KruMontree.com

Moral Principle

"   . . . ผู้หนักแน่นในสัจจะ พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงจะได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือ และความยกย่องสรรเสริญจากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริงทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม . . ."

พระบรมราโชวาท
๑๐ กรกฎาคม ๒๕๔๐

Home บทความของเรา Open Source ในโรงเรียน (3)
Open Source ในโรงเรียน (3) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2009 เวลา 14:47 น.

ยิ่งมีข่าวมาก... Open Source ก็มีโอกาสมาก

software_01ในช่วงสองสับปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวมาเป็นระยะว่า มีการตรวจจับการละเมิดลิขสิทธิ์กันมาก ขณะนี้มีการเข้าไปเยี่ยมเยือนในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง โดยเฉพาะสถาบันการศึกษาเอกชน ที่โฆษณาตนเองว่าล้ำนำสมัยด้านไอที (มีเครื่องมือและอุปกรณ์เยอะ แต่ดันลืมตรวจสอบเรื่องซอฟท์แวร์) ก็เลยเป็นที่หมายตาของกลุ่ม BSA ที่จะเข้าไปจับกุมการละเมิด เมื่อวานนี้ก็มีน้องๆ โทรศัพท์มาบอกว่า โรงเรียนรัฐบาลบางโรงที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เยอะๆ ก็เริ่มมีบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์เข้าไปคุยๆ บ้างแล้วว่าจะซื้อหรือจะเช่าใช้งาน มีโปรโมชั่นให้เช่าใช้จ่ายรายปีมานำเสนอ

ถ้าดูที่ราคาก็ไม่แพงนัก แต่เมื่อนำจำนวนเครื่องมาคูณกับราคาที่ว่าในหลักร้อย ราคากลับไม่น้อยอย่างที่คิด สมมุติว่า ระบบปฏิบัติการ Windows รวมกับโปรแกรม MS Office ปีละ 350 บาทต่อเครื่อง ถ้ามี 100 เครื่องก็ต้องจ่ายถึง 35,000 บาทต่อปี นี่ยังไม่นับซอฟท์แวร์อื่นๆ อีกนะครับ ตั้งแต่ WinAmp, WinZip, WinRAR, AntiVirus เรื่อยไปถึงโปรแกรมตกแต่งภาพ เขียนเว็บไซต์และอื่นๆ (ลองนับในเครื่องตัวเองดูนะครับ บางคนมีตั้งหลายเวอร์ชั่นในเครื่อง) รวมเบ็ดเสร็จน่าจะเกินพันบาทต่อเครื่อง คราวนี้จะเห็นว่าราคาที่ต้องจ่ายต่อปีอยู่ที่หลักแสนแล้ว...

วันนี้ จึงมีโทรศัพท์หลายสายจากเพื่อนครู สอบถามถึงกรณีเข้าตรวจค้นดังกล่าว และถ้าจะเปลี่ยนระบบปฏิบัติการ ซอฟท์แวร์ที่ใช้สอนในโรงเรียนเป็นโอเพ่นซอร์สจะทำอย่างไร ผมก็ได้แต่เห็นใจพวกเราครูน้อยที่ต้องแบกรับภาระหนักอึ้งนี้ไว้ เพราะเราต้องใช้สอน ต้องทำงานอยู่หน้าเครื่องทุกวัน ครูใหญ่ฝ่ายบริหารนั้นยังคงหลับใหลไม่รู้เรื่อง จะสะดุ้งตื่นอีกทีก็คงตอนที่ BSA ถือหมายศาลเข้ามาขอตรวจค้นพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจโน่นแหละ จะมีสักกี่คนที่เข้าใจและเตรียมพร้อมหาทางออก

comp_room

มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจ "ถ้าเราใช้โอเพ่นซอร์ส แล้วเวลาไปแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน จะทำอย่างไร?" ถ้าถามผมก็ต้องตอบว่า "ไม่ส่งเข้าแข่งขัน" แต่เราจะสอนให้นักเรียนใช้งานซอฟท์แวร์เพื่อสร้างงานให้ได้ดีที่สุด ชนิดที่คนดูเห็นแล้วต้องหันกลับมาถามว่าใช้โปรแกรมอะไรทำ แล้วยืดอกตอบด้วยความภูมิใจว่า "โอเพ่นซอร์สครับ" จากนั้นสมัครเข้าร่วมการแข่งขันที่ไม่ต้องมีปลอกคอ (ระบุว่าใช้ซอฟท์แวร์อะไรสร้าง) การแข่งขันที่ต้องการดูผลงานสุดท้าย (Output) ไม่สนใจเรื่องเครื่องมือ มีรางวัลใหญ่ๆ ให้อย่างคุ้มค่า ที่ไม่ใช่ใบประกาศนียบัตรเป็นสิ่งตอบแทน

การแข่งขันต่างๆ ที่องค์กรรัฐภาคการศึกษาจัดนั้น เป็นเรื่องตลกร้ายที่ผมเคยพูดถึงมาหลายครั้งหลายครา คนออกกฎเกณฑ์นั้นไม่ได้มีความรู้อะไรนักหนา ก็แค่ไปลอกเกณฑ์เก่าๆ ที่เคยมีใครบางคนเขียนไว้นานแล้ว จากที่นั่นบ้าง ที่นี่บ้าง มาผสมผสานกันจนมั่ว บางข้อก็ขัดแย้งกันเอง ทำไมไม่คิดกฎเกณฑ์ใหม่เพื่อให้ทันโลกทันสมัยเสียบ้างหนอ เหลียวไปดูหน่อยว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปถึงไหนกันแล้ว บางเรื่องมันต้องปลดแอกกันเสียที ตั้งวัตถุประสงค์ว่าต้องการอะไรจากการแข่งขัน แล้วค่อยกำหนดเกณฑ์การแข่งขันว่า Output ที่ได้นั้นหัวข้อใดจะให้น้ำหนักเท่าใด (ไม่เคยเห็นการแข่งขันที่ไหนไปนั่งควบคุมว่านักเรียนใช้ซอฟท์แวร์อะไรเลย เห็นแต่รอดูผลงานมากกว่า) ไม่ใช่มีเกณฑ์เอาไว้โก้ๆ แล้วก็ไม่เคยดู ยกตัวอย่าง...

child_comp2การแข่งขันเขียนเว็บไซต์ นี่ก็แปลก มาแยกย่อยเป็นเขียนด้วยภาษา html เขียนด้วย Dreamweaver เขียนด้วย Frontpage เขียนด้วย Namo Web Editor ถามหน่อยมันต่างกันยังไงหรือ? เมื่อดูที่ผลงานสุดท้ายที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า ถ้ามันสวยทัดเทียมกันใครควรจะได้รางวัลที่ 1 แน่นอนถ้าเป็นผมต้องยกให้คนเขียน html ด้วย Text Editor ธรรมดาชนะไป เพราะเก่งมากๆ ในการเขียนโค๊ด จดจำคำสั่ง ใส่เทคนิคต่างๆ โดยไม่มีเครื่องมือหรูๆ มาช่วย นี่จึงสุดยอดมาก

ถ้าเทียบกับการสร้างบ้าน ถ้าผมต้องการจ้างช่างมาก่อสร้างบ้านชั้นเดียว 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และ 1 ห้องพักผ่อน ผมคงจะไม่ไปกำหนดว่า ช่างต้องใช้เลื่อยไฟฟ้า กบไฟฟ้า เกรียงเหล็ก ฯลฯ ในการทำงาน ถ้าช่างคนนี้จะมีทีมงานที่ใช้เลื่อยลันดาเก่ง ตัดได้ตรง เข้าเหลี่ยมมุมได้ยอดเยี่ยม จะไสไม้ด้วยมือธรรมดาหรือใช้ขวานถากผมก็ไม่สนใจ ถ้าได้ผลงานที่เรียบตามแบบที่กำหนด จะใช้มือปาดปูนโดยไม่มีเกรียงหรือไม้สามเหลี่ยมก็ได้ ถ้าผิวฉาบนั้นเยี่ยมยอด เรียบไม่มีรอยสะดุด เขียนเว็บไซต์ก็ดุจเดียวกัน จะใช้เครื่องมือใดทำจะสนใจไปใยเล่า ถ้าผลงานที่ออกมานั้นเลอเลิศตามที่โจทย์กำหนด

การแข่งขันใช้โปรแกรมสำนักงาน นี่ก็สุดยอดตลกเหมือนกัน ยกตัวอย่าง การใช้โปรแกรมประมวลผลคำ จำเป็นหรือที่จะต้องใช้ MS Word จะใช้ Writer ของ Open Office ก็ไม่เห็นแปลกจะแข่งขันทำเอกสารราชการ หรือแผ่นพับ นามบัตรอะไรได้ทั้งนั้น รวมทั้งจดหมายเวียน ให้ตัดสินที่ผลงานตรงตามเงื่อนไข ไม่ใช่ใช้เครื่องมืออะไร การแข่งขันโปรแกรมตารางทำงาน (Spreadsheet) ก็เหมือนกัน Calc ก็ทำสูตรคำนวณได้ไม่แตกต่างจาก MS Excel จะแข่งขันการนำเสนอ (Presentation) ในชุดโอเพ่นออฟฟิศก็มี Impress สามารถทำได้สวยมีรูปแบบ ธีม มากมายไม่ด้อยกว่า MS PowerPoint แต่ที่เหนือกว่าคือ คุณไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ใครและใช้ได้ฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย

oo-ms-office

ถ้าพวกเรา (ครู) ไม่เริ่มต้นสอนให้เด็กรู้ว่า ในโลกนี้ไม่ได้มีแต่ Windows ยังมี Mac OS X มี Linux อีกหลายสายพันธุ์ เช่น OpenSUSE, Fedora Core, CentOS, Ubuntu ที่สามารถใช้งานได้อย่างทัดเทียมหรือดีกว่า แล้ววันข้างหน้า... ทุกคนจะมีทางเลือกมากขึ้นในการเลือกใช้งานซอฟท์แวร์ และไม่ต้องกลัวว่า พวกเขา (นักเรียน) จะใช้งานไม่เป็น มันเป็นเรื่องง่ายมากที่เขาจะเรียนรู้การใช้งาน เพราะซอฟท์แวร์ในปัจจุบันพัฒนาด้านกราฟิกยูสเซอร์อินเทอร์เฟส (GUI) ไปในทิศทางเดียวกัน สื่อความหมายได้ชัดเจนมากขึ้น มีแต่คนแก่ (อย่างครูเรา) นี่ต่างหากที่กล้าๆ กลัวๆ ไม่ลองใช้งานสักที

เรื่องการตั้งกฎเกณฑ์แล้วไม่ยอมเปลี่ยนนี่ยังมีอีกเยอะ มหาวิทยาลัยก็เป็นสถานที่ล้าสมัยอีกแห่ง ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง บัณฑิตวิทยาลัยหลายแห่งยังคงมีกฎเกณฑ์นี้อยู่ "นิสิตต้องส่งวิทยานิพนธ์เล่มเต็มเป็นไฟล์ Office 2003 ฟอนต์เป็น Angsana 16pt" ที่ร้ายไปกว่านั้นยังมีบางแห่งกำหนดว่า "ย่อหน้าต้องเคาะวรรค 8 เคาะ การขึ้นย่อหน้าใหม่หลังหัวข้อใหญ่ต้องปัด 1 บิด 2" อ๊ะ! นี่มันพิมพ์ดีดชัดๆ

กฎเกณฑ์ข้างต้นจะต้องปรับเปลี่ยนใหม่ได้แล้ว ข้อความต่อไปนี้ผมลอกมาจากบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล "สามารถใช้ Microsoft Word for Windows หรือ Page Maker หรือ Tex หรือ Latex หรือโปรแกรม สำหรับ Desktop-Publishing อื่นๆ ที่เป็นที่นิยม โปรแกรมใดโปรแกรมหนึ่ง และต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบของ File ให้อยู่ ในรูปแบบ ACROBAT FORMAT หรือ PORTABLE DOCUMENT FORMAT (PDF) ก่อนนำมาส่ง บัณฑิตวิทยาลัย หากวิทยานิพนธ์ หรือสารนิพนธ์ มีภาพประกอบ ให้ SCAN และ INSERT ภาพประกอบไว้ใน File document ด้วย" นี่ซิทันสมัยจริง

เอาละในกรณีที่มีข้อกำหนดว่า ต้องใช้ฟอนต์เป็น Angsana 16pt จะแก้ไขได้ไหม ต้องบอกว่าได้แน่นอน ด้วยการใช้ Open Office พิมพ์ถ้าบนระบบปฏิบัติการวินโดว์นั้นมีฟอนต์ Angsana อยู่แล้ว (ฟอนต์นี้มีลิขสิทธิ์และไมโครซอฟท์ซื้อนำไปใช้ในระบบปฏิบัติการวินโดว์) ถ้าเราใช้ลินุกส์อูบุนตูจะใช้อะไร ใช้ฟอนต์ชื่อ Angsima ครับแทนได้ร้อยเปอร์เซนต์ เอาเป็นว่าท่านสนใจก็อ่านจากบทความนี้ คู่มือ Ubuntu สำหรับร้านพิมพ์งาน ที่คุณ Ole พิมพ์ไว้ (เป็นเจ้าของร้านถ่ายเอกสารเข้าเล่ม รับพิมพ์งานที่ใช้โอเพ่นซอร์สทั้งร้าน ที่จังหวัดอุบลราชธานี)

เมื่อต้นปีนี้มีกระทู้ร้อนสุดๆ ว่าด้วยเรื่อง การพิมพ์วิทยานิพนธ์ ในพันทิพดอทคอม (ตอนนี้กระทู้ถูกลบไปแล้ว) มีการวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกัน โดยมีผู้เข้าไปร่วมแจมในกระทู้มากกว่า 300 คน จนคุณศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ เขียนลงในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11510 เรื่อง ปัญหาวิทยานิพนธ์ ข้อบังคับว่าด้วย "ฟอนต์" และ "ไฟล์" ลองไปอ่านดูก็แล้วกัน

nisit_naksuksa

ถ้าท่านใดสนใจที่จะร่วมเป็นแนวหน้าในการนำเอาโอเพ่นซอร์ส มาใช้งานในโรงเรียน หลีกเลี่ยงปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ ก็ควรจะเริ่มศึกษาได้แล้วตั้งแต่วันนี้ การเปลี่ยนแปลงจะยากที่สุดก็ตรงที่อายุของผู้ใช้นี่แหละ ถ้าเปิดใจให้กว้างพร้อมที่จะยิ้มหน้าบานกับคำตอบที่ว่า "ข้าพเจ้าใช้งานซอฟท์แวร์ที่ถูกต้อง ใช้งานอย่างคุ้มค่า และไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ พอกันทีกับซอฟท์แวร์ที่ซื้อมาหลักหมื่นที่ใช้งานเพียงห้าบาทเท่านั้น"

แหล่งอ้างอิงแนะนำ

Laughing Smile Wink
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 27 มกราคม 2010 เวลา 09:30 น.
 

คอมเมนต์  

 
0 #1 aQuaRiuS 2009-11-17 17:24
ขอแนะนำอีกโปรฯ ครับ สำหรับควบคุมห้อ งคอม iTALC is a use- and powerful didactical tool for teachers. It lets you view and control other computers in your network in several ways.
อ้างอิง
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_2

Our Sponsor 3

245x100

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page