KruMontree.com

Moral Principle

". . . คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณเป็นประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ . . ."

พระบรมราโชวาท
๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒

Home ไขปัญหาคาใจ เรื่องของแบตเตอรี่อึด ทนทานคู่คุณ
เรื่องของแบตเตอรี่อึด ทนทานคู่คุณ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2007 เวลา 16:54 น.
แบตเตอรี่ในอุปกรณ์สมัยใหม่

แบตเตอรี่ทนทานคู่บุญ

นปัจจุบันนี้ อุปกรณ์เครื่องใช้หลายๆ ชิ้นรอบข้างเรามักมีส่วนประกอบที่สำคัญในการจ่ายพลังงานคือ แบตเตอรี่ จึงมักจะมีคำถามติดตามมาว่าจะทำอย่างไรให้ใช้ได้นาน อึดและทนที่สุด โดยเฉพาะพวกที่สามารถชาร์ทไฟใหม่ได้ อย่างแบตเตอรี่โน๊ตบุ้ค โทรศัพท์ กล้องดิจิตอล เรามาดูวิธีการง่ายๆ กันเลยดีกว่า ใครๆ ก็ทำได้แน่นอน

 

การดูแลเบื้องต้นสำหรับแบตเตอรี่ชนิดชาร์ทไฟใหม่ได้

  • ใช้คั้งแรกต้องชาร์ทไฟให้เต็มอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ของโน๊ตบุ้ค โทรศัพท์มือถือ หรือกล้องดิจิตอล เพื่อให้วงจรชาร์ทไฟภายในตัวเครื่องได้ประจุกำลังไฟให้เต็มที่และสามารถคำนวณระยะเวลาการตัดการประจุ (การชาร์ท) เมื่อแบตเตอรี่เต็มแล้ว แม้ว่าคุณจะเห็นว่าวงจรประจุแสดงว่าได้ชาร์ทไฟจนเต็มแล้วก่อนถึงระยะ 8 ชั่วโมงก็ตาม ก็ควรจะชาร์ททิ้งไว้จนถึง 8 ชั่วโมง (ชาร์ทไปใช้งานไปก็ได้นะ)
  • อย่าใช้งานเพลินจนแบตเตอรี่หมดไปโดยสิ้นเชิง โดยปกติวงจรอิเล็กทรอนิกส์จะเตือนเสมอเมื่อมีกำลังไฟจากแบตเตอรี่เหลือต่ำประมาณ 10% ให้คุณรีบทำการประจุไฟใหม่ได้แล้ว อย่าเผลอใช้ไปจนเกลี้ยงกระทั่งเครื่องดับไปเอง เพราะจะเกิดอันตรายต่อเซลแบตเตอรี่จนถึงขั้นไม่อาจประจุไฟใหม่ได้
  • ในการประจุไฟครั้งต่อมาให้ประจุจนเต็มแล้วยกเลิกการประจุในทันที ไม่ควรประจุทิ้งไว้ข้ามคืนข้ามวัน ถ้าเครื่องประจุของคุณไม่มีวงจรตัดกระแสเมื่อประจุเต็ม การประจุด้วยเครื่องที่ไม่ได้ทำไว้เพื่อแบตเตอรี่ชนิดนั้นๆ โดยตรงก็ควรระวังเช่นกัน เพราะอาจจะทำให้แบตเตอรี่เสียหายได้จากการประจุด้วยกระแสที่มากเกินไป (ปกติจะประจุด้วยขนาด 1/10 ของกระแสแบตเตอรี่) จนเกิดความร้อนสูง
  • อย่าเก็บแบตเตอรี่ไว้ในที่มีอุณภูมิสูงเกินไป ปกติแบตเตอรี่จะทำงานได้ดีที่อุณหภูมิห้อง (ประมาณ 27-40 องศาเซลเซียส) ควรหลีกเลี่ยงการเก็บไว้ในรถยนต์ที่จอดกลางแดด แม้มันจะบรรจุอยู่ในกระเป๋าก็ตาม ถ้าคิดว่าจะจอดรถทิ้งไว้นานๆ หอบเอาเครื่องมือหรืออุปกรณ์เหล่านั้นไปด้วยดีกว่า
  • ถ้าจะไม่ใช้เครื่องหรืออุปกรณ์นั้นนานๆ ให้ชาร์ทไฟแบตเตอรี่ให้เต็ม ถอดออกจากตัวเครื่อง วางไว้ในที่อากาศถ่ายเทและเย็น จะช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้มาก เมื่อจะกลับมาใช้งานอีกก็เพียงแต่ชาร์ทไฟให้เต็มอีกครั้งเท่านั้นเอง

การยืดอายุและทะนุถนอมแบตเตอรี่โน้ตบุ๊คตัวเก่ง 

คำถามจากเพื่อนๆ ที่กำลังเห่อมากๆ เมื่อได้ (ซื้อ) โน๊ตบุ้คเครื่องใหม่มา ก็คือ แบตเตอรี่ของใครใช้ได้นานสุดๆ และจะดูแลรักษาให้มันอยู่ทน อยู่นานได้อย่างไร? ก็คงตอบได้ว่า ทำตามคำแนะนำที่กล่าวมาแล้วได้เลย และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ใช้ได้นานขึ้นก็ขอแนะนำเพิ่มเติมดังนี้

  • เปิดใช้ฟังก์ชั่น Power Options เพื่อเสริมการประหยัดกระแสไฟในแบตเตอรี่ เช่น ให้ปิดหน้าจอถ้าไม่ได้ใช้งานภายใน 5 นาที หยุดการหมุนของฮาร์ดดิสก์ภายในเวลา 10 นาที รวมทั้งบรรดา Screen Saver สวยๆ ด้วยนะ มันไม่ได้กินแค่ไฟหรอกบั่นทอนอายุการใช้งานของฮาร์ดดิสก์ไปด้วย
  • ลดความสว่างของจอ LCD ให้เหมาะสม เพราะจอ LCD คืออุปกรณ์ที่กินไฟมากที่สุดในโน๊ตบุ้ค ยิ่งเราปรับให้สว่างมากก็ยิ่งกินแบตเตอรี่มากขึ้น
  • ปรับลดระดับสีลง (Color Depth) คุณอาจใช้เพียงระดับ Medium 16 bit แทนที่จะเป็น Highest 32 bit ก็พอแล้ว ซึ่งจะช่วบลดมิติของสีที่แสดงผลบนหน้าจอ ลดการทำงานของซีพียูลงอันจะทำให้กินพลังงานไฟน้อยลงตามไปด้วย
  • ปิดการทำงานในอุปกรณ์ที่คุณไม่ได้ใช้ขณะนั้น เช่น wireless, bluetooth ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้จะกินไฟตลอดเวลาในการค้นหาอุปกรณ์สื่อสารต่างๆ (อย่าคิดว่าเท่ห์ โน๊ตบุ้คฉันล้ำสมัยนะขอบอก เปลืองแบตเปล่าๆ เพราะละแวกนั้นไม่มีไวร์เลส บลูธูทให้ใช้งานเชื่อมต่อกะใครสักหน่อย)
  • ปิดโปรแกรมที่ไม่ได้ใช้งานไปเสียบ้าง (บางคนเถียงว่าก็เปิดเท่าที่ทำงานนี่แหละ ไม่จริงมั๊ง) ลองดูที่ Taskbar ล่างทางขวามือดูซิ มีสัญลักษณ์ WinAmp หรือรูปกล้องถ่ายรูปของโปรแกรม ACDSee หรือโปรแกรม Winzip อยู่บ้างหรือเปล่า? นั่นแหละมันรอให้คุณเรียกใช้ ถ้าไม่ใช้มันก็เตรียมตัวอยู่ (กินไฟรอ) ปิดมันไปจาก Taskbar เสียเลย
ฺBattery

ก็หวังว่าคงจะช่วยให้ท่านได้ดูแลรักษา ทะนุถนอมแบตเตอรี่ในอุปกรณ์พกพาของท่านได้ใช้งานได้ยาวนานขึ้นนะครับ...

ไปอ่านเจอมาจากเว็บชุมชนชาวแม็ค ThaiMacClub.net มา เห็นว่าน่าสนใจเลยเอามาบอกต่อครับ อาจจะเป็นวิธีที่สามารถยืดอายุของแบตเตอรี่ในเครื่องโน้ตบุ๊คของคุณได้

"เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา PB G4 ของผมมีอาการ Charge ไฟไม่เข้า กอปรกับบางคราเข้าได้เล็กน้อย แลไม่เก็บไฟ

ผมเลยทำใจว่า Battery ถึงแก่กรรมด้วยความสงบแล้ว จึงได้โทรไป Maccenter เพื่อสอบถามราคา Battery รุ่นนี้ ทราบราคามาที่ 6,xxx บาท ต้นๆ ผมเลยยังไม่กล้าซื้อ น้องบางคนได้แนะนำร้านเปลี่ยนไส้ Battery มาก็พิจารณาอยู่

จึงได้ Search เรื่อง "Battery" ใน TMC นี่แล จึงได้พบว่ามีสิ่งนึง ที่ผมไม่เคยทำเลยคือการ Calibrate Battery ด้วยวิธีการ

  • ปล่อยให้เครื่อง Sleep / ดับไปเองจน Battery หมด
  • แล้ว Charge ใหม่ จนเต็มใช้งานตามปกติ

เพื่อให้วงจรฤาระบบ เครื่องในของ Batery ได้มีการคลายประจุ ฯลฯ

ผลตอบรับ ครั้งแรกผมได้ Battery กลับมา Charge ไฟเข้าได้ที่ 5% และผมก็ปล่อยให้มันหมด Charge ใหม่ทำอย่างนี้มาจนถึงปัจจุบัน

ปรากฏว่าสามารถเพิ่มความสามารถในการเก็บไฟได้เฉลี่ยนวันละ 5% - 8% จนถึงวันนี้ สามารถเก็บไฟได้ที่ 73% และใช้งานได้ตามปกติ ไม่มีอาการ Battery หมดไว ฤาผลข้างเคียง"

บันทึกโดย คุณ hans Wed Jul 18, 2007 | 15:21:07

ที่มา http://www.thaimacclub.net/forum/topicview.php?no=10034 (ต้องเป็นสมาชิกนะถึงจะเข้าไปอ่านได้)

 เพิ่มเติมอันนี้ผมไปอ่านมาจากเว็บไซต์ของ Apple เรื่องการ Calibrate Battery เลยนำมาฝาก แปลให้เป็นภาษาไทยแล้วครับ

มีความสงสัยกันมากในหมู่ผู้ใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีพลังงานไฟฟ้า จากแบตเตอรี่เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นเพลง MP3 กล้องถ่ายรูป และอื่นๆ ว่า ทำอย่างไรจึงจะทำให้แบตเตอรี่ชนิดประจุไฟได้ที่มาพร้อมเครื่องมีอายุยืนยาว เพราะเมื่อเสื่อมสภาพแล้วจะซื้อใหม่ราคาช่างเจ็บปวดหัวใจเสียเหลือเกิน

บาง คนก็บอกว่า ให้ถอดแบตเตอรี่ออกใช้การเสียบอะแดปเตอร์แทน วิธีการนี้อายุของแบตยิ่งจะไปเร็วเพราะไม่มีการกระตุ้นด้วยการใช้งานเลย บางคนก็บอกว่า เสียบอะแดปเตอร์ไว้ตลอดเวลาจะได้ชาร์ทให้เต็มตลอดเวลา นี่ก็ไม่เหมาะอีกเพราะยังไม่ได้คลายประจุออกมาก็อัดคืนเข้าไปแล้ว แล้วจะทำอย่างไรดี?

นี่คือคำตอบ ที่ได้มาจากฝ่ายสนับสนุนฮาร์ดแวร์ของบริษัท แอบเปิ้ล ผู้ผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ Mac ชื่อดัง และโทรศัพท์ iPhone เครื่องเล่นเพลงอย่าง iPod แนะนำมาอย่างนี้ครับ

การปรับแต่ง แบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อยืดอายุให้นานวันและมีพลังเพียงพอในการทำงานเสมอ (โดยเฉพาะแบตเตอรี่ยุคใหม่ที่เป็น Lithion) ควรจะทำการ calibrate ตามขั้นตอนดังนี้

   1. เสียบปลั๊กเพาเวอร์อะแดปเตอร์ให้ชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็ม จนกระทั่งไฟแสดงการชาร์ท หรือไอค่อนแสดงการชาร์ทในอุปกรณ์นั้นแสดงว่าเต็ม 100%.
   2. ปล่อยให้มีการชาร์ทต่อไปอีกสัก 2 ชั่วโมง ซึ่งในระหว่างการชาร์ทนี้คุณยังสามารถทำงานกับเครื่องอุปกรณ์ได้ตามปกติ.
   3. ถอดปลั๊กเพาเวอร์อะแดปเตอร์ แล้วใช้งานไปตามปกติจนกระทั่งแบตเตอรี่หมด (ถ้าทำงานสำคัญให้หมั่นเซฟงานไว้ด้วย) จนกระทั่งแบตเตอรี่จ่ายไฟจนหมด ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์จะมีกรอบหน้าต่างเตือน หรือเสียงเตือน (ถ้าตั้งค่าไว้) ก็แค่กดปุ่มปิดกรอบแจ้งเตือนนั้น แต่ทำงานต่อไป.
   4. จนกระทั่งแบตเตอรี่หมดจริงๆ และเครื่องเข้าสู่ภาวะหลับ (sleep) อย่าลืมเซฟงานสำคัญไว้ก่อนเมื่อมีการเตือนก่อนที่เครื่องจะหลับไป.
   5. ปิดเครื่องหรือปล่อยให้มันหลับไป ทิ้งไว้ประมาณ 5 ชั่วโมงหรือมากกว่า ถ้ามีงานต้องทำอาจจะถอดแบตเตอรี่ออกแล้วใช้กำลังไฟจากเพาเวอร์อแด็ปเตอร์แทน ได้ (ถ้าเครื่องนั้นทำได้ เพราะมีบางเครื่องถ้าถอดแบตเตอรี่ออกจะเปิดไม่ได้ก็มี กรณีนี้ก็นอนหลับพักผ่อนเถอะ).
   6. ครบ 5 ชั่วโมงแล้วเชื่อมต่อเพาเวอร์อะแดปเตอร์อีกครั้ง ทำการชาร์ทไฟให้เต็มที่อีกครั้ง แบตเตอรี่ของคุณจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง.

Tip: วิธีการนี้ผมลองทดสอบกับเครื่องโน้ตบุ๊คที่ใช้งานมาประมาณปีเศษ จากที่เคยใช้งานได้นานสามชั่วโมงก็จะเหลือเพียงชั่วโมงเศษๆ แบตเตอรี่ก็หมดประจุแล้ว เลยใช้วิธีการนี้ดูบ้าง ปรากฏว่าทำให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้เกือบสองชั่วโมง เลยทำการ calibrate ซ้ำไปสี่ห้าครั้ง เรื่องไม่น่าเชื่อก็บังเกิด แบตเตอรี่ก้อนนั้นสามารถกลับมาจ่ายประจุได้สามชั่วโมงอีกครั้งหนึ่ง ทดลองดูซิครับ อาจจะไม่ต้องเสียเงินห้าหกพันสำหรับแบตเตอรี่ก้อนใหม่ก็ได้นะครับ Laughing

เพิ่มเติมมีบทความทางวิชาการดีๆ มาฝากครับตามไปอ่านกันได้เลย

 http://www.techxcite.com/content.php/3/1426/%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%AF+Lithium+%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87+%28%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%AF+Notebook%2C%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A5%2C%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%96%E0%B8%B7%E0%B8%AD+%E0%B8%AF%E0%B8%A5%E0%B8%AF%29/

 Laughing Wink Cool

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2009 เวลา 23:04 น.
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_2

Our Sponsor 3

245x100

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page