย" width="211" height="211" /><span style="font-size: large;">รู้</span>เรื่องคร่าวๆ ของกองนี้ไปบ้างแล้วนะครับ วันนี้จะมาเล่าต่อว่าประสบการณ์ที่น่าประทับใจในช่วงที่ฝึกงานมีอะไรกันบ้าง</p>
<p>เนื่องจากเพื่อนๆ ที่ฝึกงานด้วยกัน เรียนมาทางด้านนี้กันทั้งนั้น ดังนั้น เพื่อนๆ ก็จะทราบว่าวิธีการอ่านออกเสียงตัวอักษรในทางการบินเค้าพูดกันว่ายังไง ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่จะสะกดชื่อผู้โดยสารผ่านทางวิทยุสื่อสาร ถ้าออกเสียง <strong>B</strong> กับ <strong>C</strong> ก็จะฟังคล้ายๆ กัน ทำให้ความหมายในการสื่อสารผิดพลาดไปได้ ดังนั้น จึงมีการกำหนดวิธีการออกเสียงการสะกดคำมาเป็นมาตรฐานครับ ซึ่งเราก็ไม่รู้มาก่อนว่าเค้าสะกดกันแบบนี้ งานนี้เลยต้องขอยืมหนังสือของเพื่อนๆ มาฝึกจำกันบ้างครับ เวลาได้ใช้วิทยุสื่อสารจริงๆ แล้วจะได้ดูเป็นมืออาชีพกันหน่อย งั้นมาดูกันครับว่าวิธีการออกเสียงแบบที่พูดถึงนี้เป็นยังไง</p>
<p><strong>A</strong> ออกเสียงเป็น <strong>A</strong>LFA</p>
<p><strong>B</strong> ออกเสียงเป็น <strong>B</strong>RAVO</p>
<p><strong>C</strong> ออกเสียงเป็น <strong>C</strong>HALIE</p>
<p><strong>D</strong> ออกเสียงเป็น <strong>D</strong>ELTA<span id="more-782"></span></p>
<p>ดังนั้นถ้าจะสะกดคำว่า <strong>BAD</strong> ก็จะได้เป็น <strong>B</strong>RAVO &#8211; <strong>A</strong>LFA &#8211; <strong>D</strong>ELTA เป็นต้นครับ หรือคำว่า <strong>EMIRATES</strong> ก็จะเป็น <strong>E</strong>CHO &#8211; <strong>M</strong>IKE &#8211; <strong>I</strong>NDIA &#8211; <strong>R</strong>OMEO &#8211; <strong>A</strong>LFA &#8211; <strong>T</strong>ANGO &#8211; <strong>E</strong>CHO &#8211; <strong>S</strong>IERRA แบบนี้ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-795" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="เคาท์เตอร์เช็คอินการบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/05/training_03.jpg" alt="เคาท์เตอร์เช็คอินการบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ" width="450" height="315" /></p>
<p>นอกเหนือจากงานที่ต้องลงมือปฏิบัติแล้ว งานสำนักงานก็มีความสำคัญมากนะครับ เพราะเราจำเป็นจะต้องใช้คอมพิวเตอร์เชครายชื่อผู้โดยสาร ซึ่งการทำงานของระบบนี่ก็ไม่ง่ายเลยครับ คือจะต้องอาศัยการคีย์คำสั่งลงไปในระบบ แล้วก็มีตัวย่อมากมาย ซึ่งพี่ๆ ที่กอง ก็ช่วยสอนมาเยอะแยะ แต่สุดท้ายก็จำไม่ได้หรอกครับ แต่ก็พอจะคีย์คำสั่งง่ายๆ อย่าง เชคเวลาเที่ยวบินลง เกทที่ใช้ แบบนี้พอได้ครับ</p>
<p>ส่วนประสบการณ์ที่ต้องมาดูแลผู้โดยสารในไฟลท์ที่ล่าช้านี้ก็มีสองสามเหตุการณ์ที่จำได้นะครับ อย่างแรกคือ เที่ยวบินที่จะออกเดินทางไปเชียงใหม่ ล่าช้าเพราะว่าเครื่องเสียครับ พี่ๆที่กองพอทราบก็จะโทรไปบอกทางครัวการบินไทย ให้เตรียมของว่าง และเครื่องดื่มเพื่อที่พวกเราจะได้นำมารับรองท่านผู้โดยสารครับ สำหรับท่านผู้โดยสารชั้นหนึ่งกับชั้นธุรกิจ และสมาชิกบัตรทอง ก็จะมีเจ้าหน้าที่อีกกองหนึ่งพาไปรับรองที่ห้องรับรองสายการบินนะครับ ส่วนพวกเราที่ดูแลผู้โดยสารชั้นประหยัด ก็รับรองผู้โดยสารที่เกทนั่นแหละครับ ซักพักพอของว่างมาถึง เด็กๆ ฝึกงานอย่างเราก็มีหน้าที่ดูแลเรื่องของว่างนี่แหละครับ คือ ดูแลให้ผู้โดยสารได้รับของว่างท่านละหนึ่งชุด ก็จะมีน้ำเปล่า แซนด์วิชแล้วก็น้ำอัดลมครับ ระหว่างนั้นก็คอยตอบคำถามและให้ข้อมูลเป็นระยะๆ เกี่ยวกับตารางเวลาที่เครื่องจะออกเดินทาง และอำนวยความสะดวกอื่นๆ เท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าเหนือกว่าที่เราได้รับข้อมูลมาอันนี้ก็ต้องส่งต่อให้พี่ๆ เค้าหล่ะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-796" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="การต้อนรับผู้โดยสาร" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/05/training_02.jpg" alt="การต้อนรับผู้โดยสาร" width="550" /></p>
<p>ส่วนเที่ยวบินระหว่างประเทศนี่ เหตุการณ์จะยากแล้วก็ซับซ้อนเพิ่มไปอีกมากเลยครับ ถ้ากรณีต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศด้วยกัน ก็จะต้องรีบพาผู้โดยสารไปผ่านจุดตรวจค้นในสนามบินให้เร็วที่สุด ง่ายๆ คือ ขออนุญาตพาเข้าช่องตรวจค้นพิเศษครับ ส่วนถ้าต่อเครื่องจากเที่ยวบินระหว่างประเทศมาเที่ยวบินภายในประเทศ จะซับซ้อนไปสองเท่า เพราะนอกจากจะต้องพาผู้โดยสารผ่านจุดตรวจค้นแล้ว ยังต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอีกหนึ่งรอบ ซึ่งก็ในช่วงเช้าๆ ถึงสายๆ ผู้โดยสารจะเยอะมากทีเดียวครับ ทำให้เราต้องไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตรวจหนังสือเดินทางให้เปิดช่องพิเศษสำหรับผู้โดยสารไฟลท์นั้นโดยเฉพาะ กรณีที่มีผู้โดยสารต่อเที่ยวบินจำนวนมาก อย่าง เส้นทางภูเก็ต หรือเชียงใหม่ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-798" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="การฝึกงานสายการบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/05/training_01.jpg" alt="การฝึกงานสายการบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ" width="550" /></p>
<p>อีกเหตุการณ์หนึ่งที่สนุกแล้วก็ได้ลงมือทำเยอะกว่าครั้งไหนๆ ก็คือ เที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปยังโตเกียว/นาริตะ เนื่องจากว่ามีเครื่องบินขนส่งสินค้าประสบอุบัติเหตุที่นาริตะ ทำให้รันเวย์ต้องปิดเป็นเวลานาน ช่วงแรกทางสายการบิน ยังไม่ตัดสินใจยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัดจากทางญี่ปุ่นว่าจะต้องปิดรันเวย์นานขนาดไหน กองของเราก็ต้องเริ่มทำหน้าที่รับรองผู้โดยสารไปก่อนครับ น่าจะประมาณสามถึงสี่ชั่วโมงต่อมา ก็ตัดสินใจยกเลิกเที่ยวบิน ซึ่งปัญหาใหญ่ก็ตามมาครับ คือ จะต้องจัดหาที่พักให้ผู้โดยสารเพื่อจะได้เดินทางในวันรุ่งขึ้น เราก็ต้องพาผู้โดยสารเดินทางออกจากสนามบินไปขึ้นรถบัสเพื่อไปส่งที่โรงแรมครับ ก็วุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากผู้โดยสารส่วนมากเป็นชาวญี่ปุ่น และพวกเราก็ไม่มีใครสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ งานนี้เลยต้องพึ่งท่านผู้โดยสารที่สื่อสารภาษาอังกฤษ กับภาษาญี่ปุ่นได้มาช่วยเราครับ</p>
<p>นอกจากนี้ เวลาที่เราพาผู้โดยสารไปต่อเครื่อง บางท่านก็มีน้ำใจให้ทิปหรือว่าของเป็นการตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ก็มีนะครับ อย่างเพื่อนๆ บางคนก็ได้มาซักห้าดอลล่าร์บ้าง สิบดอลล่าร์บ้าง</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-800" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="ฟ้าสวยเป็นฉากหลังของการบินไทย" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/05/thai_airways_3.jpg" alt="ฟ้าสวยเป็นฉากหลังของการบินไทย" width="476" height="357" /></p>
<p>พอถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการฝึกงานพี่ๆ ที่กองก็มีเลี้ยงส่งกันเล็กน้อย ส่วนพวกเรานักศึกษาฝึกงานก็ยังต้องมีภารกิจที่จะต้องทำรายงานผลการฝึกงาน แนบไปพร้อมแบบประเมินผล เพื่อส่งให้ทางมหาวิทยาลัยนะครับ</p>
<p>ในความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ บางทีการฝึกงานเพื่อจะมาทำอาชีพนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นทางสายธุรกิจการบินอย่างเดียวก็ได้นะครับ งานบริการ พบปะลูกค้าอื่นๆ ก็ช่วยสร้างประสบการณ์ให้เราได้มาก เพียงแต่ว่าถ้ามีโอกาสได้ลองทำ ลองฝึกในส่ิงที่เราไม่เคยเรียน ไม่เคยรู้มาก่อน ก็น่าสนใจไม่ใช่เหรอครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-801" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="สาวๆ แอร์โฮสเทจจากสายการบินไทย" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/05/thai2.jpg" alt="สาวๆ แอร์โฮสเทจจากสายการบินไทย" width="512" height="321" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><strong>ยินดีต้อนรับสู่อาชีพในฝันกันทุกคนนะคะ</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krumontree.com/ppor/?feed=rss2&#038;p=782</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝึกงานกับการบินไทย(1)</title>
		<link>http://www.krumontree.com/ppor/?p=762</link>
		<comments>http://www.krumontree.com/ppor/?p=762#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Apr 2012 10:20:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>EK Cabin Crew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[Airport]]></category>
		<category><![CDATA[Airways]]></category>
		<category><![CDATA[international]]></category>
		<category><![CDATA[Links]]></category>
		<category><![CDATA[Suvarnabhumi]]></category>
		<category><![CDATA[Thai]]></category>
		<category><![CDATA[การบิน]]></category>
		<category><![CDATA[การบินไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การแต่งกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานต้อนรับ]]></category>
		<category><![CDATA[สจ๊วต]]></category>
		<category><![CDATA[สนามบิน]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[สุวรรณภูมิ]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์พอร์ตลิงค์]]></category>
		<category><![CDATA[โฮสเตส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krumontree.com/ppor/?p=762</guid>
		<description><![CDATA[พูดถึงเรื่องการเป็นแอร์-สจ๊วตแล้วเนี่ยนะครับ ผมว่าหลายๆ คนก็อยากจะร่วมงานกับสายการบินแห่งชาติของเรากันทั้งนั้น เพราะใครๆ ก็คงอยากอยู่บ้าน ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อน แฟน ไม่ต้องห่างบ้านไปอยู่ต่างประเทศเหมือนที่ลูกเรือสายการบินต่างชาติต้องทำ ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่เราจะได้ลองเข้าไปเห็นว่า &#8220;ธุรกิจการบิน&#8221; เป็นอย่างไร ก็ต้องเริ่มจากการฝึกงานที่สายการบินซักแห่งดีกว่าครับ เนื่องจากว่าผมเองเรียนมาทางด้านรัฐศาสตร์ ความรู้ด้านการบิน ณ จุดนั้นมีน้อยเท่าหางอึ่ง รู้แต่ว่าขึ้นเครื่องบินเป็นยังไง ไปเช็คอิน นั่งเครื่องบิน ถึงปลายทางแล้วก็รับกระเป๋า แต่ความจริงแล้ว กระบวนการในการดูแลจัดการด้านการโดยสารของสายการบินยังประกอบด้วยหลายๆ ส่วนที่เรายังไม่รู้ครับ วันนี้ก็เลยมาเล่าเรื่องการฝึกงานกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กันครับ เคยเขียนไปแล้วว่า ประสบการณ์สัมภาษณ์การเข้าฝึกงานที่โดนดุเรื่องการแต่งกายมาแล้ว หลังจากนั้น ก็ต้องเข้าไปรายงานตัวกัน ณ สถานที่ปฏิบัติงานจริง นั่นก็คือ ศูนย์ปฏิบัติการของบริษัทการบินไทย เรียกกันว่า OPC กองที่เราไปสังกัดอยู่ก็คือ กองการโดยสาร จำได้ว่าวันแรกที่ไปถึงทุกคนมีเสื้อสูทกันทุกคน เนื่องจากเพื่อนๆ แต่ละคนกำลังเรียนด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม หรือธุรกิจการบินอะไรแบบนี้กันมาหมดนะครับ ก็มีแค่เราเองที่มาจากสายอื่นที่เรียกว่า ไม่เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิงเลย หลังจากนั่งตัวตรงฟังการปฐมนิเทศแล้ว ทุกคนก็โดนแบ่งฝ่ายที่จะไปสังกัดกันครับ ปรากฏว่า ผมและเพื่อนๆ อีกสามคน โดนให้ประจำที่สำนักงานใน [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-66" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="การบินไทย" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2010/05/air_1.jpg" alt="พนักงานบนเครื่องบิน" width="200" height="235" />พูดถึงเรื่องการเป็นแอร์-สจ๊วตแล้วเนี่ยนะครับ ผมว่าหลายๆ คนก็อยากจะร่วมงานกับสายการบินแห่งชาติของเรากันทั้งนั้น เพราะใครๆ ก็คงอยากอยู่บ้าน ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อน แฟน ไม่ต้องห่างบ้านไปอยู่ต่างประเทศเหมือนที่ลูกเรือสายการบินต่างชาติต้องทำ ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่เราจะได้ลองเข้าไปเห็นว่า <strong>&#8220;ธุรกิจการบิน&#8221;</strong> เป็นอย่างไร ก็ต้องเริ่มจากการฝึกงานที่สายการบินซักแห่งดีกว่าครับ</p>
<p>เนื่องจากว่าผมเองเรียนมาทางด้านรัฐศาสตร์ ความรู้ด้านการบิน ณ จุดนั้นมีน้อยเท่าหางอึ่ง รู้แต่ว่าขึ้นเครื่องบินเป็นยังไง ไปเช็คอิน นั่งเครื่องบิน ถึงปลายทางแล้วก็รับกระเป๋า แต่ความจริงแล้ว กระบวนการในการดูแลจัดการด้านการโดยสารของสายการบินยังประกอบด้วยหลายๆ ส่วนที่เรายังไม่รู้ครับ วันนี้ก็เลยมาเล่าเรื่องการฝึกงานกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กันครับ<span id="more-762"></span></p>
<p>เคยเขียนไปแล้วว่า<a href="http://www.krumontree.com/ppor/?p=35"> ประสบการณ์สัมภาษณ์การเข้าฝึกงาน</a>ที่โดนดุเรื่องการแต่งกายมาแล้ว หลังจากนั้น ก็ต้องเข้าไปรายงานตัวกัน ณ สถานที่ปฏิบัติงานจริง นั่นก็คือ ศูนย์ปฏิบัติการของบริษัทการบินไทย เรียกกันว่า <strong>OPC</strong> กองที่เราไปสังกัดอยู่ก็คือ <strong>กองการโดยสาร</strong> จำได้ว่าวันแรกที่ไปถึงทุกคนมีเสื้อสูทกันทุกคน เนื่องจากเพื่อนๆ แต่ละคนกำลังเรียนด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม หรือธุรกิจการบินอะไรแบบนี้กันมาหมดนะครับ ก็มีแค่เราเองที่มาจากสายอื่นที่เรียกว่า ไม่เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิงเลย</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-82" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="หน้าเคาท์เตอร์ Check-in" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2010/05/swp_04.jpg" alt="หน้าเคาท์เตอร์ Check-in" width="500" height="305" /></p>
<p>หลังจากนั่งตัวตรงฟังการปฐมนิเทศแล้ว ทุกคนก็โดนแบ่งฝ่ายที่จะไปสังกัดกันครับ ปรากฏว่า ผมและเพื่อนๆ อีกสามคน โดนให้ประจำที่สำนักงานใน <strong>OPC</strong> ไม่ได้เข้าไปปฏิบัติงานในตัวอาคารเหมือนเพื่อนๆ คนอื่นๆ แบบนี้ก็แย่สิครับ เพราะสิ่งที่เราอยากได้จากการมาฝึกงานคือ การได้ลงมือปฏิบัติ และเห็นกระบวนการต่างๆ ในการดูแลผู้โดยสาร ไม่ใช่การนั่งในสำนักงาน ชงกาแฟ หรือถ่ายเอกสารแบบนี้นะครับ ก็เลยขออนุญาตพี่ที่เป็นหัวหน้าผู้ควบคุมการฝึกงานของนักศึกษาฝึกงานว่า ขอให้ได้เข้าไปสังกัดฝ่ายที่จะได้อยู่ในอาคารผู้โดยสาร ได้ดูแลจัดการผู้โดยสารบ้าง สุดท้ายผลก็เป็นว่า ได้มาสังกัดกอง <strong>K3</strong> ดูแลเรื่อง <strong>Irregular Flight Delay</strong> ครับ</p>
<p>กองนี้มีหน้าที่หลักคือ การดูแลผู้โดยสารที่กำลังจะตกเครื่องในระหว่างการต่อเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครับ หรือดูแลในกรณีที่มีเหตุการล่าช้าของเครื่องบินผิดปกติ ที่อาจส่งผลให้ผู้โดยสารไม่สามารถไปต่อเที่ยวบินอื่นได้ทันเวลาที่ควรจะเป็น นั่นคือ ภายใน 60 นาที พูดกันง่ายๆ สำหรับกองนี้คือ พาผู้โดยสารวิ่งไปต่อเครื่องให้ทันนั่นเองครับ^^</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-772" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="สนามบินสุวรรณภูมิ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/suwannabhumi.jpg" alt="สนามบินสุวรรณภูมิ" width="500" height="279" /></p>
<p>แต่ก่อนที่จะเข้ามาฝึกงานในส่วนอาคารผู้โดยสารได้ ก็ต้องไปทำบัตรอนุญาตผ่านเข้าออกพื้นที่ต่างๆ ที่สำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พอได้บัตรแล้วก็จะต้องติดบัตรนี้ไว้ตลอดเวลาหายไม่ได้ แล้วเราก็จะได้รับเข็มกลัดของการบินไทย ที่แสดงว่าเราเป็นนักศึกษาฝึกงานครับ</p>
<p>ตอนนั้นสำนักงานของกองนี้อยู่บริเวณแถวเชคอินชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจของการบินไทยครับ เป็นออฟฟิซขนาดเล็กมาก มีพี่ๆ ประจำกองอยู่ประมาณกะละห้าถึงหกคน มีคอมพิวเตอร์สี่ตัว โทรทัศน์หนึ่งเครื่องและกองเอกสารจำนวนมากครับ เมื่อรวมกับพวกเราอีกสี่คนก็ทำให้ห้องดูเล็กไปถนัดตา หลังจากเยี่ยมชมออฟฟิซนี้แล้ว พี่ๆ ที่กองก็พาเราไป ออนทัวร์ ท่าอาศยานสุวรรณภูมิกันครับ เพราะหน้าที่ของกองเราคือต้องพาผู้โดยสารส่งไปยังเกทต่างๆ ให้ทันเวลา ดังนั้น จึงต้องจำให้ได้ว่า <strong>เกท E</strong> อยู่ตรงไหน จะเจออะไรบ้าง จะผ่านด่านตรวจหนังสือเดินทางตรงไหนถึงจะเข้าไปยังส่วนผู้โดยสารในประเทศได้ และจากส่วนผู้โดยสารในประเทศจะออกมายังขาออกต่างประเทศได้ยังไง วันนั้นก็เรียกว่าเดินกันสามสี่กิโลเลยหล่ะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-773" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="แอร์พอร์ตลิงค์" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/airport_links.jpg" alt="แอร์พอร์ตลิงค์" width="500" height="373" /></p>
<p>หลังจากนั้นทุกวันเราก็จะต้องมาถึงที่ออฟฟิซตั้งแต่แปดโมงเช้า ช่วงนั้นยังไม่มีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตสิงค์นะครับ ก็ต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า มารอรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ มาลงที่อาคารผู้โดยสารประตูสอง มาเร็วบ้าง สายบ้าง ตามแต่ความเร็วของการขับของพี่วินและระยะเวลาการรอรถตู้ออกครับ เพราะบางทีถ้าไปสายนิดนึง คิวรถตู้ยาวมาก เตรียมตัวโทรไปบอกพี่ๆ ที่กองได้เลยครับว่าสาย โชคดีจริงๆ ที่ปัจจุบันนี้มีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์แล้วการเดินทางสะดวกสบายขึ้นเยอะครับ</p>
<p>ส่วนทางมหาวิทยาลัยก็จะมีแบบประเมินผลการฝึกงานของเรา ที่เราจะต้องมอบให้พี่ๆ ที่กองคอยประเมินผลให้เราด้วยนะครับ ดังนั้น การขาด ลา มาสาย ก็ต้องพึงระวังให้ดีเช่นกันครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-774" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/suwannabhumi_2.jpg" alt="ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ" width="550" /></p>
<p>จริงๆ งานส่วนใหญ่ของกองนี้ก็จะเกิดช่วงที่การบินไทยมีไฟลท์ต่อเครื่องเยอะ นั่นคือช่วงหลังเที่ยงคืนไปจนถึงเช้ามืดครับ ดังนั้นพวกเราก็ไม่ค่อยจะมีอะไรให้ทำมากนักในช่วงเวลาที่เราจะฝึกงานกัน พวกเราถึงขั้นขอฝึกงานช่วงกะดึกก็ได้ แต่เนื่องจากเป็นกฎของการฝึกงานของทางบรฺษัทที่ไม่อนุญาตให้อยู่หลังเวลาราชการนะครับ ก็เลยทำแบบที่เราอยากทำไม่ได้ ดังนั้น กิจวัตรส่วนมากเมื่อมาถึงที่ออฟฟิซคือ เข้าไปถามว่าวันนี้มีไฟลท์อะไรจะดีเลย์มั้ย ถ้ามีพี่ๆ เค้าจะบอกว่ากี่โมง เจอกันที่ไหน แล้วก็จะให้พวกเราไปทานข้าวเช้ากันก่อนได้ครับ ไฟลท์ที่จะดีเลย์นี่ส่วนมากจะรู้มาก่อนเป็นชั่วโมงๆ ก่อนเวลาที่เครื่องจะลงจอดจริงอีกครับ ดังนั้นก็จะคำนวณได้แล้วก็มีเวลาฟิตซ้อมร่างกาย เตรียมตัววิ่งได้ครับ</p>
<p>ในกรณีที่มีการล่าช้าของเที่ยวบินเกิดขึ้น แล้วมีผู้โดยสารจำนวนหนึ่งมีเวลาต่อเครื่องน้อยกว่า 60 นาที ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะวิ่งกันแล้วหล่ะครับ นั่นคือพี่ๆ ที่กองจะปรินท์ข้อมูลผู้โดยสารพร้อมรายชื่อผู้โดยสาร แล้วให้พวกเราไปรอที่เกทที่เครื่องจะลง ตามหาผู้โดยสารท่านนั้นให้พบแล้วพาไปส่งยังเกทที่เที่ยวบินต่อไปของผู้โดยสารท่านนั้นจะเดินทางต่อครับ อย่างเช่น ผู้โดยสารเดินทางจาก โตเกียว-กรุงเทพฯ-สิงค์โปร์ ปรากฎว่าไฟลท์จากโตเกียวล่าช้า เราก็จะเขียนชื่อผู้โดยสารใส่กระดาษ แล้วไปรอผู้โดยสารลงจากเครื่อง พอเจอแล้วก็ชี้แจงให้ผู้โดยสารทราบว่าท่านเหล่านั้นมีเวลาน้อยกว่าที่วางแผนในการต่อเครื่องที่นี่ พวกเราจะพาไปส่ง แล้วก็เริ่มเดิน กึ่งวิ่ง และวิ่งในท้ายที่สุดครับ เพราะผู้โดยสารไฟลท์ระหว่างประเทศจะต้องไปผ่านการตรวจค้นความปลอดภัยก่อน ซึ่งบางครั้งคิวยาวใช้เวลานานครับ แล้วก็พาไปส่งต่อที่เกทของไฟลท์จากกรุงเทพฯ ไปสิงค์โปร์ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-775" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="เครื่องบินการบินไทยในสนามบินสุวรรณภูมิ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/thai_airways.jpg" alt="เครื่องบินการบินไทยในสนามบินสุวรรณภูมิ" width="550" /></p>
<p>ถ้าทุกท่านลงจากเครื่องแล้วเห็นพนักงานกราวนด์ชูป้ายที่เขียนชื่อโบกไปโบกมาอยู่หล่ะก็ พวกเค้าคือกลุ่มคนที่มอบประสบการณ์การฝึกงานที่สนุกและคุ้มค่าให้กับพวกเราในกอง <strong>K3</strong> ครับ แล้วเดี๋ยวมาต่อครับ กองนี้ยังมีเรื่องอีกมากมายให้เราได้เรียนรู้งานด้านธุรกิจการบินครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krumontree.com/ppor/?feed=rss2&#038;p=762</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Prepare for Take-off (2)</title>
		<link>http://www.krumontree.com/ppor/?p=731</link>
		<comments>http://www.krumontree.com/ppor/?p=731#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Apr 2012 09:56:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>EK Cabin Crew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[crew]]></category>
		<category><![CDATA[Dubai]]></category>
		<category><![CDATA[Emirates]]></category>
		<category><![CDATA[Visa]]></category>
		<category><![CDATA[ครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[ต่างแดน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานต้อนรับ]]></category>
		<category><![CDATA[สจ๊วต]]></category>
		<category><![CDATA[สมัครงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[เดินทาง]]></category>
		<category><![CDATA[เตรียมกระเป๋า]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โฮสเตส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krumontree.com/ppor/?p=731</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากที่ได้รับการตอบตกลงจากทางสายการบินเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็จะส่งวีซ่าสำหรับเดินทางเข้าประเทศฐานการบิน (Base) มาให้ รวมถึงเราจะต้องเข้าไปติดต่อสำนักงานสายการบินที่กรุงเทพฯ ด้วย ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อส่งให้กับกรมแรงงานของเรา และสำนักงานสายการบินที่กรุงเทพฯ ยังจะเป็นผู้ออกตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางไป Base ด้วยครับ สำหรับตั๋วเครื่องบินก็ให้อัตรานำหนักกระเป๋าพิเศษถึง 50 กิโลกรัม  เรียกว่า ย้ายบ้านกันเลยทีเดียว สำหรับการจัดกระเป๋า ของที่ต้องเตรียมไปก็มีกางเกงสีดำ และรองเท้าพื้นเรียบสีดำ สำหรับไว้ใส่ในระหว่างการฝึกช่วงแรก ก่อนที่จะได้รับเครื่องแบบพนักงาน แล้วก็ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของพวกเราเองนี่หล่ะครับ ส่วนอาหารการกินต่างๆ ก็แล้วแต่จะอยากเอาอะไรไป เพราะจริงๆ ที่นี่ก็จะมีร้านขายสินค้าและพวกซุปเปอร์มาเก็ตที่เราจะพอหา สินค้าแบบไทยๆ ได้บ้างครับ ที่สำคัญคือ ควรมี Pocket money ติดไปด้วยเล็กน้อยนะครับ ถึงแม้ว่าไปถึงวันแรกทางบริษัทจะสำรองเงินจ่ายให้ก่อนก็ตามครับ พอถึงวันเดินทางก็ตามปกติครับ ไปเช็คอินที่เคานท์เตอร์ของสายการบินเรา แล้วก็ต้องมีการทำเอกสารเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศที่ เคานท์เตอร์กระทรวงแรงงาน ที่สนามบินก่อนนิดหน่อยครับ จากนั้นก็ออกเดินทางกันครับ ในระหว่างเที่ยวบินแรกที่เราเดินทางกับสายการบิน เรายังได้รับมอบหมายให้ทำการบ้านด้วย นั้นคือ สังเกตการณ์การทำงานของลูกเรือบนไฟลท์ ความสะดวกสบาย และการบริการต่างๆ ในเคบิน ทั้งที่นั่งและระบบความบันเทิงในเครื่องบิน และจดบันทึกลงในหนังสือเพื่อส่งให้ครูฝึกในวันแรกของการเริ่มต้นเทรนนิ่งด้วยครับ เมื่อไปถึงที่สนามบินจะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทมาคอยรับเราที่บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า เพื่อนำเราไปสแกนม่านตา เก็บข้อมูลวีซ่าและอื่นๆ อีกมากมาย สุดท้ายได้รับเอกสารตารางชี้แจงวันและเวลาในการฝึก [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-742" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="นายปอกับการก้าวไปอีกหนึ่งขั้นเป็นลูกเรือชั้นธุรกิจ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/por_cert_biz.jpg" alt="นายปอกับการก้าวไปอีกหนึ่งขั้นเป็นลูกเรือชั้นธุรกิจ" width="250" height="250" />หลังจากที่ได้รับการตอบตกลงจากทางสายการบินเรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็จะส่งวีซ่าสำหรับเดินทางเข้าประเทศฐานการบิน (Base) มาให้ รวมถึงเราจะต้องเข้าไปติดต่อสำนักงานสายการบินที่กรุงเทพฯ ด้วย ซึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อส่งให้กับกรมแรงงานของเรา</p>
<p>และสำนักงานสายการบินที่กรุงเทพฯ ยังจะเป็นผู้ออกตั๋วเครื่องบินสำหรับเดินทางไป Base ด้วยครับ สำหรับตั๋วเครื่องบินก็ให้อัตรานำหนักกระเป๋าพิเศษถึง <strong>50</strong> กิโลกรัม  เรียกว่า ย้ายบ้านกันเลยทีเดียว</p>
<p>สำหรับการจัดกระเป๋า ของที่ต้องเตรียมไปก็มีกางเกงสีดำ และรองเท้าพื้นเรียบสีดำ สำหรับไว้ใส่ในระหว่างการฝึกช่วงแรก ก่อนที่จะได้รับเครื่องแบบพนักงาน แล้วก็ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของพวกเราเองนี่หล่ะครับ<span id="more-731"></span></p>
<p>ส่วนอาหารการกินต่างๆ ก็แล้วแต่จะอยากเอาอะไรไป เพราะจริงๆ ที่นี่ก็จะมีร้านขายสินค้าและพวกซุปเปอร์มาเก็ตที่เราจะพอหา สินค้าแบบไทยๆ ได้บ้างครับ ที่สำคัญคือ ควรมี <strong>Pocket money</strong> ติดไปด้วยเล็กน้อยนะครับ ถึงแม้ว่าไปถึงวันแรกทางบริษัทจะสำรองเงินจ่ายให้ก่อนก็ตามครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-747" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="บนเครื่อง Boeing777-300ER ของสายการบินเอมิเรตส์" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/on_Boeing777-300ER.jpg" alt="บนเครื่อง Boeing777-300ER ของสายการบินเอมิเรตส์" width="550" /></p>
<p style="text-align: left;">พอถึงวันเดินทางก็ตามปกติครับ ไปเช็คอินที่เคานท์เตอร์ของสายการบินเรา แล้วก็ต้องมีการทำเอกสารเกี่ยวกับการไปทำงานต่างประเทศที่ เคานท์เตอร์กระทรวงแรงงาน ที่สนามบินก่อนนิดหน่อยครับ จากนั้นก็ออกเดินทางกันครับ</p>
<p>ในระหว่างเที่ยวบินแรกที่เราเดินทางกับสายการบิน เรายังได้รับมอบหมายให้ทำการบ้านด้วย นั้นคือ สังเกตการณ์การทำงานของลูกเรือบนไฟลท์ ความสะดวกสบาย และการบริการต่างๆ ในเคบิน ทั้งที่นั่งและระบบความบันเทิงในเครื่องบิน และจดบันทึกลงในหนังสือเพื่อส่งให้ครูฝึกในวันแรกของการเริ่มต้นเทรนนิ่งด้วยครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-748" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="มุมมองแรกที่เห็นผ่านหน้าต่างห้องโดยสาร สนามบินดูไบ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/first_view_dubai.jpg" alt="มุมมองแรกที่เห็นผ่านหน้าต่างห้องโดยสาร สนามบินดูไบ" width="540" height="720" /></p>
<p>เมื่อไปถึงที่สนามบินจะมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทมาคอยรับเราที่บริเวณโถงผู้โดยสารขาเข้า เพื่อนำเราไปสแกนม่านตา เก็บข้อมูลวีซ่าและอื่นๆ อีกมากมาย สุดท้ายได้รับเอกสารตารางชี้แจงวันและเวลาในการฝึก และรายชื่อเพื่อนร่วมฝึกตลอดทั้งหกสัปดาห์ข้างหน้าครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/dubai_international_airport.jpg"><img class="aligncenter  wp-image-749" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="Dubai International Airport" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/dubai_international_airport.jpg" alt="Dubai International Airport" width="550" /></a></p>
<p>จากนั้นจะมีรถมาส่งเราที่ที่พักของเรา และนี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่จะได้เห็นเมืองที่เราต้องเรียกว่าบ้านครับ สำหรับความเป็นอยู่ที่นี่ เราก็จะต้องแชร์อพาร์ทเมนท์ของเรากับเพื่อนลูกเรือจากชาติต่างๆ ซึ่งแล้วแต่ว่าจะได้อยู่ส่วนไหน โชคดีที่ได้อพาร์ทเมนต์ใจกลางเมือง ติดรถไฟฟ้าเลยเดินทางสะดวกหน่อยครับ แต่ช่วงนั้นเห็นว่าลูกเรือใหม่ๆ ให้ย้ายไปอยู่ตึกใหม่ แต่ว่าไกลมาก จนเค้าบอกว่าเหมือนอยู่กลางทะเลทรายเลยหล่ะครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-752" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="มุมมองของถนน Shk Zayed จากแมนชั่นที่พักชั้น 12" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/view_Shk_Zayed_street_from_mansion.jpg" alt="มุมมองของถนน Shk Zayed จากแมนชั่นที่พักชั้น 12" width="540" height="720" /></p>
<p>ในช่วงวันสองวันแรกก็เป็นเวลาว่างครับ ก็ไปหาซื้อของ สำรวจรอบๆ ที่พักของเราว่า มีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง โชคดีที่ได้พี่ลูกเรือคนไทยช่วยเหลือ แล้วก็พาไปซื้อของมา ไม่งั้นหลงแย่เลยครับ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/Shk_Zayed_street.jpg"><img class="aligncenter  wp-image-753" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="มุมมองถนน Shk Zayed วันออกตระเวนชมเมือง" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/Shk_Zayed_street.jpg" alt="มุมมองถนน Shk Zayed วันออกตระเวนชมเมือง" width="540" height="720" /></a></p>
<p>วันแรกของการเริ่มต้นชีวิตลูกเรือฝึกหัด ก็คือการไปที่สำนักงานใหญ่ คล้ายว่าเป็นการไปปฐมนิเทศครับ แล้วก็ยื่นเอกสาร ผลการตรวจร่างกาย ฟิลม์เอกซเรย์ รวมถึงการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการด้วยครับ ไปทำบัตรประจำตัวพนักงานให้เรียบร้อยในวันแรกเลยครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-755" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="ไปสำนักงานใหญ่ Emirates เพื่อรายงานตัวส่งเอกสารและลงนามทำสัญญา" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/Emirates_head_office.jpg" alt="ไปสำนักงานใหญ่ Emirates เพื่อรายงานตัวส่งเอกสารและลงนามทำสัญญา" width="540" height="720" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-756" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="ได้รับแจกกระเป๋าขึ้นเครื่องใบเล็ก และเสื้อยืดสีแดง 2 ตัว" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/cabin_baggage.jpg" alt="ได้รับแจกกระเป๋าขึ้นเครื่องใบเล็ก และเสื้อยืดสีแดง 2 ตัว" width="540" height="720" /></p>
<p style="text-align: center;">
<p>หลังจากนั้นก็ <a href="http://www.krumontree.com/ppor/?p=108">เริ่มต้นการฝึกด้านต่างๆ</a> ทั้ง<a href="http://www.krumontree.com/ppor/?p=149">ความปลอดภัย</a> อุปกรณ์ฉุกเฉิน <a href="http://www.krumontree.com/ppor/?p=169">ปฐมพยาบาล</a> และ<a href="http://www.krumontree.com/ppor/?p=257">การบริการในเครื่องบิน</a>ครับ ตามที่เคยเสนอมาแล้ว</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter  wp-image-758" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="ด้านหน้าวิทยาลัยการบิน" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2012/04/Aviation_College.jpg" alt="ด้านหน้าวิทยาลัยการบิน" width="550" /></p>
<p style="text-align: center;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krumontree.com/ppor/?feed=rss2&#038;p=731</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Prepare for Take-off (1)</title>
		<link>http://www.krumontree.com/ppor/?p=702</link>
		<comments>http://www.krumontree.com/ppor/?p=702#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Nov 2011 17:52:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>EK Cabin Crew</dc:creator>
				<category><![CDATA[Work]]></category>
		<category><![CDATA[crew]]></category>
		<category><![CDATA[Dubai]]></category>
		<category><![CDATA[EK]]></category>
		<category><![CDATA[Emirates]]></category>
		<category><![CDATA[Prepare]]></category>
		<category><![CDATA[Take-off]]></category>
		<category><![CDATA[การตรวจร่างกาย]]></category>
		<category><![CDATA[ครั้งแรก]]></category>
		<category><![CDATA[ฉีดวัคซีน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[พนักงานต้อนรับ]]></category>
		<category><![CDATA[สจ๊วต]]></category>
		<category><![CDATA[สมัครงาน]]></category>
		<category><![CDATA[สายการบิน]]></category>
		<category><![CDATA[แอร์]]></category>
		<category><![CDATA[โฮสเตส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.krumontree.com/ppor/?p=702</guid>
		<description><![CDATA[เสียงเมสเสจเข้าในโทรศัพท์ดัง “ติ๊ด ติ๊ด” พร้อมข้อความ “Dear applicant, You have now optained the final approval.” ณ วินาทีนั้น ดีใจแทบคลั่ง แต่ความกดดันอีกล้านแปดรออยู่ข้างหน้าครับ สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ เข้าไปในเวปไซต์รับสมัครงานของบริษัท ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตข้อมูล การส่งเอกสาร วีซ่าและตั๋วเครื่องบิน ก็มาจากทางนี้ทั้งหมดครับ วันต่อมาก็จะมีโทรศัพท์โทรมาจากทางบริษัท โดยเจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปกับเรา ดังต่อไปนี้ครับ ลำดับแรกคือ ทางบริษัทจะส่งร่างสัญญาการจ้างงานมาให้เราได้อ่านก่อน ซึ่งในสัญญาก็จะระบุระยะเวลาจ้าง รายได้ สวัสดิการต่างๆ เหมือนสัญญาจ้างงานทั่วไป แค่มันเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นเองครับ หลังจากนั้นก็ให้เราคลิกตกลงยอมรับสัญญา ณ จุดนี้ ใครที่ไม่อยากรับก็ได้เสมอครับ แต่ก็ไม่ทราบว่าทางบริษัทจะทำอย่างไรต่อ เพราะเท่าที่รู้ทุกคนก็น่าจะตอบตกลงนะครับ ซึ่งมีกำหนดให้เราตอบตกลงได้เพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้นนะครับ ดังนั้น ก็อย่าคิดนาน เดี๋ยวจะพลาดไปซะเปล่าๆ ลำดับต่อมา คือการตรวจร่างกาย ฉีดวัคซีนและจัดส่งเอกสารขั้นสุดท้ายไปให้กับทางบริษัท โดยเราสามารถดาวน์โหลดเอกสารการตรวจร่างกายต่างๆ จากในเวปไซต์ของทางบริษัทครับ การตรวจร่างกายสำหรับการคัดเลือกเป็นลูกเรือก็จะประกอบด้วย การตรวจเลือด สายตา ฟัน การได้ยิน [...]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>เสียงเมสเสจเข้าในโทรศัพท์ดัง <strong>“ติ๊ด ติ๊ด”</strong> พร้อมข้อความ <span style="color: #000080;"><strong>“Dear applicant, You have now optained the final approval.”</strong></span> ณ วินาทีนั้น ดีใจแทบคลั่ง แต่ความกดดันอีกล้านแปดรออยู่ข้างหน้าครับ</p>
<p>สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ เข้าไปในเวปไซต์รับสมัครงานของบริษัท ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตข้อมูล การส่งเอกสาร วีซ่าและตั๋วเครื่องบิน ก็มาจากทางนี้ทั้งหมดครับ วันต่อมาก็จะมีโทรศัพท์โทรมาจากทางบริษัท โดยเจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปกับเรา ดังต่อไปนี้ครับ</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>ลำดับแรก</strong></span>คือ ทาง<strong>บริษัทจะส่งร่างสัญญาการจ้างงาน</strong>มาให้เราได้อ่านก่อน ซึ่งในสัญญาก็จะระบุระยะเวลาจ้าง รายได้ สวัสดิการต่างๆ เหมือนสัญญาจ้างงานทั่วไป แค่มันเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นเองครับ หลังจากนั้นก็ให้เราคลิกตกลงยอมรับสัญญา ณ จุดนี้ ใครที่ไม่อยากรับก็ได้เสมอครับ แต่ก็ไม่ทราบว่าทางบริษัทจะทำอย่างไรต่อ เพราะเท่าที่รู้ทุกคนก็น่าจะตอบตกลงนะครับ ซึ่งมีกำหนดให้เราตอบตกลงได้เพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้นนะครับ ดังนั้น ก็อย่าคิดนาน เดี๋ยวจะพลาดไปซะเปล่าๆ<span id="more-702"></span><strong></strong></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>ลำดับต่อมา</strong></span> คือ<strong>การตรวจร่างกาย ฉีดวัคซีนและจัดส่งเอกสารขั้นสุดท้าย</strong>ไปให้กับทางบริษัท โดยเราสามารถดาวน์โหลดเอกสารการตรวจร่างกายต่างๆ จากในเวปไซต์ของทางบริษัทครับ</p>
<p><img class="alignleft size-full wp-image-717" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="การตรวจร่างกาย" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2011/11/por_04.jpg" alt="การตรวจร่างกาย" width="200" height="150" />การตรวจร่างกายสำหรับการคัดเลือกเป็นลูกเรือก็จะประกอบด้วย <strong>การตรวจเลือด สายตา ฟัน การได้ยิน และการตรวจโรคทั่วไป</strong> เพื่อหาความสมบูรณ์ของร่างกาย <strong>ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้เราต้องเป็นคนออกเอง</strong>นะครับ เพราะถือว่าเรายังไม่ได้รับการจ้างงานจากบริษัท ซึ่งตอนนั้นก็เลือกที่จะตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งครับ (บริษัทจะระบุชื่อสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาให้เลือก 5 แห่ง เราจะไปตรวจที่อื่นไม่ได้) ซึ่งส่วนตัวคิดว่าบริการดีมากๆ  ใช้เวลาตรวจหนึ่งวันเต็มๆ ได้รับผลตรวจเช้าวันรุ่งขึ้นเลยครับ ที่เราต้องทำก็แค่พิมพ์เอกสารที่บริษัทต้องการไปให้คุณหมอเซ็นรับรอง และประทับตราโรงพยาบาลครับ</p>
<p style="text-align: left;"><img class="aligncenter size-full wp-image-712" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="หลังจากไปทำงานที่ดูไบ วันหยุดก็ไปตะลุยทะเลทรายกับเพื่อนๆ" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2011/11/por_03.jpg" alt="หลังจากไปทำงานที่ดูไบ วันหยุดก็ไปตะลุยทะเลทรายกับเพื่อนๆ" width="500" height="375" />ตอนแรกไปถึงก็คือ การตรวจเลือดและความดันก่อน ด้วยความตื่นเต้นหรืออะไรก็ไม่ทราบ ปรากฎว่าความดันเลือดสูงมากเกินไป ต้องวัดถึงสามครั้งถึงจะผ่านครับ จากนั้นก็มาตรวจเลือด ปัสสาวะ แล้วก็มาตรวจสุขภาพสายตา ปิดท้ายด้วยการเอกซ์เรย์ปอดครับ จากนั้นก็ลงมาตรวจสุขภาพฟัน ซึ่งปรากฎว่า ต้องบูรณะกันชุดใหญ่เลยครับ เพราะว่าต้องอุดฟันหลายซี่ทีเดียว</p>
<p>วันรุ่งขึ้นมารับทราบผล ปรากฎว่าทุกอย่างปกติสมบูรณ์ดีครับ ดังนั้นก็เหลือแค่เรื่องทำฟันกับฉีดวัคซีนครับ ซึ่งทำฟันก็ใช้เวลาอีกสองวัน กว่าจะได้ผลผ่านตามที่บริษัทเขาต้องการ</p>
<p>การฉีดวัคซีนก็ต้องไปที่ <strong>สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์</strong>ครับ ไปที่<strong>คลินิกเสริมภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยว</strong>ครับ ที่นี่ก็มีบริการฉีดวัคซีนตามที่เราต้องการเลยครับ แต่ค่าใช่จ่ายก็ทำเอาน้ำตาไหลได้ง่ายๆ อยู่พอควรครับ แต่เพื่องานเราก็ต้องยอมนะครับ สรุปรวมแล้วต้องฉีดทั้งหมดแปดเข็มด้วยกันครับ คุณหมอจึงแนะนำว่าให้ฉีดวันแรกก่อนสี่เข็ม ถ้าไม่มีอาการไข้ ก็สามารถมาฉีดอีกสี่เข็มที่เหลือได้ในวัดถัดไป เรียกว่า ทำเอาแขนระบมกันไปข้างนึง พอครบเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ก็สแกนเอกสารส่งเข้าทางเวปไซต์ของบริษัทเลยครับ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-719" style="border: 0pt none; margin: 5px;" title="ไปตรวจร่างกายที่สถานเสาวภา สภากาชาดไทย" src="http://www.krumontree.com/ppor/wp-content/uploads/2011/11/redcross.jpg" alt="ไปตรวจร่างกายที่สถานเสาวภา สภากาชาดไทย" width="450" height="250" /></p>
<p>หลังจากได้เอกสารต่างๆ แล้วก็ส่งไปให้ทางบริษัทพิจารณาจากนั้น ก็จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายจริงๆ คือ การออกวีซ่าเข้าประเทศและออกตั๋วเครื่องบินและกำหนดวันเดินทางของเรามาให้ครับ</p>
<p style="text-align: center;"><p><a href="http://www.krumontree.com/ppor/?p=702"><em>Click here to view the embedded video.</em></a></p></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.krumontree.com/ppor/?feed=rss2&#038;p=702</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
