April 18, 2012 | In: Work
ฝึกงานกับการบินไทย(1)
พูดถึงเรื่องการเป็นแอร์-สจ๊วตแล้วเนี่ยนะครับ ผมว่าหลายๆ คนก็อยากจะร่วมงานกับสายการบินแห่งชาติของเรากันทั้งนั้น เพราะใครๆ ก็คงอยากอยู่บ้าน ใช้เวลาอยู่กับครอบครัว เพื่อน แฟน ไม่ต้องห่างบ้านไปอยู่ต่างประเทศเหมือนที่ลูกเรือสายการบินต่างชาติต้องทำ ดังนั้น จุดเริ่มต้นที่เราจะได้ลองเข้าไปเห็นว่า “ธุรกิจการบิน” เป็นอย่างไร ก็ต้องเริ่มจากการฝึกงานที่สายการบินซักแห่งดีกว่าครับ
เนื่องจากว่าผมเองเรียนมาทางด้านรัฐศาสตร์ ความรู้ด้านการบิน ณ จุดนั้นมีน้อยเท่าหางอึ่ง รู้แต่ว่าขึ้นเครื่องบินเป็นยังไง ไปเช็คอิน นั่งเครื่องบิน ถึงปลายทางแล้วก็รับกระเป๋า แต่ความจริงแล้ว กระบวนการในการดูแลจัดการด้านการโดยสารของสายการบินยังประกอบด้วยหลายๆ ส่วนที่เรายังไม่รู้ครับ วันนี้ก็เลยมาเล่าเรื่องการฝึกงานกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กันครับ
เคยเขียนไปแล้วว่า ประสบการณ์สัมภาษณ์การเข้าฝึกงานที่โดนดุเรื่องการแต่งกายมาแล้ว หลังจากนั้น ก็ต้องเข้าไปรายงานตัวกัน ณ สถานที่ปฏิบัติงานจริง นั่นก็คือ ศูนย์ปฏิบัติการของบริษัทการบินไทย เรียกกันว่า OPC กองที่เราไปสังกัดอยู่ก็คือ กองการโดยสาร จำได้ว่าวันแรกที่ไปถึงทุกคนมีเสื้อสูทกันทุกคน เนื่องจากเพื่อนๆ แต่ละคนกำลังเรียนด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม หรือธุรกิจการบินอะไรแบบนี้กันมาหมดนะครับ ก็มีแค่เราเองที่มาจากสายอื่นที่เรียกว่า ไม่เกี่ยวข้องอย่างสิ้นเชิงเลย

หลังจากนั่งตัวตรงฟังการปฐมนิเทศแล้ว ทุกคนก็โดนแบ่งฝ่ายที่จะไปสังกัดกันครับ ปรากฏว่า ผมและเพื่อนๆ อีกสามคน โดนให้ประจำที่สำนักงานใน OPC ไม่ได้เข้าไปปฏิบัติงานในตัวอาคารเหมือนเพื่อนๆ คนอื่นๆ แบบนี้ก็แย่สิครับ เพราะสิ่งที่เราอยากได้จากการมาฝึกงานคือ การได้ลงมือปฏิบัติ และเห็นกระบวนการต่างๆ ในการดูแลผู้โดยสาร ไม่ใช่การนั่งในสำนักงาน ชงกาแฟ หรือถ่ายเอกสารแบบนี้นะครับ ก็เลยขออนุญาตพี่ที่เป็นหัวหน้าผู้ควบคุมการฝึกงานของนักศึกษาฝึกงานว่า ขอให้ได้เข้าไปสังกัดฝ่ายที่จะได้อยู่ในอาคารผู้โดยสาร ได้ดูแลจัดการผู้โดยสารบ้าง สุดท้ายผลก็เป็นว่า ได้มาสังกัดกอง K3 ดูแลเรื่อง Irregular Flight Delay ครับ
กองนี้มีหน้าที่หลักคือ การดูแลผู้โดยสารที่กำลังจะตกเครื่องในระหว่างการต่อเครื่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครับ หรือดูแลในกรณีที่มีเหตุการล่าช้าของเครื่องบินผิดปกติ ที่อาจส่งผลให้ผู้โดยสารไม่สามารถไปต่อเที่ยวบินอื่นได้ทันเวลาที่ควรจะเป็น นั่นคือ ภายใน 60 นาที พูดกันง่ายๆ สำหรับกองนี้คือ พาผู้โดยสารวิ่งไปต่อเครื่องให้ทันนั่นเองครับ^^

แต่ก่อนที่จะเข้ามาฝึกงานในส่วนอาคารผู้โดยสารได้ ก็ต้องไปทำบัตรอนุญาตผ่านเข้าออกพื้นที่ต่างๆ ที่สำนักงานท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พอได้บัตรแล้วก็จะต้องติดบัตรนี้ไว้ตลอดเวลาหายไม่ได้ แล้วเราก็จะได้รับเข็มกลัดของการบินไทย ที่แสดงว่าเราเป็นนักศึกษาฝึกงานครับ
ตอนนั้นสำนักงานของกองนี้อยู่บริเวณแถวเชคอินชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจของการบินไทยครับ เป็นออฟฟิซขนาดเล็กมาก มีพี่ๆ ประจำกองอยู่ประมาณกะละห้าถึงหกคน มีคอมพิวเตอร์สี่ตัว โทรทัศน์หนึ่งเครื่องและกองเอกสารจำนวนมากครับ เมื่อรวมกับพวกเราอีกสี่คนก็ทำให้ห้องดูเล็กไปถนัดตา หลังจากเยี่ยมชมออฟฟิซนี้แล้ว พี่ๆ ที่กองก็พาเราไป ออนทัวร์ ท่าอาศยานสุวรรณภูมิกันครับ เพราะหน้าที่ของกองเราคือต้องพาผู้โดยสารส่งไปยังเกทต่างๆ ให้ทันเวลา ดังนั้น จึงต้องจำให้ได้ว่า เกท E อยู่ตรงไหน จะเจออะไรบ้าง จะผ่านด่านตรวจหนังสือเดินทางตรงไหนถึงจะเข้าไปยังส่วนผู้โดยสารในประเทศได้ และจากส่วนผู้โดยสารในประเทศจะออกมายังขาออกต่างประเทศได้ยังไง วันนั้นก็เรียกว่าเดินกันสามสี่กิโลเลยหล่ะครับ

หลังจากนั้นทุกวันเราก็จะต้องมาถึงที่ออฟฟิซตั้งแต่แปดโมงเช้า ช่วงนั้นยังไม่มีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตสิงค์นะครับ ก็ต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า มารอรถตู้ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ มาลงที่อาคารผู้โดยสารประตูสอง มาเร็วบ้าง สายบ้าง ตามแต่ความเร็วของการขับของพี่วินและระยะเวลาการรอรถตู้ออกครับ เพราะบางทีถ้าไปสายนิดนึง คิวรถตู้ยาวมาก เตรียมตัวโทรไปบอกพี่ๆ ที่กองได้เลยครับว่าสาย โชคดีจริงๆ ที่ปัจจุบันนี้มีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์แล้วการเดินทางสะดวกสบายขึ้นเยอะครับ
ส่วนทางมหาวิทยาลัยก็จะมีแบบประเมินผลการฝึกงานของเรา ที่เราจะต้องมอบให้พี่ๆ ที่กองคอยประเมินผลให้เราด้วยนะครับ ดังนั้น การขาด ลา มาสาย ก็ต้องพึงระวังให้ดีเช่นกันครับ

จริงๆ งานส่วนใหญ่ของกองนี้ก็จะเกิดช่วงที่การบินไทยมีไฟลท์ต่อเครื่องเยอะ นั่นคือช่วงหลังเที่ยงคืนไปจนถึงเช้ามืดครับ ดังนั้นพวกเราก็ไม่ค่อยจะมีอะไรให้ทำมากนักในช่วงเวลาที่เราจะฝึกงานกัน พวกเราถึงขั้นขอฝึกงานช่วงกะดึกก็ได้ แต่เนื่องจากเป็นกฎของการฝึกงานของทางบรฺษัทที่ไม่อนุญาตให้อยู่หลังเวลาราชการนะครับ ก็เลยทำแบบที่เราอยากทำไม่ได้ ดังนั้น กิจวัตรส่วนมากเมื่อมาถึงที่ออฟฟิซคือ เข้าไปถามว่าวันนี้มีไฟลท์อะไรจะดีเลย์มั้ย ถ้ามีพี่ๆ เค้าจะบอกว่ากี่โมง เจอกันที่ไหน แล้วก็จะให้พวกเราไปทานข้าวเช้ากันก่อนได้ครับ ไฟลท์ที่จะดีเลย์นี่ส่วนมากจะรู้มาก่อนเป็นชั่วโมงๆ ก่อนเวลาที่เครื่องจะลงจอดจริงอีกครับ ดังนั้นก็จะคำนวณได้แล้วก็มีเวลาฟิตซ้อมร่างกาย เตรียมตัววิ่งได้ครับ
ในกรณีที่มีการล่าช้าของเที่ยวบินเกิดขึ้น แล้วมีผู้โดยสารจำนวนหนึ่งมีเวลาต่อเครื่องน้อยกว่า 60 นาที ก็ถึงเวลาที่พวกเราจะวิ่งกันแล้วหล่ะครับ นั่นคือพี่ๆ ที่กองจะปรินท์ข้อมูลผู้โดยสารพร้อมรายชื่อผู้โดยสาร แล้วให้พวกเราไปรอที่เกทที่เครื่องจะลง ตามหาผู้โดยสารท่านนั้นให้พบแล้วพาไปส่งยังเกทที่เที่ยวบินต่อไปของผู้โดยสารท่านนั้นจะเดินทางต่อครับ อย่างเช่น ผู้โดยสารเดินทางจาก โตเกียว-กรุงเทพฯ-สิงค์โปร์ ปรากฎว่าไฟลท์จากโตเกียวล่าช้า เราก็จะเขียนชื่อผู้โดยสารใส่กระดาษ แล้วไปรอผู้โดยสารลงจากเครื่อง พอเจอแล้วก็ชี้แจงให้ผู้โดยสารทราบว่าท่านเหล่านั้นมีเวลาน้อยกว่าที่วางแผนในการต่อเครื่องที่นี่ พวกเราจะพาไปส่ง แล้วก็เริ่มเดิน กึ่งวิ่ง และวิ่งในท้ายที่สุดครับ เพราะผู้โดยสารไฟลท์ระหว่างประเทศจะต้องไปผ่านการตรวจค้นความปลอดภัยก่อน ซึ่งบางครั้งคิวยาวใช้เวลานานครับ แล้วก็พาไปส่งต่อที่เกทของไฟลท์จากกรุงเทพฯ ไปสิงค์โปร์ครับ

ถ้าทุกท่านลงจากเครื่องแล้วเห็นพนักงานกราวนด์ชูป้ายที่เขียนชื่อโบกไปโบกมาอยู่หล่ะก็ พวกเค้าคือกลุ่มคนที่มอบประสบการณ์การฝึกงานที่สนุกและคุ้มค่าให้กับพวกเราในกอง K3 ครับ แล้วเดี๋ยวมาต่อครับ กองนี้ยังมีเรื่องอีกมากมายให้เราได้เรียนรู้งานด้านธุรกิจการบินครับ



1 Response to ฝึกงานกับการบินไทย(1)
Boss
June 17th, 2012 at 13:47
พี่ครับสอบถามหน่อยครับ Ground customer service ของการบินไทยเค้ารับเกรดเท่าไหร่หรอครับ