|
เขียนโดย ครูมนตรี
|
|
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม 2010 เวลา 15:58 น. |
ตอนที่ 2
การปรับแต่ง Joomla! เพิ่มเติม
การติดตั้งชุดภาษาไทย
หลังจากการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ต่อไปจะเป็นการปรับแต่งเพิ่มเติมในเรื่องภาษาไทย แม้ว่าในขั้นตอนการติดตั้งจะเห็นว่าเราเลือกภาษาไทยได้ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนติดตั้งไม่เกี่ยวกับตัวระบบแต่อย่างใด เราจำเป็นจะต้องติดตั้งชุดภาษาไทยที่ได้จากการดาวน์โหลดมาเข้าสู่ระบบเสียก่อน โดยการล็อกอินเข้าสู่ระบบในฐานะผู้ดูแลระบบ

- แล้วไปที่เมนู Extensions > Install/Uninstall แล้วคลิกที่ Browse.. เพื่อเลือกไฟล์ th-TH_joomla_lang_full.1.5.15v1.zip ดังภาพล่าง

- จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Upload File & Install เพื่อทำการติดตั้งชุดแปลภาษาไทยให้กับเว็บไซต์ของเรา

- ตอนนี้ระบบภาษาไทยของเราก็ทำงานได้พร้อมให้เราปรับใช้งานตามที่ต้องการ ทำการปรับแต่งด้วยการเข้าไปที่เมนู Extensions > Language Manager

- อันดับแรกเรามากำหนดให้หน้าเว็บไซต์ของเราเป็นภาษาไทย ด้วยการคลิกที่ Site เลือก Thai (ภาษาไทย) แล้วคลิกที่รูปดาว (Default) เพื่อให้รายละเอียดหน้าเว็บไซต์ของเราเป็นภาษาไทย

- สังเกตจากที่วงสีแดงไว้นั้นคือส่วนที่เป็นภาษาไทย ไม่ได้หมายความว่า เมนูและเนื้อหาตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็นภาษาไทยนะครับ ส่วนนั้นเราต้องไปแก้ไขเมนูและเนื้อหาเป็นภาษาไทยเองครับ

- สำหรับหน้าจัดการของผู้ดูแลระบบก็สามารถเปลี่ยนให้เป็นภาษาไทยได้ ด้วยการคลิกที่หัวข้อ Administrator เลือก Thai (ภาษาไทย) แล้วคลิกที่รูปดาว (Default) เมนูในส่วนจัดการนี้ก็จะเป็นภาษาไทย แล้วแต่ชอบนะครับ (ผมไม่ค่อยถนัดกับเมนูภาษาไทย เลยไม่เลือกหัวข้อนี้ ปล่อยเป็นภาษาอังกฤษเหมือนเดิม)
การปรับแต่งรายละเอียดให้เว็บไซต์
การปรับแต่งค่ารายละเอียดของเว็บไซต์เป็นส่วนสำคัญ ที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด เราจะเริ่มต้นกันที่เมนู Site > Global Configuration กันเลย จัดการที่แท็ป Site กันก่อน

- แก้ก่อนเป็นอันดับแรกในวงกลมแดงเล็ก ลบสระ ใอ ออกไป ส่วนนี้มีความสำคัญหากเรามีการปรับปรุงเว็บไซต์ โดยเฉพาะเรื่องฐานข้อมูล เพื่อไม่ให้มีผลกระทบเราสามารดการให้บริการเว็บไซต์ชั่วคราว ด้วยการคลิกเลือก Site Offline ให้เป็น Yes แล้วบันทึก เมื่อผู้ชมเข้ามาชมเว็บเราจะพบกับข้อความในช่อง Offline Message นี้
- ช่องถัดลงมาคือ Site Name สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ข้อความนี้จะปรากฏบนส่วนไตเติ้ลบาร์ของบราวเซอร์
- ถ้าอยากให้เว็บเรามีชื่อปรากฏใน Search Engine ชื่อดังทั้งหลายเราต้องกำหนดในส่วน SEO Setting ในหัวข้อ Search Engine Friendly URLs เป็น Yes

- เพื่อให้ Search Engine เก็บรายละเอียดเว็บไซต์ของเราต้องกำหนด Global Site Meta Description โดยระบุรายละเอียดของเว็บไซต์เป็นประโยคบอกเล่า ให้ครอบคลุมเป้าหมายในการจัดทำเว็บของเราอย่างชัดเจน จะภาษาไทยหรืออังกฤษไม่ว่ากัน
- ส่วนที่สองคือคำหลัก (Keywords) ให้กำหนดคำที่ผู้ชมจะนึกถึงเว็บเรา แล้วใช้ในการค้นหาจากเว็บไซต์ค้นหาทั่วไป สามารถใส่ได้มากเท่าที่เราจะนึกว่าใช่ แต่ละคำคั่นด้วยเครื่องหมายคอมม่า (,) ไปเรื่อยๆ จนคำสุดท้ายใส่เครื่องหมายจุด (Full stop) แล้วคลิกที่ปุ่ม Apply เพื่อไปกำหนดในแท็ป System ต่อไป

- ในส่วนนนี้ให้เปิดการทำงานของ Web Service ให้เป็น Yes ก่อน เพื่อให้บริการเว็บไซต์แบบโต้ตอบมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ชม (เทคโนโลยีเว็บ 2.0)
- จากนั้นกำหนดการสมัครสมาชิกของเว็บไซต์ว่าจะอนุญาตหรือไม่? ถ้าไม่ต้องการให้มีการสมัครสมาชิกผ่านทางหน้าเว็บก็เลือกเป็น No ถ้าต้องการให้สมัครสมาชิกได้เลือก Yes และระดับของสมาชิกที่สมัครจะอยู่ในระดับ Registered สามารถชมเว็บไซต์ได้ทุกหมวดหมู่ (รวมทั้งที่กำหนดไว้ให้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นด้วย)
- บรรทัดถัดมาเป็นการกำหนดว่าสมาชิกที่สมัครจะใช้งานเว็บไซต์ได้ทันที หรือต้องทำการ Activate ผ่านทางอีเมล์ก่อน แนะนำให้เลือก Yes เพราะถ้าใครสมัครมั่วๆ ไม่ใช้อีเมล์จริงจะไม่สามารถเป็นสมาชิกได้เลย และบรรทัดสุดท้ายเป็นการกำหนดให้เห็นเมนูเฉพาะของสมาชิก สำหรับร่วมการทำกิจกรรมกับทางเว็บไซต์

- การกำหนดสิทธิอนุญาตอัพโหลดไฟล์ในกรอบวงสีเขียว กำหนดด้วยการระบุนามสกุลไฟล์ที่ต้องการคั่นด้วยคอมม่า
- กำหนดผู้มีสิทธิในการอัพโหลดภาพ ค่าปกติจะต้องเป็นสมาชิกระดับ Author ผู้เขียนบทความ
- และให้ปิดการอัพโหลดไฟล์ด้วย Flash Uploader จะทำให้การทำงานสะดวกกว่า

- ขั้นตอนนี้เราจะจัดการกับแท็ป Server ซึ่งมีเพียง 2 ส่วนหลักคือ การใช้เทคนิค GZip Page Compression เพื่อให้การแสดงผลหน้าเว็บเพจของผู้ชมเป็นไปอย่างรวดเร็วให้เลือกเป็น Yes และถัดมาให้เลือกโซนเวลาที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้การแสดงผลด้านเวลาถูกต้อง ส่วนค่าติดตั้งอื่นๆ ไม่ต้องเปลี่ยนแปลง เสร็จแล้วทำการบันทึกไฟล์ด้วยการกดปุ่ม Save
- ในกรณีที่ตั้งค่าบนเซิร์ฟเวอร์จริง จะต้องกำหนดสิทธิไฟล์ configuration.php ให้สามารถเขียนได้ (chmod 777) เมื่อตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยทุกขั้นตอนแล้วให้เปลี่ยนกลับเป็น 644
ขั้นตอนต่อไปที่ควรดำเนินการคือ การเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานที่มีสิทธิเทียบเท่า Super Administrator เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน เราจะไม่ใช้สิทธิ admin ในการล็อกอินเข้าใช้งานบ่อยนัก การสร้างชื่อ User อื่นที่จดจำได้ง่าย มีรหัสผ่านเฉพาะจะเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานมากกว่า รวมทั้งการสร้างบัญชีผู้ใช้งานอื่นที่สามารถช่วยในการดูแลเว็บไซต์ อัพข่าวสาร ข้อมูล ก็จะช่วยลดภาระของผู้ดูแลหลักลงไปได้

- ให้ใช้เมนู Site > User Manager ในการจัดการบัญชีผู้ใช้ในการเพิ่มผู้ใช้งาน แก้ไขรหัสผ่าน หรือสิทธิต่างๆ ของ User รวมทั้งระงับสิทธิเข้าใช้งานชั่วคราว หรือตลอดไปของสมาชิกก็ได้

- จะพบบัญชีผู้ใช้งานคนแรกคือ admin ซึ่งมีสิทธิสูงสุด (Super Administrator) ให้คลิกที่ปุ่ม New เพื่อเพิ่มผู้ใช้งานคนใหม่

- ให้กำหนดรายละเอียดของผู้ใช้งานใหม่ คือ ชื่อ-นามสกุลจริง (ภาษาไทยหรืออังกฤษก็ได้) ชื่อบัญชีผู้ใช้ (ภาษาอังกฤษ) อีเมล์ที่ใช้งานได้จริงและต้องไม่ซ้ำกับสมาชิกอื่น (หนึ่งอีเมล์ใช้ได้แอคเคาท์เดียว) กำหนดสิทธิให้อยู่ในระดับใด (กรณีของเราเอาสูงสุดเทียบเท่า admin เพราะจะทำหน้าที่แทน admin) ด้านล่างจะเห็นว่าเราสามารถระงับสิทธิของสมาชิก (Block User) ได้เท่าที่อยากจะทำ ส่วนอันสุดท้ายคือจะให้เป็นผู้รับอีเมล์ของระบบหรือไม่? (รับแทน admin เมื่อมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นกับเว็บไซต์นี้)
- ทางด้านขวา คือ การเลือกภาษาของหน้าจัดการ ภาษาของหน้าเว็บไซต์ เครื่องมือแก้ไขข้อมูล/เขียนข่าว/บทความ และโซนเวลาของผู้ใช้งานคนนี้ (ถ้าคนเขียนอยู่คนละซีกโลกก็จะได้รู้ว่าเขาเขียนเวลาไหน) คลิก Save เป็นอันเสร็จสิ้น

- ถ้าอีเมล์ของสมาชิกซ้ำกับที่มีอยู่จะรายงานออกมา และไม่รับชื่อบัญชีนี้ ถ้าไม่เปลี่ยนอีเมล์ใหม่

- เราทดลองแก้ไขบทความกันดีไหม? ให้เลือกบทความที่หนึ่งในหน้าแรกมาเลย ไปที่เมนู Content > Front Page Manager เลือกบทความแรกด้วยการคลิกเลยจะพบหน้าต่างแบบภาพบน สิ่งที่ต้องทำในการเขียน/แก้ไขบทความ ที่สำคัญมากคือในกรอบสีแดง ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
- Title : ขาดไม่ได้ต้องบอกชื่อเรื่องที่กำลังเขียนให้กระชับ โดนใจ
- Alias : ชื่ออ้างอิงของระบบ (ต้องเป็นภาษาอังกฤษที่สื่อให้เข้าใจว่าเป็นชื่อเรื่อง ห้ามมีช่องว่าง ถ้าจำเป็นให้ใช้เครื่องหมาย - คั่น
- Section : เลือกกลุ่มของบทความ
- Published : ให้แสดงผลเผยแพร่ทันทีหรือไม่
- Front Page : ให้แสดงที่หน้าแรกหรือไม่? ถ้าไม่ก็จะไปปรากฏในเมนูอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- Category : เลือกหมวดหมู่ย่อยของบทความ
- ทางฝั่งขวาตามลูกศรชี้ คือเลือกชื่อผู้เขียน ถ้าไม่อยากแสดงชื่อจริงปรากฏให้กำหนด นามแฝง ลงในช่อง Author Alias ได้เลย บรรทัดถัดมา Access Level คือการกำหนดว่า บทความนี้ใครเข้ามาอ่านได้บ้าง ปกติจะเป็น Public คือสาธารณะ
- จากนั้นก็ลบข้อความเดิมในช่องเขียนบทความออก แล้วเขียนเป็นภาษาไทยเข้าไปแทนได้เลย ถ้าบทความยาวให้ทำการคลิกปุ่ม Apply เป็นระยะๆ เพื่อไม่ให้หมดเวลาของ Session รักษาความปลอดภัย และกดปุ่ม Save เมื่อการเขียนบทความเสร็จสิ้น

- ลองรีเฟรชบราวเซอร์ดูผลงานกันหน่อย ได้ผลดังใจหรือยัง? ถ้าผิดพลาดก็กลับไปแก้ไขได้ สังเกตไหมว่าบทความเรื่องที่ 2 และ 3,4,5 จะแยกออกเป็น 2 คอลัมน์ บางคนอาจจะไม่ชอบ อยากให้เป็นบทความที่ 1,2,3,4,5 เรียงลำดับเป็นคอลัมน์เดียวไปเลย และไม่อยากให้มีคำว่า Welcome to the Frontpage มาขวางหูขวางตา เอาออกหรือเปลี่ยนเป็นคำใหม่ได้ไหม?

- ต้องแก้ไขที่เมนู Home ครับไม่ยากไปที่เมนู Menus > Main Menu* เลยจะพบกับหน้าต่างถัดไป

- คลิกที่เมนู Home เพื่อทำการแก้ไขค่าเบื้องต้นให้กับเมนู

- ในหัวข้อ Parameters (Basic) ให้แก้ไขที่ช่อง Columns จาก 2 เป็น 1 แล้วคลิกที่หัวข้อ Parameters (System) ต่อไป

- จะเห็นช่อง Page Title มีคำว่า Welcome to the Frontpage สามารถเปลี่ยนเป็นข้อความอื่นได้ หรือไม่ต้องการให้แสดงก็เลือก Show Page Title เป็น No เสียเลย จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Apply ไปดูผลที่หน้าแรกพอใจไหม? ถ้าอยากแก้ไขก็กลับไปแก้ไขอีกครั้งจากนั้นจึงกดปุ่ม Save

- ข้างบนคือผลของการแก้ไขคอลัมน์และ Welcome to the Frontpage เป็น เว็บไซต์ทดสอบ Joomla! เป็นอันเสร็จสิ้นการตั้งค่าของเว็บไซต์จูมลาเบื้องต้น
ยังมีเทคนิคอีกมากที่นำมาใช้งานให้เว็บไซต์เป็นไปตามที่ต้องการ เช่น การแก้ไขเทมเพลจให้มีสีสันถูกใจ การแก้ไขเพิ่มเติมภาพชื่อเว็บไซต์ ภาพประกอบต่างๆ รวมทั้งติดตั้งคอมโพเน้นท์หรือโมดูลหรือปลั๊กอินให้ช่วยในการจัดการส่วนต่างๆ เช่น เมนูไปยังส่วนเนื้อหาต่างๆ การติดต่อหรือทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมกับเว็บไซต์เป็นต้น
อยากให้เพิ่มเนื้อหาเรื่องใดก็สอบถามกันมานะครับ ไม่ถามก็ไม่รู้จะบอกเรื่องอะไรบ้าง ท่านอาจจะหาความรู้เพิ่มเติมได้จากหนังสือที่มีวางจำหน่ายในท้องตลาดหลายเล่ม หรือจากเว็บไซต์อื่นๆ อีกมากมาย...
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 27 มกราคม 2010 เวลา 07:24 น. |
คอมเมนต์
1. หน้า forntpage ข่าวที่สร้างหลั งสุดจะอยู่บนสุด แต่บางครั้งผมอย ากจะให้อยู่บนนา น ๆ เพราะเป็นเรื่อง และเหตุการณ์สำค ัญ จะคงไว้บนสุดทำอ ย่างไร
2. อยากได้กล่องข้อ ความไว้ด้านข้าง เพื่อบอกเรื่องร าวมีภาพประกอบเล ็กน้อย ทำอย่างไรครับ
คิดว่าครูมนตรีซ ึ่งผมรู้จักในเว ็บไซต์มานานคงมี ความเชี่ยวชาญ คงอนุเคราะห์ครู มนูญได้ ขอบคุณครับ
ตอบข้อ 2. กล่องข้อความก็ส ร้างเป็นโมดูลขึ ้นมา กำหนดให้มันอยู่ ในตำแหน่งโมดูลต ามต้องการ (ต้องดูที่เทมเพ ลตเป็นหลักว่าจะ ให้อยู่ตรงไหนได ้บ้าง อย่างหน้าแรกที่ ผมทำกล่องข่าว Short News ด้านขวามือบนนั่ นไง)
ต้องลองดูครับ ถ้ารู้เรื่องภาษ า php นี่ผมแนะให้แก้ท ี่โค๊ด index.php ของเทมเพลตเอาเล ย สะดวกสุดๆ ครับ เรียก include ไฟล์เข้ามายังไง ก็ได้
การติดตั้ง Comment ท่ายบทความนี่ใช ่ไหม?
จะได้ตอบถูก
ใช่ค่ะ ติดตั้ง comment ท้ายบทความที่เร าสร้างขึ้นมาค่ะ
สามารถทำได้ไหม
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds