
วันนี้อยากจะพูดคุยเรื่องการเรียนของเยาวชนสมัยนี้ ที่ส่วนใหญ่หลงทิศหลงทางกันไปเยอะ เรียนตามเพื่อน เรียนตามที่พ่อ-แม่กำหนด หรือเรียนไปตามดวง (คือมันเลือกไม่ได้ ติดอะไรก็เอา แบบเหวี่ยงแห) ขอให้ได้เรียนเป็นพอ อย่างน้อยๆ ก็ได้เงินรายเดือนจากพ่อ-แม่เป็นค่าใช้จ่าย แล้วยังมีเงินกูยืมจาก กยศ. ติดปลายนวมให้ได้ฟุ้งเฟ้อได้อีก เพลิดเพลินเจริญใจ เรียนไปไม่มีกำหนดจบ (ยังกับเรียนรามคำแหง 8 ปีเลยทีเดียว) หลายคนได้รับปริญญา 2 ใบ ใบแรกได้จากสถาบันการศึกษา ใบที่สองปริญญาชีวิตเอาไปให้พ่อแม่ได้ช่วยเลี้ยง(หลาน) นี่เป็นการเอาเรื่องจริงมาพูดเล่นนะครับ
ก่อนจะว่ากันไปต่อก็ไปเจอบทความที่เขียนโดย อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ฉบับวันที่ 30 เมษายน 2555 ตามลิงก์นี้ http://www.thairath.co.th/content/edu/256792 อ.วิริยะ ท่านจั่วหัวไว้ว่า เรียนอย่างไร? ในยุคปริญญาล้นประเทศ เนื้อหามีดังนี้ (** ที่เป็นตัวเอียงสีน้ำเงินเป็นความเห็นของผมที่แทรกเข้าไปครับ)






เป็นการย้ายบ้านใหม่อีกครั้ง (ครั้งที่ 3) จากโฮสท์เดิมที่ดูแลจัดการเอง แต่มีปัญหากับการให้บริการของคู่สาย Lease line ที่มักจะหลุดบ่อยเป็นประจำ (และเป็นประจำช่วงวันหยุดยาวเสียด้วย อย่างช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา) และความเร็วในการเข้าถึงค่อนข้างจำกัด ทำให้เว็บเซอร์วิสต่างๆ ทำงานไม่คล่องตัว (จะเรียกร้องมากก็ไม่ได้มันของฟรีครับ ยืมจมูกเขาหายใจ) เลยตัดสินใจย้ายเว็บไซต์ในเครือทั้งหมดเข้า กทม. ไปอยู่ที่จุดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบคโบนของประเทศ (ให้บริการคนอื่นที่โฮสท์นี้มานาน แต่ตัวเองก็สนุกกับการใช้ของฟรีที่ใกล้ตัว) คงจะได้เห็นความเร็วที่เพิ่มขึ้นกันนะครับ
ผมได้รับอีเมลล์ บทวิเคราะห์เกี่ยวกับการกำหนดโครงสร้างหลักสูตร หรือจำนวนชั่วโมงเรียนตามหลักสูตร ซึ่ง สพฐ.ได้กำหนดและประกาศใช้เมื่อเร็วๆ นี้ ผมเองตั้งใจจะวิเคราะห์และวิจารณ์ในเรื่องนี้เช่นกัน แต่ปรากฏว่า ทันทีที่ได้รับอีเมลล์ ผมคิดว่า ผู้วิเคราะห์ วิเคราะห์ได้ดีมากๆ แล้ว จึงไม่ขอวิเคราะห์อีก เพียงแต่ยกคำวิเคราะห์มาให้ทุกท่านได้อ่าน ดังข้างล่างนี้...
บิล เกตส์ เป็นอภิมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท Microsoft ที่ตอบแทนสังคม ด้วยการบริจาคเงินจำนวนมหาศาลเพื่อช่วยยกระดับการศึกษาของสหรัฐ เพราะเขาเห็นว่า หากมาตรฐานการศึกษาต่ำ บ้านเมืองก็จะย่ำแย่ 

New Website Go! 












