" . . . ผู้หนักแน่นในสัจจะ พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงจะได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือ และความยกย่องสรรเสริญจากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริงทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม . . ." พระบรมราโชวาท |
| คุณอยากเป็นคนดีบ้างไหม? |
|
|
|
| เขียนโดย ครูมนตรี | ||
| วันอังคารที่ 04 สิงหาคม 2009 เวลา 10:21 น. | ||
เป็นคนดีมันง่ายอย่างนี้เชียวหรือ?
คิดกันเล่นๆ นะครับมีคนสนใจสมัคร 100 คน (หรืออาจจะมากกว่า แต่ประกาศผลเอา 100 คน) ค่าลงทะเบียนต่อหัว 1,000 บาท รายได้เท่ากับ 100,000 บาท ค่าเช่าสถานที่และจัดการเกียรติบัตร เครื่องดื่มนิดหน่อย ค่าตอบแทนท่านประธาน ไม่เกิน 60,000 บาท กำไรเหนาะๆ 40,000 บาท ทำมันทุกเดือน รายได้เข้ากระเป๋าปีละ 480,000 บาท (นี่ยังไม่นับผู้อยากได้โล่ ต้องจ่ายเพิ่มรายละ 1,000 บาทอีกนะ) รูปแบบธุรกิจหากินบนความอยากของครู อยากได้เกียรติยศ ชื่อเสียงจอมปลอม เพื่อการเอาไปอ้างเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เข้าทางสมใจอยากของทุกฝ่าย เขียนมาบ่นให้ฟังครับ เซ็งและเบื่อกับนักฉวยโอกาสมากจริงๆ ใครอยากจะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมก็ส่งไปยังอีเมล์นี้ได้เลย
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเยอะๆ นะครับ... ทำยังไงให้สังคมเราหมด "คอรัปชั่น"
พวกเรามักถูกสอนมาว่า ถ้าเราเป็นคน 'ซื่อ' เค้าเรียกว่า 'โง่' คนมีหัวพลิกแพลง คดนิดๆ งอหน่อยๆ เป็นคน 'ฉลาด' ผมลองเทียบคนที่พ่อแม่ได้ส่งให้ไปศึกษาที่ต่างประเทศ ตั้งแต่เล็กกับพวกที่เรียนในบ้านเกิดเมืองนอนโรงเรียนประชาบาลบ้านนอกอย่างผม กับโรงเรียนใหญ่โรงเรียนดังในประเทศ พวกที่เรียนในต่างแดนจะถูกปลูกฝังเรื่องความซื่อมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีพ่อใครใหญ่กว่าพ่อใคร ไม่มีใครใหญ่จนไม่ต้องต่อคิว ทุกโรงเรียน มหาลัย วัดกันที่ความสามารถไม่ใช่ว่าคุณเป็นลูกใคร ดูอย่างเจ้าชาย William ทำไมไปอยู่มหาลัย St.Andrew ทั้งๆ ที่น่าจะได้ไป Oxford/Cambridge? เพราะเค้าอยากไปที่นั่นและเค้าสอบได้แค่นั้น ทุกคนถูกประเมินเท่าๆ กันจากความสามารถจริงๆ ไม่ใช่เพราะบารมีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องหรือเส้นสายก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ เราถูกมองโดยสังคมตลอดว่า เราสำเร็จไปถึงขนาดไหนแล้ว? วัดจากเงินที่เรามี รถที่เราขับ ขนาดบ้านที่เราอยู่ ถ้าของพวกนี้แย่กว่าสมัยที่พ่อแม่เรามีถือว่าเรา 'ล้มเหลว' แล้วความพอดีอยู่ไหน? คนเราจริงๆ แล้วจำเป็นต้องรวยเป็นร้อย/พัน/หมื่น/แสน ล้านเหรอ ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จหรือมีความสุข ข่าวที่เราได้ยินจากสื่อมากมายที่คนร่ำรวยต้องฆ่าฟันกันเองในหมู่พี่น้อง จากท้องแม่เดียวกันเพราะสมบัติที่พ่อแม่สั่งสมไว้ แล้วการจัดสรรปันส่วนไม่ลงตัว เราเองก็กลัวคนมองว่า เราล้มเหลว เราจึงต้องทำงาน และพยายามทุกวิธีทางที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุด
ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของคำสอนของพระเจ้าอยู่หัวของเราว่า 'ให้รู้จักความพอเพียง' ถ้าทุกคนทำได้ก็จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ในสังคมไทยปัจจุบันเราจะได้ยินคำต่างๆ เหล่านี้ บางคนเรียก Connection แต่ผมเห็นว่า เป็นเส้นสาย ประเทศเราสอนให้มีคนเก่งมากมาย แต่คนที่ดีมีคุณธรรม สำนึกรักบ้านเกิดนั้นมีน้อยนัก บทบาทของครูเราในวันนี้ จึงต้องหันมาใส่ใจสร้างคนดีกันให้มากไว้ แต่... ก็เห็นๆ กันอยู่ล่ะนะว่าผู้สอนหลายๆ คนก็เข้าไปอยู่ในวังวนธุรกิจ เป็นลูกน้องท่านนักการเมือง แล้วเราจะแก้อย่างไรดี.... ทิ้งเป็นประเด็นไว้ให้ช่วยกันคิดต่อหน่อยก็แล้วกัน ผมเหนื่อยกับการรับข่าวสารของประเทศไทยในเวลานี้ (ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์) ขนาดเรื่องของความเป็นความตายของประชาชน (จากไข้หวัด 2009) ก็ยังมีคุณหมอออกมาแฉว่าเป็นเกมการเมืองเลย... |
||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 09 พฤศจิกายน 2009 เวลา 15:19 น. |