November 15, 2011 | In: Work
Prepare for Take-off (1)
เสียงเมสเสจเข้าในโทรศัพท์ดัง “ติ๊ด ติ๊ด” พร้อมข้อความ “Dear applicant, You have now optained the final approval.” ณ วินาทีนั้น ดีใจแทบคลั่ง แต่ความกดดันอีกล้านแปดรออยู่ข้างหน้าครับ
สิ่งแรกที่เราต้องทำคือ เข้าไปในเวปไซต์รับสมัครงานของบริษัท ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดตข้อมูล การส่งเอกสาร วีซ่าและตั๋วเครื่องบิน ก็มาจากทางนี้ทั้งหมดครับ วันต่อมาก็จะมีโทรศัพท์โทรมาจากทางบริษัท โดยเจ้าหน้าที่จะอธิบายขั้นตอนต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปกับเรา ดังต่อไปนี้ครับ
ลำดับแรกคือ ทางบริษัทจะส่งร่างสัญญาการจ้างงานมาให้เราได้อ่านก่อน ซึ่งในสัญญาก็จะระบุระยะเวลาจ้าง รายได้ สวัสดิการต่างๆ เหมือนสัญญาจ้างงานทั่วไป แค่มันเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นเองครับ หลังจากนั้นก็ให้เราคลิกตกลงยอมรับสัญญา ณ จุดนี้ ใครที่ไม่อยากรับก็ได้เสมอครับ แต่ก็ไม่ทราบว่าทางบริษัทจะทำอย่างไรต่อ เพราะเท่าที่รู้ทุกคนก็น่าจะตอบตกลงนะครับ ซึ่งมีกำหนดให้เราตอบตกลงได้เพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้นนะครับ ดังนั้น ก็อย่าคิดนาน เดี๋ยวจะพลาดไปซะเปล่าๆ
ลำดับต่อมา คือการตรวจร่างกาย ฉีดวัคซีนและจัดส่งเอกสารขั้นสุดท้ายไปให้กับทางบริษัท โดยเราสามารถดาวน์โหลดเอกสารการตรวจร่างกายต่างๆ จากในเวปไซต์ของทางบริษัทครับ
การตรวจร่างกายสำหรับการคัดเลือกเป็นลูกเรือก็จะประกอบด้วย การตรวจเลือด สายตา ฟัน การได้ยิน และการตรวจโรคทั่วไป เพื่อหาความสมบูรณ์ของร่างกาย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้เราต้องเป็นคนออกเองนะครับ เพราะถือว่าเรายังไม่ได้รับการจ้างงานจากบริษัท ซึ่งตอนนั้นก็เลือกที่จะตรวจที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งครับ (บริษัทจะระบุชื่อสถานพยาบาลที่ผ่านการรับรองมาให้เลือก 5 แห่ง เราจะไปตรวจที่อื่นไม่ได้) ซึ่งส่วนตัวคิดว่าบริการดีมากๆ ใช้เวลาตรวจหนึ่งวันเต็มๆ ได้รับผลตรวจเช้าวันรุ่งขึ้นเลยครับ ที่เราต้องทำก็แค่พิมพ์เอกสารที่บริษัทต้องการไปให้คุณหมอเซ็นรับรอง และประทับตราโรงพยาบาลครับ
ตอนแรกไปถึงก็คือ การตรวจเลือดและความดันก่อน ด้วยความตื่นเต้นหรืออะไรก็ไม่ทราบ ปรากฎว่าความดันเลือดสูงมากเกินไป ต้องวัดถึงสามครั้งถึงจะผ่านครับ จากนั้นก็มาตรวจเลือด ปัสสาวะ แล้วก็มาตรวจสุขภาพสายตา ปิดท้ายด้วยการเอกซ์เรย์ปอดครับ จากนั้นก็ลงมาตรวจสุขภาพฟัน ซึ่งปรากฎว่า ต้องบูรณะกันชุดใหญ่เลยครับ เพราะว่าต้องอุดฟันหลายซี่ทีเดียว
วันรุ่งขึ้นมารับทราบผล ปรากฎว่าทุกอย่างปกติสมบูรณ์ดีครับ ดังนั้นก็เหลือแค่เรื่องทำฟันกับฉีดวัคซีนครับ ซึ่งทำฟันก็ใช้เวลาอีกสองวัน กว่าจะได้ผลผ่านตามที่บริษัทเขาต้องการ
การฉีดวัคซีนก็ต้องไปที่ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ครับ ไปที่คลินิกเสริมภูมิคุ้มกันและอายุรศาสตร์การท่องเที่ยวครับ ที่นี่ก็มีบริการฉีดวัคซีนตามที่เราต้องการเลยครับ แต่ค่าใช่จ่ายก็ทำเอาน้ำตาไหลได้ง่ายๆ อยู่พอควรครับ แต่เพื่องานเราก็ต้องยอมนะครับ สรุปรวมแล้วต้องฉีดทั้งหมดแปดเข็มด้วยกันครับ คุณหมอจึงแนะนำว่าให้ฉีดวันแรกก่อนสี่เข็ม ถ้าไม่มีอาการไข้ ก็สามารถมาฉีดอีกสี่เข็มที่เหลือได้ในวัดถัดไป เรียกว่า ทำเอาแขนระบมกันไปข้างนึง พอครบเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว ก็สแกนเอกสารส่งเข้าทางเวปไซต์ของบริษัทเลยครับ

หลังจากได้เอกสารต่างๆ แล้วก็ส่งไปให้ทางบริษัทพิจารณาจากนั้น ก็จะเป็นขั้นตอนสุดท้ายจริงๆ คือ การออกวีซ่าเข้าประเทศและออกตั๋วเครื่องบินและกำหนดวันเดินทางของเรามาให้ครับ




4 Responses to Prepare for Take-off (1)
EK Cabin Crew
January 8th, 2001 at 16:37
เอ่อ เรื่องรายละเอียดนี่ไม่ทราบจริงๆครับ เพราะว่าตอนตรวจก็เอาแบบฟอร์มไปให้คุณหมอดูอย่างเดียวเลย
ต้น
November 22nd, 2011 at 01:15
เปนกำลังใจให้ที่รักนะครับ ว่างๆบินมาหาเค้าที่สก๊อตแลนด์บ้างไรบ้าง
นัดดา
January 14th, 2012 at 11:53
กลับมาเล่าต่ออีกนิดเถอะค่ะ รออ่านด้วยความตื่นเต้น ไปอยู่ต่างแดนอย่างนี้เตรียมตัวยังไงค่ะ อยากรู้มากๆๆๆๆ ค่ะ เพราะหนูก็ฝันอยากเป็นแอร์เหมือนกัน
Pingpong
January 29th, 2012 at 10:14
สวัดดีครับ คือผมมีความสงสัยว่า ถ้ามีอาการหูได้ยินไม่เท่ากัน จะมีปัญหากับการเป้นลูกเรือไหมครับ แล้วระดับ เดซิเบลล์แค่ไหน หรือความถี่แค่ไหนที่ บริษัทเขาจะยอมรับครับบ
ขอบคุณครับ
(ไงถ้าไม่เป็นการรบกวนขอติดต่อมาที่เมลืนะครับ)