KruMontree.com : เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม

ป้ายโฆษณา

Moral Principle

"...ครูที่แท้จริงนั้นต้องเป็นผู้ทำแต่ความดี คือต้องหมั่นขยันและ อุตสาหะพากเพียร ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละ ต้องหนักแน่นอดทน และอดกลั้น สำรวมระวังความประพฤติปฏิบัติของตน ให้อยู่ในระเบียบ แบบแผนที่ดีงาม รวมทั้งต้องซื่อสัตย์ รักษาความจริงใจวางใจเป็นกลาง ไม่ปล่อยไปตามอำนาจอคติ..."

พระบรมราโชวาท
๒๘ ตุลาคม ๒๕๒๓

Bye Bye 2010 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม 2010 เวลา 09:00 น.

turn_around

sawatdeeบันทึกไว้ก่อนสิ้นปี (อ๊ะ.. แก่เพิ่มอีกปีแล้วซิ!...) ช่วงหลังไม่ค่อยได้อัพเดทกันเท่าไหร่ครับ ไม่รู้เป็นเพราะอะไรเหมือนกัน วันนี้เห็นว่าย่างเข้าปลายเดือนธันวาคมแล้ว เดี๋ยวจะเขียนไม่ทันหมดปีไปซะก่อน เลยมาบ่นสักหน่อยก็ดีก่อนปีจะเปลี่ยนไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้วไปร่วมประชุมเป็นกรรมการยกร่างคู่มือการใช้หลักสูตรวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สวนสุชาดา การ์เดนท์ลอร์ด วังน้ำเขียว นครราชสีมา ตั้งใจว่าจะไปเอาไอหมอกกับความหนาว ปรากฏว่า ตัวแล้งไปถึงร้อนขึ้นมาทันใดเลยเชียว

ตอนได้รับหนังสือเชิญก็ออกอาการงงนิดๆ ว่าหลักสูตรที่จะไปยกร่างคู่มือนี่มันหลักสูตรที่ประกาศใช้ไปแล้ว หรือหลักสูตรใหม่ที่จะทำออกมาใช้ในปีหน้า สุดท้ายก็หลักสูตรเดิมนี่แหละ แล้วมายกร่างทำไมกัน?... ไม่ใช่ผมคนเดียวที่งง? หลายๆ คนที่มาทำงานด้วยกันก็งงกันมากมาย มาดูสาเหตุกันสักหน่อยครับ

childday2011

kroobannok_01

เริ่มกันที่ปัญหากันก่อนว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไร? วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นหลักสูตรพื้นฐานในกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 3 ที่หลักสูตรกำหนดไว้ให้เรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ไปจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โน่นแนะ และก็เป็นวิชาที่ต้องวัดผลตามมาตรฐานกลางด้วยใน O-net และมีนักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินมากมาย ด้วยสาเหตุ...

  • บางโรงเรียนไม่ได้สอน ด้วยสาเหตุตามมาตรฐานคือ ขาดครู ขาดเครื่องคอมพิวเตอร์ และอื่นๆ อีกมากมายแล้วแต่จะยกสาเหตุมาอ้าง ในความเป็นจริงแล้ว วิชานี้ในช่วงเริ่มต้นระดับ ป.1 - ป.3 ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำ เพราะเป็นการรวบรวมประสบการณ์ต่างๆ รอบตัว ในเรื่องข้อมูล สิ่งแวดล้อม ทรัพยากร และอื่นๆ รอบตัวนักเรียน ใช้วิธีการคิด เขียน วาด รวบรวม จัดหมวดหมู่ให้เป็นระบบเท่านั้น มีผู้แย้งว่า ในหลักสูตร/ตัวชี้วัดมีการนำเสนองานด้วยคอมพิวเตอร์นะ ต้องใช่้คอมพิวเตอร์แน่ๆ ก็เลยเป็นประเด็นถกหาที่มาที่ไปกันจนพบว่า จริงเสียด้วย เป็นเอกสารหนังสือคู่มือการใช้หลักสูตรที่มาจากกระทรวงศึกษาธิการ  ก็เลยต้องพลิกตำราหาความจริง พบว่า คนเขียนตำราร่ายยาวเพิ่มเติมเข้าไปโดยอิงกับโรงเรียนในเมืองที่ค่อนข้างจะมีความพร้อมมากมายนั่นเอง แต่ประโยคที่มีปัญหานั้นก็แค่ยกตัวอย่างเช่น การนำเสนองานด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้เขวกันไปทั้งประเทศเลยเชียว
  • บางโรงเรียนได้ชั่วโมงมาสอนน้อย เพราะรวมกันอยู่กับการงานอื่นๆ เช่น งานบ้าน งานช่าง พอครูน้อยและ/หรือไม่มีครูที่จบมาทางด้านไอทีก็เลยไม่สอนเสียเลยก็มี ไปสอนแต่เรื่องดูแลรักษาบ้านเรือน งานประดิษฐ์ประดอยไปเลยก็มี หรือบางโรงเรียนได้ชั่วโมงไปก็ด้วยชื่อชั่วโมงว่า วิชาคอมพิวเตอร์ จึงเน้นไปที่การสอนการใช้งานโปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ตามที่ครูผู้สอนถนัด ไม่ได้สนใจหลักสูตรว่าเขาให้สอนอะไร และพบว่า ครูส่วนใหญ่ไม่ทราบว่ามีเอกสารคู่มือครู แบบเรียนในวิชานี้จัดจำหน่ายโดย องค์การค้าของ สกสค. เสียด้วยซ้ำ (รู้จักแต่สำนักพิมพ์เอกชนที่มีส่วนลด จำหน่ายได้เปอร์เซนต์ส่วนต่างเยอะๆ และที่สำคัญแถมสื่อและแผนการสอนมาด้วย อิอิอิ)
  • สอนแต่เรื่องที่จะต้องไปแข่งขันรับรางวัลและใบประกาศ นี่คือความจริงที่ปรากฏอยู่ หลายๆ โรงเรียนผู้บริหารและครูส่วนหนึ่งต้องการใบประกาศนียบัตรและเหรียญรางวัล (เพื่ออะไรก็ตามเถอะ) จึงมุ่งที่จะสอนและฝึกทักษะให้นักเรียนสามารถเข้าร่วมการแข่งขันต่างๆ ทั้งในระดับกลุ่มโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ ด้วยความพากพูมและชื่นมื่นกับรางวัลนั้นในการอวดอ้าง โดยลืมนึกถึงเด็กส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ไปร่วมการแข่งขัน ลืมมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรที่จะต้องไปวัดและประเมินในระดับช่วงชั้นไปเสียสิ้น
  • ยังมีอีกหลายเหตุผล แต่ก็จะวนเวียนอยู่ในเหตุผลใกล้เคียงกับข้างต้นนี่แหละ

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ในฐานะผู้ร่างหลักสูตรและกำกับดูแล พัฒนาครูในเรื่องการเรียนการสอนวิชาเหล่านี้อยู่ จึงต้องออกมาจัดทำคู่มือการใช้หลักสูตรวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อนำไปเผยแพร่ให้กับครูผู้สอนในโรงเรียนทุกสังกัดได้ปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับมาตรฐานและตัวชี้วัดของหลักสูตรขึ้น พวกเราเลยต้องมานั่งวิเคราะห์จัดทำข้อเสนอแนะต่างๆ อยู่หนึ่งสัปดาห์และจะทำการแก้ไขปรับปรุงเป็นเอกสารเพื่อเผยแพร่ให้ทันใช้งานในปีการศึกษาหน้านี้ให้ได้

hule

ประเด็นหนึ่งที่ผมยังติดใจ คือ เหตุผลของการแข่งขันทักษะต่างๆ มากมายในรอบปีหนึ่งๆ นั้น เป็นการส่งเสริมการใช้หลักสูตรหรือไม่? พวกเราเคยวิเคราะห์ไหมว่า ชนิดและประเภทของการแข่งขันนั้นสอดคล้องกับหลักสูตรเพียงใด เรามองการแข่งขันนั้นช่วยส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กหรือไม่? เพราะดูๆ ไปแล้วการแข่งขันส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่การใช้เครื่องมือ (Tools) มากกว่าความคิดสร้างสรรค์จากการใช้เครื่องมือนั้นๆ ยกตัวอย่างสักหน่อยเดี๋ยวจะไม่เคลียร์ เช่น การแข่งขันทักษะการนำเสนอ (Presentation) แทนที่เราจะได้เห็นนักเรียนได้แสดงทักษะความสามารถทั้งในเรื่องของการหาข้อมูล ประเด็นนำเสนอ ทักษะการพูด/บรรยายที่โน้มน้าวใจของผู้ฟัง (กรรมการ) การใช้สื่อที่สอดคล้องกับประเด็นเนื้อหา กลับกลายเป็นว่า เราตัดสินว่าใครจะใช้เพาเวอร์พอยท์ได้หวือหวากว่ากัน ตัวหนังสือหมุนติ้วๆ ออกมาพร้อมเสียงเอฟเฟกต์ที่รกตาและหนวกหูไปเสียสิ้น ทำไมต้องเป็นเพาเวอร์พอยท์เท่านั้น? มันมีโปรแกรมนำเสนอตั้งเยอะแยะนี่นา

mycomเกณฑ์การให้คะแนนของการนำเสนอน่าจะพิจารณาจาก เนื้อหา/ข้อมูลตรงตามหัวข้อหรือประเด็นที่กำหนด การสรุปประเด็นเพื่อบรรจุลงในสื่อ ความเหมาะสมของการเลือกสื่อ และที่ควรจะเป็นคะแนนมากที่สุดคือ ทักษะการนำเสนอที่น่าสนใจบนหน้าเวที ชวนให้ติดตาม ทำให้ผู้ชมคล้อยตามได้ ส่วนเรื่องการใช้เครื่องมือหรือโปรแกรมนั้นเพียงสามสิบเปอร์เซนต์ของคะแนนรวมก็พอแล้ว

อีกการแข่งขันหนึ่งที่ไม่รู้ว่าคนคิดให้มีการแข่งขันนี้คิดอย่างไร แล้วมันได้ประโยชน์อะไรกัน การแข่งขันเว็บไซต์ CMS เพราะอะไรหรือครับ? เว็บสำเร็จรูปแบบ CMS มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องทั้งโครงสร้างของระบบ โมดูล คอมโพเนนท์ต่างๆ ดูกติกาการแข่งขันก็ได้แต่มองแบบขำๆ เช่น ต้องมีระบบสมาชิก (CMS ทุกตัวมันมีมาพร้อมแล้วครับ) ต้องมีตัวเลขจำนวนนับ ต้องมีสมุดเยี่ยม/กระดานสนทนา (CMS มีโมดูลและคอมโพเนนท์มากมายให้ดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ บางตัวฝังมาด้วยเลยแค่คลิกเปิดใช้งาน) และอื่นๆ การแข่งขัน CMS ถ้าจะแข่งกันจริงต้องแข่งขันที่การพัฒนาโมดูลเสริม หรือเทมเพลตที่สวยๆ ตามโจทย์ที่กำหนดให้แล้วเสร็จทันเวลา (บอกก่อนนักเรียนไม่ได้ทำหรอก ครูทำมาเสร็จเทรนนิ่งกันให้ชำนาญแล้วมาล่ารางวัลกัน เพราะใบประกาศสำคัญสำหรับครูและโรงเรียนมากๆๆ...)

kroobannok_02

ก็เอาเป็นประเด็นให้ถกกันต่อนะครับ ทิศทางของการแข่งขันถ้าจะให้นักเรียนได้ประโยชน์สู่สากลได้ต้องทำอย่างไร? การแข่งขันควรเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขัน ไม่ใช่ประเด็นต้องเถียงคอเป็นเอ็น เอาเป็นเอาตายเพื่อให้โรงเรียนฉันชนะ ขอเท่านี้แหละครับ...!

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์จาก สสวท.

  • สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ขอเชิญเพื่อนครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ เข้าร่วมชมการนำเสนอผลงานทางวิชาการ งานวิจัยและนวัตกรรมในงาน "ประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ในโรงเรียน ครั้งที่ 20" (วทร.20) ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคม 2554 รายละเอียดคลิกชมได้ที่เว็บไซต์ http://www.science.cru.in.th/vtr20/
  • การจัดการแข่งขันคอมพิวเตอร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 23 (The 23rd International Olympiad in Informatics, 2011) ระหว่างวันที่ 22-29 กรกฎาคม 2554 ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี รายละเอียดติดตามได้ที่เว็บไซต์ของ สสวท. http://www.ipst.ac.th

การประกวดสื่อดิจิตอลครั้งที่ 3

boat_like_teacher

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม 2011 เวลา 19:11 น.
 

Comments  

 
+1 #1 krooaddy1 2010-12-21 12:54
ตรงประเด็นมากคร ับครูมนตรี
Quote
 

Add comment

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


Security code
Refresh


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_isangate

Our Sponsor 3

245x100_isangate

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page