"...คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ..." พระบรมราโชวาท |
| การสอนคัดลายมือ |
|
|
|
| เขียนโดย กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์ |
| วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2010 เวลา 19:20 น. |
|
ขณะที่ในยุโรปนั้น ศาสนาคริสต์มีอิทธิพลมาก ซึ่งมีความเชื่อว่าการเผยแพร่คำสอนด้วยการพิมพ์ไบเบิล (Bible) จำนวนมาก แจกให้กับประชาชนเป็นบุญกุศลอย่างมาก การมีคัมภีร์ไบเบิลติดตัวเป็นคุณค่าของชาวคริสต์ สำหรับศาสนาอิสลามการท่องจำเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก เพราะอยู่กับตัวตนได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะการท่องคัมภีร์กุรอาน ซึ่งเป็นค่านิยมที่มีคุณค่าจนถึงปัจจุบัน การคัดลายมือจึงถือได้ว่า เป็นค่านิยมของคนเอเชียมายาวนาน และคนที่เขียนหนังสือได้ อ่านหนังสือออก จะเป็นคนที่มีโอกาสในการรับราชการและมีชีวิตที่ดี เป็นเจ้าคนนายคน จนมีการกล่าวกันว่า “ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ”
แต่ต่อมาในระยะหลัง นี้ การสอนคัดลายมือลดความนิยมลงไปมาก ทั้งนี้เป็นไปตามวิวัฒนาการความคิดทางการศึกษา และเทคโนโลยีการเขียน การพิมพ์ และการประดิษฐ์ตัวอักษร จึงทำให้ความสำคัญของการคัดลายมือลดลงไป จึงเห็นการแสดงการเสียดสีค่านิยมการเขียนลายมือดังนี้ ลูกผู้ชาย ลายมือ นั้นคือยศ ปรากฎการณ์ในสังคมที่เกิดขึ้น สนับสนุนการเสียดสีผู้ที่มีลายมือสวย หรือเขียนหนังสือสวย มักจะพบเห็นอยู่ในคนที่มีวิชาชีพชั้นสูงทั้งหลาย เช่น อาจารย์ในมหาวิทยาลัย แพทย์ วิศวกร นักกฎหมาย เป็นต้น บุคคลเหล่านั้นมักจะมีลายมือที่เขียนแล้วอ่านยาก หรือ มีลายมือไม่สวย และมีการขยายความต่ออีกว่า คนที่เขียนหนังสือตัวบรรจงก็เป็นแค่เสมียนเท่านั้นแหละ เพราะคนที่มีวิชาชีพชั้นสูงเป็นคนที่ทำงานใช้สมองมากกว่าใช้ฝีมือ ต้องเป็นคนที่มีสมองดี คิดเร็ว เลยต้องถ่ายทอดความคิดออกมาอย่างเร็วด้วยลายมือที่หวัดมากๆ จึงจะทันกับความคิดอันฉับไว จึงเกิดค่านิยมการเขียนหนังสือหวัด อ่านยากขึ้น
อย่างไรก็ดี การคัดลายมือยังเป็นสิ่งที่มีคุณค่าดีงาม และยังมีการเรียนการสอนให้คัดลายมือในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และในยุโรปอีกหลายประเทศ และการเขียนตัวหนังสือให้อ่านง่ายสวยงามสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกอาชีพ และการเขียนหนังสือได้สวยงาม เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้อ่าน ที่ได้อ่านลายมือในโอกาสสำคัญต่างๆ ที่ท่านต้องเขียนบรรยายความรู้สึกของท่านด้วยลายมือ กลับมาสอนคัดลายมือ และสร้างค่านิยมการเขียนหนังสือสวยกันดีกว่า โดย รองศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์ เอามาให้อ่านเพราะช่างตรงใจผมเหลือเกิน เดี๋ยวนี้ตรวจการบ้านหรือตรวจกระดาษคำตอบของนักเรียนยากมาก และอยากจะบอกนักเรียนทั้งหลายว่า ที่ได้คะแนนน้อย หรือไม่ได้เลย ก็เพราะเรามักง่ายในการเขียน ครูอ่านไม่ออก พยายามแกะอย่างไรก็ไม่เข้าใจ สุดท้ายการลากปากกาเป็นวงกลมมันสะดวกกว่าเขียนตัวเลขคะแนนสองหลักมากนัก ยิ่งการเขียนด้วยตัวอักษรประหลาดๆ จากการมีค่านิยมในญี่ปุ่น เกาหลีสไตล์ หรือแม้แต่ที่เรียกว่า ภาษาเอ็ม ภาษาบีบี ก็ยิ่งทำให้การใช้ภาษาวิบัติมากขึ้น คนนอกกลุ่มไม่เข้าใจเพราะเป็นคำเฉพาะ แต่เมื่อเคยชินก็นำมาใช้ในการตอบคำถามการเรียนรู้ ตัวอักษรแปลกๆ หัวโตๆ ตัวลีบๆ ที่เรียกว่า ตัวอักษรหัวถั่วงอก ก็ยิ่งไปกันใหญ่เข้าไปอีก เห็นทีเราจะต้องกลับมารื้อฟื้นการคัดลายมือกันอีกรอบจริงๆ แล้วล่ะ ถ้าคิดจะปฏิรูปการศึกษารอบสอง และเพื่อส่งเสริมให้เป็นจริง ครูผู้สอนก็ต้องยอมลำบากในการตรวจการบ้านหรือข้อสอบแบบอัตนัยให้มากขึ้นกว่านี้ อย่าเอะอะก็ซื้อแต่แบบฝึกของสำนักพิมพ์ต่างๆ มาใช้งาน (รู้นะ... มันมีค่าคอมมิสชั่นในการจำหน่ายจากราคาหน้าปกมากกว่า 30%)
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2010 เวลา 20:07 น. |
คอมเมนต์
แต่ก็อยากได้วิจ ัยลายมือฉบับเต็ ม
ติดตามคอมเมนต์นี้ในรูปแบบ RSS feeds