" . . . การทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมนั้น ได้ประโยชน์มากกว่าทำเฉพาะประโยชน์ส่วนตัว และบอกได้ว่าคนไหนทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวแท้ๆ ล้วนๆ เชื่อว่าประโยชน์นั้นจะไม่ได้ เท่ากับรวบรวมของหนักมาวางบนหัว แบกเอาไว้ตลอดเวลา ซึ่งก็ไม่สบาย ก็หนัก ก็เหนื่อย แต่ถ้าผู้ใดทำเพื่อส่วนรวม ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งเบา ยิ่งคล่องแคล่วว่องไว และยิ่งมีความสุข . . ." พระราชดำรัส |
| Open Source ในโรงเรียน (1) |
|
|
|
| เขียนโดย ครูมนตรี |
| วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2009 เวลา 15:36 น. |
|
มาดูกันซิว่าปัญหาอยู่ที่ไหน? อย่างไร? เนื่องจากพื้นฐานการใช้งานคอมพิวเตอร์ของประชากรในบ้านเรานั้น ค่อนข้างจะมีประสบการณ์น้อย ขาดการเรียนรู้ และไม่ศึกษาอะไรเพิ่มเติม (ไม่ทำความเข้าใจอะไรทั้งนั้น) ทุกอย่างทำไปด้วยความเคยชิน เคยใช้ เคยเห็น และเลียนแบบโดยไม่รู้ที่มาที่ไป ยกตัวอย่าง เคยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ของหน่วยงาน ของคนอื่น พอใช้ได้ ใช้เป็นแบบงูๆ ปลาๆ จำๆ เขามา เมื่อวันหนึ่งมีเงินพอที่จะซื้อหาเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นของตนเอง สิ่งแรกที่คิดคือต้องมีโปรแกรมที่เคยใช้งานเหมือนๆ กับที่เคยใช้ โดยคิดเอาเองว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ราคานี้ย่อมมีทุกสิ่งที่เคยใช้งานมาพร้อมแล้ว และก็แปลกอีกนั่นแหละที่การค้าขายคอมพิวเตอร์ของบ้านเรา ไม่มีใครเคยกล่าวถึงตัวเครื่อง (ฮาร์ดแวร์) และโปรแกรม (ซอฟท์แวร์ ) นั้นขายแยกจากกัน มีมูลค่าต่างกันการจะติดตั้งโปรแกรมอะไรเพิ่มเติมจะต้องจ่ายเพิ่ม ด้วยสาเหตุจากการแข่งขันทางการตลาดที่สูงมาก ต้องการขายได้จำนวนมากก็ต้องขายราคาต่ำ เมื่อราคาต่ำบริษัทผู้ผลิตก็ต้องไม่มีซอฟท์แวร์ติดตั้งมาในเครื่อง อาจจะมีแค่โอเอสสักตัวที่พอจะบ่งบอกได้ว่าเครื่องนี้บูตทำงานได้ เช่น ดอส หรือลินุกส์บางตัว แล้วเจ้าโอเอสอย่างวินโดว์และซอฟท์แวร์อื่นๆ ที่มีอยู่ในเครื่องมาจากไหน ก็มาจากร้านตัวแทนขายย่อยที่ต้องการเพิ่มจำนวนขายสินค้าติดตั้งมาให้ แน่นอนติดตั้งให้ฟรี ที่มาของซอฟท์แวร์ก็ต้องมาแบบฟรีๆ เช่นกัน ร้านไหนที่ซื่อสัตย์ขายสินค้าตามที่บริษัทกำหนด ก็จะถูกกลุ่มผู้ซื้อแนะนำต่อๆ กันไปว่า ไปซื้อที่นั่นซิ ที่นี่ซิ เขาติดตั้งให้ทุกอย่างฟรีหมด สุดท้ายก็ขายไม่ได้ถ้าไม่ยอมหาซอฟท์แวร์เถื่อนๆ มาบริการลูกค้า ในระยะหลังๆ บริษัทผู้ผลิตเครื่องก็จะถูกบีบจากบริษัทผู้ผลิตซอฟท์แวร์ให้มีระบบปฏิบัติการติดตั้งมาพร้อมเครื่อง แต่ปัญหาก็ยังไม่หมดไปเพราะต้นทุนค่าซอฟท์แวร์จะทำให้เครื่องมีราคาสูง บางบริษัทก็ใช้วิธีติดตั้งโอเอสเวอร์ชั่นต่ำสุด (Starter Edition) บางบริษัทก็ร่วมกับกลุ่มผู้พัฒนาโอเพ่นซอร์สติดตั้งโอเอสในแบบโอเพ่นซอร์ส พร้อมซอฟท์แวร์ใช้งานที่ค่อนข้างจะครอบคลุม ซึ่งจากการสำรวจติดตามผู้ซื้อส่วนใหญ่ก็มักจะลบโอเอสหรือซอฟท์แวร์เหล่านี้ทิ้ง หันไปติดตั้งซอฟท์แวร์และระบบปฏิบัติการเถื่อนๆ กันเอาเอง (ยิ่งกว่าการขี่ช้างจับตั๊กแตน เพราะที่ติดตั้งมาตอนแรกก็เพียงพอแล้ว ที่ติดตั้งเองในภายหลังก็ไม่ได้ใช้อะไรเพิ่ม แต่มันเท่ห์ที่คำคุยโตว่าฉันมีตัวที่ใหม่นะ) กรณีตัวอย่างจะเห็นได้จากตอนที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ไอซีทีเพื่อประชาชนเมื่อ 8-9 ปีก่อนที่มาพร้อมลินุกส์ทะเล และเมื่อเร็วๆ นี้ที่ Netbook eePC ออกมาพร้อม LipusLinux นั้นพร้อมใช้สมบูรณ์มากเหมาะกับเครื่อง แต่สุดท้ายคนไทยไม่นิยมหันไปหาวินโดว์เอ็กซ์พีกันหมด จึงได้เห็น Netbook รุ่นหลังๆ มาพร้อมวินโดว์เอ็กซ์พีเวอร์ชั่นบางเบา (Light XP) กันเกือบทุกยี่ห้อ และแล้วปัญหาก็เกิดเมื่อมีไวรัสโจมตี ต้องฟอร์แมตติดตั้งใหม่กันเป็นประจำ ซึ่งก็ยากเย็นพอสมควรสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น ต้องพึ่งพาร้านค้าที่คอยคิดเงินครั้งละ 300-500 บาท (ทั้งๆ ที่ถ้าใช้ลินุกส์จะไม่เจอปัญหานี้เลย) ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ที่มีใช้งานกันทั่วไปนั้นมีอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ที่เราควรจะทำความรู้จักให้มาก คือ
เราจะเลือกใช้ระบบปฏิบัติการใดดี ตอบยากเพราะมีปัจจัยประกอบมากมาย เช่น เรื่องราคาของเครื่องคอมพิวเตอร์บวกราคาซอฟท์แวร์นั้นสูงเพียงใด มีงบประมาณมากพอที่จะจัดซื้อจัดหา หรือมีเงินซื้อแล้วจะใช้อย่างไร สามารถทำงานร่วมกับงานหรือซอฟท์แวร์สิ่งที่มีอยู่เดิมหรือไม่ เมื่อมีปัญหาจะแก้ไขอย่างไร มีการสนับสนุนในภายหลังหรือไม่? แน่นอนว่า ระบบปฏิบัติการที่จัดจำหน่ายย่อมสามารถเรียนรู้ หรือค้นหาความรู้ที่เกี่ยวข้องได้มากมาย เพราะย่อมมีคนใช้งานจำนวนมาก พบปัญหามาก และมีการตอบปัญหาการใช้งาน เขียนเทคนิคการใช้งานต่างๆ เผยแพร่กันมาก ส่วนตัวที่แจกฟรีก็ต้องออกแรงกันมากหน่อย อ่านให้มาก ทดลองใช้งานกัน ใครพบวิธีเด็ดก็นำมาเผยแพร่ อีกไม่นานกำแพงความรู้ต่างๆ ก็จะจางหายไป ในความเป็นจริงการใช้งานระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ต่างๆ ผ่านทางระบบกราฟิกนั้นจะมีปุ่มเครื่องมือ (GUI = Graphic User Interface) ที่สื่อความหมายได้ดีไม่แตกต่างกัน เมื่อใช้โปรแกรมหนึ่งได้ โปรแกรมอื่นๆ ก็จะสามารถทำความเข้าใจและใช้งานได้ไม่ยากนัก ก่อนจะกล่าวถึงรายละเอียดในการเลือกใช้ระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ให้คุ้มค่า ก็ขอย้ำถึงบรรดาซอฟท์แวร์ที่กำลังมีปัญหาและมีการเข้าจับกุมในหน่วยงานองค์กรต่างๆ นั้น มีหลายบริษัทหลายค่าย (ความจริงก็ทุกโปรแกรมที่เขาทำมาขาย ไม่ได้ทำมาแจกนั่นผิดทุกตัว) ที่ได้รับการยืนยันและมีค่าปรับสูงมากก็ได้แก่ ซอฟท์แวร์กลุ่มงานออกแบบวิศวกรรม-สถาปัตยกรรม ค่าย Autodesk ที่เราคุ้นหูอย่าง Autocad ซอฟท์แวร์ประมวลผลด้านสถิติ SPSS ซอฟท์แวร์งานกราฟิกดีไซน์ของ Adobe เช่น Acrobat, Photoshop, Flash, Dreamweaver, Authorware ซอฟท์แวร์ออกแบบกราฟิก การวาดอีกตัวของค่าย Corel ชื่อ CorelDraw ตัวนี้ค่าลิขสิทธิ์แพงมาก พบในกลุ่มงานพิมพ์ทำไวนิล ตัดสติกเกอร์ รวมทั้งตัวระบบปฏิบัติการวินโดว์และซอฟท์แวร์สำนักงาน MS Office
ก็ลองสำรวจตรวจสอบกันดูนะครับว่า เราอยู่ในข่ายไหนผิดมากผิดน้อย มีทางออกบ้างไหม? ถ้าเป็นกรณีที่ซื้อเครื่องมาพร้อมระบบปฏิบัติการวินโดว์รุ่นใดๆ ก็ตาม ในความเป็นจริงกับการทำงานพื้นฐาน เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ค้นคว้าหาข้อมูล ติดต่อสื่อสารผ่านทางออนไลน์ การทำงานด้านเอกสารทั่วๆ ไป สามารถใช้งานได้อยู่แล้ว ด้วยการติดตั้งซอฟท์แวร์โอเพ่นซอร์สที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการวินโดว์ ที่ทางเนคเทคและซีป้า (SIPA) ทำออกมาแจกฟรี (ปัจจุบันเป็นแผ่น Chantra 4.2) ซึ่งมีซอฟท์แวร์พร้อมใช้งานจำนวนมากพอเพียงต่อการใช้งาน ลองคลิกไปดาวน์โหลดมาใช้งานกันดู ก็ขอจบตอนที่ 1 แต่เพียงนี้ ในตอนต่อไปจะบอกเล่าถึงประสบการณ์ในการนำโอเพ่นซอร์สมาใช้งานในโรงเรียน รวมทั้งทางออกต่างๆ และเหตุผลที่จะทำให้เราสามารถปลดเปลื้องพันธนาคารทั้งหลายในการใช้งานคอมพิวเตอร์ให้หมดไป...
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 07 พฤศจิกายน 2009 เวลา 08:12 น. |
คอมเมนต์
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds