KruMontree.com

Moral Principle

" . . . การทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมนั้น ได้ประโยชน์มากกว่าทำเฉพาะประโยชน์ส่วนตัว และบอกได้ว่าคนไหนทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแท้ๆ ล้วนๆ เชื่อว่าประโยชน์นั้นจะไม่ได้ เท่ากับรวบรวมของหนักมาวางบนหัว แบกเอาไว้ตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่สบาย ก็หนัก ก็เหนื่อย แต่ถ้าผู้ใดทำเพื่อส่วนรวม ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งเบา ยิ่งคล่องแคล่วว่องไว และยิ่งมีความสุข . . ."

พระราชดำรัส
๑๑ กันยายน ๒๕๒๓

Home บทความของเรา Open Source ในโรงเรียน (1)
Open Source ในโรงเรียน (1) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2009 เวลา 15:36 น.

OpenSource ในโรงเรียนตอนที่ 1

OS Selectในช่วงระยะนี้ได้รับข่าวสารการเข้าจับกุมการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟท์แวร์ถี่มากขึ้น เมื่อก่อนจะเป็นการเข้าจับกุมบริษัทเอกชน ร้านอินเทอร์เน็ตและเกม ร้านคาราโอเกะ และช่วงนี้เป็นสถานศึกษา จึงมีคำถามติดตามมามากมาย อาจจะด้วยความวิตกกังวลเพราะตนเองมีการใช้งานซอฟท์แวร์ละเมิด หรือบางรายก็ชักไม่แน่ใจว่าเครื่องที่ตนเองใช้ละเมิดหรือเปล่า เพราะตั้งแต่ซื้อมาจากร้านก็มีมาอย่างนี้

มาดูกันซิว่าปัญหาอยู่ที่ไหน? อย่างไร? เนื่องจากพื้นฐานการใช้งานคอมพิวเตอร์ของประชากรในบ้านเรานั้น ค่อนข้างจะมีประสบการณ์น้อย ขาดการเรียนรู้ และไม่ศึกษาอะไรเพิ่มเติม (ไม่ทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น) ทุกอย่างทำไปด้วยความเคยชิน เคยใช้ เคยเห็น และเลียนแบบโดยไม่รู้ที่มาที่ไป ยกตัวอย่าง เคยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของหน่วยงาน ของคนอื่น พอใช้ได้ ใช้เป็นแบบงูๆ ปลาๆ จำๆ เขามา เมื่อวันหนึ่งมีเงินพอที่จะซื้อหาเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นของตนเอง สิ่งแรกที่คิดคือต้องมีโปรแกรมที่เคยใช้งานเหมือนๆ กับที่เคยใช้ โดยคิดเอาเองว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ราคานี้ย่อมมีทุกสิ่งที่เคยใช้งานมาพร้อมแล้ว

และก็แปลกอีกนั่นแหละที่การค้าขายคอมพิวเตอร์ของบ้านเรา ไม่มีใครเคยกล่าวถึงตัวเครื่อง (ฮาร์ดแวร์) และโปรแกรม (ซอฟท์แวร์ ) นั้นขายแยกจากกัน มีมูลค่าต่างกันการจะติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมจะต้องจ่ายเพิ่ม ด้วยสาเหตุจากการแข่งขันทางการตลาดที่สูงมาก ต้องการขายได้จำนวนมากก็ต้องขายราคาต่ำ เมื่อราคาต่ำบริษัทผู้ผลิตก็ต้องไม่มีซอฟท์แวร์ติดตั้งมาในเครื่อง อาจจะมีแค่โอเอสสักตัวที่พอจะบ่งบอกได้ว่าเครื่องนี้บูตทำงานได้ เช่น ดอส หรือลินุกส์บางตัว แล้วเจ้าโอเอสอย่างวินโดว์และซอฟท์แวร์อื่นๆ ที่มีอยู่ในเครื่องมาจากไหน ก็มาจากร้านตัวแทนขายย่อยที่ต้องการเพิ่มจำนวนขายสินค้าติดตั้งมาให้ แน่นอนติดตั้งให้ฟรี ที่มาของซอฟท์แวร์ก็ต้องมาแบบฟรีๆ เช่นกัน

ร้านไหนที่ซื่อสัตย์ขายสินค้าตามที่บริษัทกำหนด ก็จะถูกกลุ่มผู้ซื้อแนะนำต่อๆ กันไปว่า ไปซื้อที่นั่นซิ ที่นี่ซิ เขาติดตั้งให้ทุกอย่างฟรีหมด สุดท้ายก็ขายไม่ได้ถ้าไม่ยอมหาซอฟท์แวร์เถื่อนๆ มาบริการลูกค้า ในระยะหลังๆ บริษัทผู้ผลิตเครื่องก็จะถูกบีบจากบริษัทผู้ผลิตซอฟท์แวร์ให้มีระบบปฏิบัติการติดตั้งมาพร้อมเครื่อง แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไปเพราะต้นทุนค่าซอฟท์แวร์จะทำให้เครื่องมีราคาสูง บางบริษัทก็ใช้วิธีติดตั้งโอเอสเวอร์ชั่นต่ำสุด (Starter Edition) บางบริษัทก็ร่วมกับกลุ่มผู้พัฒนาโอเพ่นซอร์สติดตั้งโอเอสในแบบโอเพ่นซอร์ส พร้อมซอฟท์แวร์ใช้งานที่ค่อนข้างจะครอบคลุม ซึ่งจากการสำรวจติดตามผู้ซื้อส่วนใหญ่ก็มักจะลบโอเอสหรือซอฟท์แวร์เหล่านี้ทิ้ง หันไปติดตั้งซอฟท์แวร์และระบบปฏิบัติการเถื่อนๆ กันเอาเอง (ยิ่งกว่าการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะที่ติดตั้งมาตอนแรกก็เพียงพอแล้ว ที่ติดตั้งเองในภายหลังก็ไม่ได้ใช้อะไรเพิ่ม แต่มันเท่ห์ที่คำคุยโตว่าฉันมีตัวที่ใหม่นะ)

กรณีตัวอย่างจะเห็นได้จากตอนที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ไอซีทีเพื่อประชาชนเมื่อ 8-9 ปีก่อนที่มาพร้อมลินุกส์ทะเล และเมื่อเร็วๆ นี้ที่ Netbook eePC ออกมาพร้อม LipusLinux นั้นพร้อมใช้สมบูรณ์มากเหมาะกับเครื่อง แต่สุดท้ายคนไทยไม่นิยมหันไปหาวินโดว์เอ็กซ์พีกันหมด จึงได้เห็น Netbook รุ่นหลังๆ มาพร้อมวินโดว์เอ็กซ์พีเวอร์ชั่นบางเบา (Light XP) กันเกือบทุกยี่ห้อ และแล้วปัญหาก็เกิดเมื่อมีไวรัสโจมตี ต้องฟอร์แมตติดตั้งใหม่กันเป็นประจำ ซึ่งก็ยากเย็นพอสมควรสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น ต้องพึ่งพาร้านค้าที่คอยคิดเงินครั้งละ 300-500 บาท (ทั้งๆ ที่ถ้าใช้ลินุกส์จะไม่เจอปัญหานี้เลย)

ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ที่มีใช้งานกันทั่วไปนั้นมีอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ที่เราควรจะทำความรู้จักให้มาก คือ

  • ระบบปฏิบัติการ Mac OS X (แม็ค โอ เอส เท็น)  เป็นระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งมาพร้อมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ของ บริษัท แอบเปิ้ล คอมพิวเตอร์ เช่น iMac, MacBook, MacBook Pro, MacBook Air (ขายเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมระบบปฏิบัติการเฉพาะเป็นของตนเอง) มักไม่มีปัญหาด้านการละเมิด ตัวระบบปฏิบัติการมีความเสถียรมาก และใช้เฉพาะกับฮาร์ดแวร์ที่แอบเปิ้ลผลิตออกมา ราคาตัวโอเอสไม่สูงและจะราคาต่ำลงเมื่อมีการอัพเกรดเวอร์ชั่น มีผู้พยายามจะเอาไปติดตั้งในเครื่องพีซีธรรมดา แต่ก็ใช้งานได้ไม่ดีนัก ซอฟท์แวร์อื่นๆ ที่นำมาติดตั้งจะต้องเป็นเวอร์ชั่นเฉพาะบนแม็คเท่านั้น เวอร์ชั่นบนวินโดว์เอามาใช้ไม่ได้ ยังไม่พบว่ามีไวรัสหรือมาลแวร์อื่นๆ ทำอันตรายต่อระบบได้ จึงมีความเสถียรในการใช้งานมาก และที่สำคัญการออกแบบเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานมากๆ ใช้งานง่ายแม้กับคนที่พึ่งจะเรียนรู้หรือเด็กๆ (แต่เมื่อขายมาพร้อมเครื่อง จึงมักจะถูกเปรียบเทียบว่ามีราคาสูงกว่าพีซีทั่วไป ที่ขายมาเฉพาะเครื่องเปล่าๆ เอามาติดตั้งซอฟท์แวร์ผีกันเอง)
  • ระบบปฏิบัติการ Windows เป็นระบบปฏิบัติการของ บริษัท ไมโครซอฟท์ ที่มีสัดส่วนการใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์มากที่สุด เป็นเจ้าตลาด และมีราคาค่อนข้างสูง หลายเวอร์ชั่นจนผู้ใช้งงงวยเลือกไม่ถูกว่าตัวไหนเหมาะกับตน ติดตั้งในเครื่องโน้ตบุ๊ค พีซีทั่วไป ไม่ผูกติดกับฮาร์ดแวร์ว่ามาจากบริษัทใด มีซอฟท์แวร์ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ถูกละเมิดมากที่สุดทั้งตัวระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์อื่นๆ และมีศัตรูมากที่สุดทั้งไวรัส โทรจัน สปายแวร์ แม้จะมีซอฟท์แวร์ป้องกันมากมายก็ยังหยุดไม่อยู่ (มีหลายคนบอกว่า ถ้าใช้วินโดว์ต้องฟอร์แมตเครื่องทุกๆ หกเดือนเพื่อความสดใหม่ และแก้ไขปัญหา)
  • ระบบปฏิบัติการ Linux เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สที่มีหลากหลายดิสตริบิวชั่น (ผู้ผลิต) ให้เราเลือกใช้งานตามใจชอบ แจกจ่ายฟรีไม่มีค่าลิขสิทธิ์ และมักจะมาพร้อมซอฟท์แวร์พร้อมใช้งานพื้นฐานมากมายที่สุด (ซอฟท์แวร์สำนักงาน กราฟิก อินเทอร์เน็ต โปรแกรมมิ่ง และอรรถประโยชน์อื่นๆ) เรียกว่าติดตั้งเสร็จก็พร้อมใช้งานได้เลยทันที ที่เป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน (เฉพาะที่เป็น Desktop ไม่รวมเครื่องให้บริการแบบแม่ข่าย) ได้แก่ Ubuntu, OpenSUSE, Fedora ตามลำดับ

เราจะเลือกใช้ระบบปฏิบัติการใดดี ตอบยากเพราะมีปัจจัยประกอบมากมาย เช่น เรื่องราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์บวกราคาซอฟท์แวร์นั้นสูงเพียงใด มีงบประมาณมากพอที่จะจัดซื้อจัดหา หรือมีเงินซื้อแล้วจะใช้อย่างไร สามารถทำงานร่วมกับงานหรือซอฟท์แวร์สิ่งที่มีอยู่เดิมหรือไม่ เมื่อมีปัญหาจะแก้ไขอย่างไร มีการสนับสนุนในภายหลังหรือไม่?

แน่นอนว่า ระบบปฏิบัติการที่จัดจำหน่ายย่อมสามารถเรียนรู้ หรือค้นหาความรู้ที่เกี่ยวข้องได้มากมาย เพราะย่อมมีคนใช้งานจำนวนมาก พบปัญหามาก และมีการตอบปัญหาการใช้งาน เขียนเทคนิคการใช้งานต่างๆ เผยแพร่กันมาก ส่วนตัวที่แจกฟรีก็ต้องออกแรงกันมากหน่อย อ่านให้มาก ทดลองใช้งานกัน ใครพบวิธีเด็ดก็นำมาเผยแพร่ อีกไม่นานกำแพงความรู้ต่างๆ ก็จะจางหายไป ในความเป็นจริงการใช้งานระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ต่างๆ ผ่านทางระบบกราฟิกนั้นจะมีปุ่มเครื่องมือ (GUI = Graphic User Interface) ที่สื่อความหมายได้ดีไม่แตกต่างกัน เมื่อใช้โปรแกรมหนึ่งได้ โปรแกรมอื่นๆ ก็จะสามารถทำความเข้าใจและใช้งานได้ไม่ยากนัก

ก่อนจะกล่าวถึงรายละเอียดในการเลือกใช้ระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ให้คุ้มค่า ก็ขอย้ำถึงบรรดาซอฟท์แวร์ที่กำลังมีปัญหาและมีการเข้าจับกุมในหน่วยงานองค์กรต่างๆ นั้น มีหลายบริษัทหลายค่าย (ความจริงก็ทุกโปรแกรมที่เขาทำมาขาย ไม่ได้ทำมาแจกนั่นผิดทุกตัว) ที่ได้รับการยืนยันและมีค่าปรับสูงมากก็ได้แก่ ซอฟท์แวร์กลุ่มงานออกแบบวิศวกรรม-สถาปัตยกรรม ค่าย Autodesk ที่เราคุ้นหูอย่าง Autocad  ซอฟท์แวร์ประมวลผลด้านสถิติ SPSS ซอฟท์แวร์งานกราฟิกดีไซน์ของ Adobe เช่น Acrobat, Photoshop, Flash, Dreamweaver, Authorware ซอฟท์แวร์ออกแบบกราฟิก การวาดอีกตัวของค่าย Corel ชื่อ CorelDraw ตัวนี้ค่าลิขสิทธิ์แพงมาก พบในกลุ่มงานพิมพ์ทำไวนิล ตัดสติกเกอร์ รวมทั้งตัวระบบปฏิบัติการวินโดว์และซอฟท์แวร์สำนักงาน MS Office

ทางเลือก Open Sourceมีหลายรายที่ทำผิดทั้งที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องมาในตอนซื้อเครื่อง เช่น ซื้อโน้ตบุ๊คหรือพีซีที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดว์ แต่เป็นเวอร์ชั่นต่ำราคาถูก เช่น Basic หรือ Home Starter แต่ดันมาอัพเกรดแบบเถื่อนๆ เป็นเวอร์ชั่น Professional หรือ Ultimate นี่ก็ผิดเงื่อนไขชัดเจน หรือซื้อลิขสิทธิ์โปรแกรมชุดสำนักงานรุ่น Student หรือ Standard มาอัพแบบเถื่อนๆ เป็นรุ่นโปร (สังเกตง่ายๆ มีซอฟท์แวร์ชื่อ Access ติดมาเพิ่ม) นี่ก็ผิดครับ แต่ก็ยังดีกว่าซื้อเครื่องเปล่าๆ ไม่มีโอเอสหรือมีก็แค่คำสั่งแบบคอมมานด์ไลน์ มาอัพเป็นแบบผีปีศาจชุดใหญ่มากๆ

ก็ลองสำรวจตรวจสอบกันดูนะครับว่า เราอยู่ในข่ายไหนผิดมากผิดน้อย มีทางออกบ้างไหม?

ถ้าเป็นกรณีที่ซื้อเครื่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดว์รุ่นใดๆ ก็ตาม ในความเป็นจริงกับการทำงานพื้นฐาน เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ค้นคว้าหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารผ่านทางออนไลน์ การทำงานด้านเอกสารทั่วๆ ไป สามารถใช้งานได้อยู่แล้ว ด้วยการติดตั้งซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ ที่ทางเนคเทคและซีป้า (SIPA) ทำออกมาแจกฟรี (ปัจจุบันเป็นแผ่น Chantra 4.2) ซึ่งมีซอฟท์แวร์พร้อมใช้งานจำนวนมากพอเพียงต่อการใช้งาน ลองคลิกไปดาวน์โหลดมาใช้งานกันดู

ก็ขอจบตอนที่ 1 แต่เพียงนี้ ในตอนต่อไปจะบอกเล่าถึงประสบการณ์ในการนำโอเพ่นซอร์สมาใช้งานในโรงเรียน รวมทั้งทางออกต่างๆ และเหตุผลที่จะทำให้เราสามารถปลดเปลื้องพันธนาคารทั้งหลายในการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้หมดไป...

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 07 พฤศจิกายน 2009 เวลา 08:12 น.
 

คอมเมนต์  

 
0 #1 101thairidgeback 2009-11-04 18:41
ขอบคุณมากครับ
อ้างอิง
 
 
0 #2 lucifer2555 2009-11-23 22:29
ขอแจมด้วย นิดหน่อย...ลองคิดเล่น ๆ เริ่มจากปีนี้ก็ ได้ ให้กระทรวงศึกษา ธิการ ขอความร่วมมือให ้สถานศึกษาเปลี่ ยนหลักสูตรทางด้ านเทคโนโลยี ให้หันเปลี่ยนมา ใช้ opensource ทั้งประเทศ เหมือนที่เวียดน าม ก็คงแก้ได้หรือเ ปล่าไม่แน่ใจ.... เมื่อเด็กรุ่นให ม่ใช้ Opensource กันเป็นทั้งประเ ทศ .... เดี๋ยว บริษัท ห้างร้าน เค้าก็เปลี่ยนมา ใช้ Opensoruce กันทั้งประเทศหร ือเปล่า ก็ไม่รู้ ....หรือสร้างแรงจูง ใจใหม่ ให้เอกชน หรือรัฐบาลอยู่เ บื้องหลังก็ได้...ส่งเสริมจัดแข่ง ขัน Opensource กันทุก ๆ ปี ทุก ๆ เดือน ให้มีการแข่งขัน มาก ๆ ให้เงินรางวัลสู ง ๆ เยอะ ๆ เด็ก ๆ ก็จะหันมาใช้เอง ....เหมือนบริษัท ห้างร้าน ใช้กลยุทธ์ จัดแข่ง จัดอบรม กันมากมาย โปรโมทสินค้าแอบ แฝง เขาก็ได้ผล เพิ่มยอดขายกันถ ล่มถลาย.....รัฐบาล หรือกระทรวงศึกษ าฯ ก็น่าจะหันมาใช้ กลยุทธ์นี้ส่งเส ริม Opensource ก็คงจะดีหรือ .....มันมีอะไรอยู่ใน กอไผ่....อิอิ จบภาคแรก...
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_2

Our Sponsor 3

245x100

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page