KruMontree.com

ป้ายโฆษณา

Moral Principle

"   . . . ผู้หนักแน่นในสัจจะ พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงจะได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือ และความยกย่องสรรเสริญจากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริงทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม . . ."

พระบรมราโชวาท
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๐

Home บทความของเรา คุณอยากเป็นคนดีบ้างไหม?
คุณอยากเป็นคนดีบ้างไหม? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันอังคารที่ 04 สิงหาคม 2009 เวลา 10:21 น.

เป็นคนดีมันง่ายอย่างนี้เชียวหรือ?

corruption_04เคยเขียนเรื่องนี้ไปทีหนึ่งแล้วครับ จากบทความเรื่องนี้ โรคร้ายรุมเร้า... ประเทศไทย มาวันนี้มาอีกแล้ว หนังสือเชิญชวนเข้ารับการคัดเลือกบุคลากรเข้ารับรางวัล "ผู้ถ่ายทอด สืบสาน รักษาเอกลักษณ์ของชาติดีเด่น" จาก นิตยสารสารคดีคนสร้างชาติ (พยายามหาที่อยู่สำนักพิมพ์ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ก็ไม่ปรากฏ มีแต่ชื่อผู้รับเงินและตู้ ปณ.) ดูในไฟล์ PDF ที่แนบมาให้ดูได้เลย การจะเป็นคนดีนี่ได้มาด้วยวิธีการแปลกๆ นะ จ่ายเงินเพื่อซื้อเสียง เกียรติยศ ระดับชาติเลยนะ ใครอยากเป็นก็โปรดโหลดเอกสารเอาไปจัดการสมัคร จ่ายเงินตามระเบียบได้เลย โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคณะกรรมการผู้พิจารณา องค์กรที่จะรองรับความดีนี่เป็นหน่วยไหนไม่ปรากฏ จะดีเด่นหรือดีเด่... ก็ไม่ทราบ ประเทศไทยนี่ดีจริงๆ คุณเชื่อไหมล่ะ?

คิดกันเล่นๆ นะครับมีคนสนใจสมัคร 100 คน (หรืออาจจะมากกว่า แต่ประกาศผลเอา 100 คน) ค่าลงทะเบียนต่อหัว 1,000 บาท รายได้เท่ากับ 100,000 บาท ค่าเช่าสถานที่และจัดการเกียรติบัตร เครื่องดื่มนิดหน่อย ค่าตอบแทนท่านประธาน ไม่เกิน 60,000 บาท กำไรเหนาะๆ 40,000 บาท ทำมันทุกเดือน รายได้เข้ากระเป๋าปีละ 480,000 บาท (นี่ยังไม่นับผู้อยากได้โล่ ต้องจ่ายเพิ่มรายละ 1,000 บาทอีกนะ) รูปแบบธุรกิจหากินบนความอยากของครู อยากได้เกียรติยศ ชื่อเสียงจอมปลอม เพื่อการเอาไปอ้างเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เข้าทางสมใจอยากของทุกฝ่าย

เขียนมาบ่นให้ฟังครับ เซ็งและเบื่อกับนักฉวยโอกาสมากจริงๆ ใครอยากจะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมก็ส่งไปยังอีเมล์นี้ได้เลย อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเยอะๆ นะครับ... Cool

ทำยังไงให้สังคมเราหมด "คอรัปชั่น"

corruption_01ในสังคมบ้านเราทุกวันนี้ที่มีการแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีเสื้อ เกิดสงครามแย่งชิงประชาชนเพื่อรองรับเป็นฐานอำนาจ ปัจจัยหนึ่งมาจาก "คอรับชั่น" ที่ระบาดในวงราชการสู่ภาคธุรกิจ และชุกชุมในวงการเมือง ต้องเข้าใจก่อนว่าบ้านเรามีระบบขุนนาง มีการแบ่งชั้นวรรณะกันอย่างชัดเจน มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา มารัตนโกสินทร์นานมาแล้ว เรื่องพวกนี้เลยถือว่าอยู่ในสายเลือดคนไทย ใครยังไม่เคยสัมผัสลองแอบเข้าไปฟังนักเรียนโรงเรียนนักปกครอง หรือนายร้อยตำรวจเขาคุยกันดูได้เลย (ขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ในหมู่คนดีมักจะมีกระสือปะปนอยู่บ้างไม่มากก็น้อยแหละ)

พวกเรามักถูกสอนมาว่า ถ้าเราเป็นคน 'ซื่อ' เค้าเรียกว่า 'โง่' คนมีหัวพลิกแพลง คดนิดๆ งอหน่อยๆ เป็นคน 'ฉลาด' ผมลองเทียบคนที่พ่อแม่ได้ส่งให้ไปศึกษาที่ต่างประเทศ ตั้งแต่เล็กกับพวกที่เรียนในบ้านเกิดเมืองนอนโรงเรียนประชาบาลบ้านนอกอย่างผม กับโรงเรียนใหญ่โรงเรียนดังในประเทศ พวกที่เรียนในต่างแดนจะถูกปลูกฝังเรื่องความซื่อมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีพ่อใครใหญ่กว่าพ่อใคร ไม่มีใครใหญ่จนไม่ต้องต่อคิว ทุกโรงเรียน มหาลัย วัดกันที่ความสามารถไม่ใช่ว่าคุณเป็นลูกใคร ดูอย่างเจ้าชาย William ทำไมไปอยู่มหาลัย St.Andrew ทั้งๆ ที่น่าจะได้ไป Oxford/Cambridge? เพราะเค้าอยากไปที่นั่นและเค้าสอบได้แค่นั้น ทุกคนถูกประเมินเท่าๆ กันจากความสามารถจริงๆ ไม่ใช่เพราะบารมีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องหรือเส้นสายก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่

เราถูกมองโดยสังคมตลอดว่า เราสำเร็จไปถึงขนาดไหนแล้ว? วัดจากเงินที่เรามี รถที่เราขับ ขนาดบ้านที่เราอยู่ ถ้าของพวกนี้แย่กว่าสมัยที่พ่อแม่เรามีถือว่าเรา 'ล้มเหลว' แล้วความพอดีอยู่ไหน? คนเราจริงๆ แล้วจำเป็นต้องรวยเป็นร้อย/พัน/หมื่น/แสน ล้านเหรอ ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จหรือมีความสุข ข่าวที่เราได้ยินจากสื่อมากมายที่คนร่ำรวยต้องฆ่าฟันกันเองในหมู่พี่น้อง จากท้องแม่เดียวกันเพราะสมบัติที่พ่อแม่สั่งสมไว้ แล้วการจัดสรรปันส่วนไม่ลงตัว เราเองก็กลัวคนมองว่า เราล้มเหลว เราจึงต้องทำงาน และพยายามทุกวิธีทางที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุด

การจะแก้ปัญหาพวกนี้ ต้องเริ่มที่ตัวเรา ไม่ต้องสนใจว่าคนรอบข้างจะมองเราว่าอย่างไร ทำงานอย่างสุจริตและซื่อสัตย์ สร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง ใช้บารมีตัวเองเพื่อก้าวไปข้างหน้า ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจอันบริสุทธิ์ และผมเชื่อว่า ในที่สุดเราก็จะประสบความสำเร็จ ถึงแม้เราอาจจะไม่สำเร็จเร็วเท่าคนที่ใช้ connection ต่างๆ นาๆ ที่ทำให้เค้าก้าวกระโดดไปเร็ว แต่เราก็มีความภูมิใจว่าทุกสิ่งที่เราทำ เราทำมากับมือตัวเอง ถึงจะหาได้หลักแสนหรือแค่หลักล้าน แต่เราก็ภูมิใจกว่าคนที่หาได้เป็นร้อยหรือพันล้านที่โกง หรือหลอกจากคนอื่นมา


corruption_03
หยุดการไห้ ด้วยการไม่รับ ขจัดคอรับชั่นจากประเทศไทย

ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของคำสอนของพระเจ้าอยู่หัวของเราว่า 'ให้รู้จักความพอเพียง' ถ้าทุกคนทำได้ก็จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ในสังคมไทยปัจจุบันเราจะได้ยินคำต่างๆ เหล่านี้

บางคนเรียก Connection แต่ผมเห็นว่า เป็นเส้นสาย
บางคนเรียก ค่าธรรมเนียม แต่ผมเห็นว่า เป็นเงินใต้โต๊ะ
บางคนเรียก การสร้างความเข็มแข็ง แต่ผมเห็นว่า เป็นการผูกขาด

บางคนเห็นว่า ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ แต่ผมเรียกว่า สันโดษ
บางคนเห็นว่า รายได้น้อย แต่ผมเรียกว่า เหลือเก็บ
บางคนเห็นว่า ไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ผมเรียกว่า พอเพียง

ประเทศเราสอนให้มีคนเก่งมากมาย แต่คนที่ดีมีคุณธรรม สำนึกรักบ้านเกิดนั้นมีน้อยนัก บทบาทของครูเราในวันนี้ จึงต้องหันมาใส่ใจสร้างคนดีกันให้มากไว้ แต่... ก็เห็นๆ กันอยู่ล่ะนะว่าผู้สอนหลายๆ คนก็เข้าไปอยู่ในวังวนธุรกิจ เป็นลูกน้องท่านนักการเมือง แล้วเราจะแก้อย่างไรดี....

ทิ้งเป็นประเด็นไว้ให้ช่วยกันคิดต่อหน่อยก็แล้วกัน ผมเหนื่อยกับการรับข่าวสารของประเทศไทยในเวลานี้ (ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์) ขนาดเรื่องของความเป็นความตายของประชาชน (จากไข้หวัด 2009) ก็ยังมีคุณหมอออกมาแฉว่าเป็นเกมการเมืองเลย... Sealed Sealed Sealed

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 พฤศจิกายน 2009 เวลา 15:19 น.
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_2

Our Sponsor 3

245x100

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page