KruMontree.com : เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม

ป้ายโฆษณา

Moral Principle

" . . . เป็นไปได้ยากยิ่ง ที่ทุกคนจะมีโอกาสได้ทำงานตรงกับวิชาที่เรียนมา หรือพอดีกับคุณวุฒิที่มีอยู่ บางคนอาจต้องทำงานต่ำกว่าระดับวิทยฐานะ บางคนอาจต้องทำงานคนละแนวทางกับที่ศึกษา จะเป็นอย่างใดก็ตาม ก็ควรยินดีและเต็มใจทำ เพราะแต่ละคนมีพื้นฐานการศึกษาเพียงพออยู่แล้ว ที่จะคิดหาแนวปฏิบัติงานทั้งนั้นให้ดีได้ ข้อสำคัญจึงอยู่ที่ว่า จะต้องตั้งใจทำงานให้จริง ด้วยความคิด ด้วยความพยายาม ด้วยความพอเหมาะพอดี และด้วยความรู้จักสังเกตศึกษา เพื่อให้สามารถทำงานได้เสร็จสมบูรณ์ทุกสิ่ง พร้อมทั้งได้รับความรู้และประสบการณ์เพิ่มพูนขึ้นเป็นลำดับด้วย . . ."

พระบรมราโชวาท
๙ กรกฎาคม ๒๕๓๐

Home บทความของเรา สอนตามหลักสูตรหรือสอนเพื่อการแข่งขัน
สอนตามหลักสูตรหรือสอนเพื่อการแข่งขัน PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันอาทิตย์ที่ 20 พฤศจิกายน 2011 เวลา 00:00 น.

teach4success

teacherอบันทึกไว้เตือนความทรงจำสักหน่อยครับ เคยพูดไปหลายครั้งว่า "หลักสูตรล้มเหลวเพราะนโยบายพายเรือในอ่าง" ทำให้ครูผู้สอนไม่สามารถสอนตามหลักสูตรแกนกลางที่กำหนดได้ หรือไม่เคยสอนตามหลักสูตรแต่สอนตามนโยบายของ... ใครก็ตามที่มุ่งเอาแต่เรื่องการชนะในเกมการแข่งขัน ตามล่ารับใบประกาศนียบัตรเพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่า โรงเรียนประสบผลสำเร็จในทางวิชาการ แม้ผลการวัดตามมาตรฐาน (สอบ O-Net, A-Net และอีกสารพัน จะร่วงกราวรูดพื้นก็ช่าง (หัว) มัน)

วันเสาร์ที่แล้ว (19 พฤศจิกายน 2554) เขาตั้งให้ผมเป็นประธานกรรมการตัดสินการแข่งขันอัจฉริยะไอที (งานศิลปหัตกรรมระดับสหวิทยาเขต) เลยมีเรื่องที่ต้องบันทึกไว้สักหน่อย แม้ข้อมูลที่ได้จะน้อยโรงเรียนเพราะแข่งขันกลุ่มย่อยไม่ใช่ระดับจังหวัดและระดับภาค แต่มันก็สะท้อนให้เห็นได้ในระดับหนึ่ง เลยนำมาเสนอเป็นข้อมูลสำหรับการปรับปรุงพัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียนต่างๆ ให้ตรงกับมาตรฐานหลักสูตรแกนกลาง เป็นเพียงความคิดเห็นที่ได้จากการวิเคราะห์ของผู้เขียนเท่านั้น ท่านอาจมีความเห็นต่างได้ครับ

ในการแข่งขันกิจกรรมที่เขาตั้งชื่อมาว่า "อัจฉริยะไอที" นี้หลายๆ คนก็งงๆ อยู่ว่าคืออะไร ถ้าไม่ไปอ่านเกณฑ์ก่อนว่า วัดความอัจริยะจากอะไรกัน ในเกณฑ์การแข่งขันเขาแบ่งออกเป็นสองส่วนดังนี้

  • ทักษะความรู้ จากการสอบข้อเขียนซึ่งแบ่งออกเป็นแบบปรนัย 4 ตัวเลือก 30 ข้อ 30 คะแนน และแบบอัตนัย 4 ข้อ 20 คะแนน รวมเป็นการสอบวัดความรู้ 50 คะแนน ซึ่งเนื้อหาครอบคลุมตามหลักสูตรรายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ ม. 1 - 6 อันได้แก่ ประวัติคอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบหลักของคอมพิวเตอร์ ซอฟท์แวร์ การจัดการข้อมูล การโปรแกรมเบื้องต้น การสืบค้นข้อมูล การใช้งานเครือข่าย และคุณธรรมจริยธรรมในการใช้งานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งความรู้รอบตัวในเรื่องข่าวสารและความก้าวหน้าด้านไอที
  • ทักษะการปฏิบัติ ได้จากการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี การติดตั้งระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ตามที่กำหนดไว้ได้ถูกต้อง พร้อมใช้งานและเสร็จในเวลาที่กำหนด 50 คะแนน

comp_03เรื่องทักษะปฏิบัตินี้จะขึ้นอยู่กับครูผู้ควบคุมจะฝึกฝน เตรียมการให้กับนักเรียนซึ่งทักษะตรงนี้ไม่น่าห่วงเท่าไหร่ แต่ละโรงเรียนสามารถทำได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด อาจมีบ้างที่ทำไม่ครบถ้วนทุกขั้นตอน ซึ่งจะมีผลต่างของคะแนนแต่ไม่มากนัก ที่มีผลต่างเห็นชัดเจนคือ ทักษะความรู้ ที่น่าตกใจคือหลายโรงเรียนมีคะแนนไม่ถึงครึ่ง และที่น่าเป็นห่วงคือแบบทดสอบอัตนัยที่ให้อธิบายสั้นๆ แต่นักเรียนไม่สามารถเขียนอธิบายได้เลยก็มี

ข้อสอบปรนัย 30 ข้อ อัตนัย 4 ข้อ ก็เป็นการถามความรู้ทั่วไปตามหลักสูตรแกนกลาง สสวท. นั่นแหละครับ แต่ก็มีโรงเรียนที่ตอบได้สูงสุดคือ 40 คะแนน ต่ำสุด 11 คะแนน เป็นที่น่าสังเกตว่า มีเพียงโรงเรียนเดียวที่สามารถเขียนผังงาน (Flowchart) ได้ แม้จะไม่ถูกทั้งหมดแต่ก็ยังสามารถสื่อด้วยสัญลักษณ์การดำเนินการได้จาก Start > End มีเงื่อนไขชัดเจน ทั้งๆ ที่มีกำหนดให้สอนในหลักสูตรตั้งแต่ ม.ต้น ทีเดียว

มีอยู่ข้อหนึ่งที่ให้นักเรียนบอกชื่อ Browser มา 5 ชื่อ (5 คะแนน) มีตอบได้สูงสุด 4 ชื่อ บางโรงเรียนบอกไม่ได้เลย ใส่ชื่ออะไรมาก็สุดจะคาดเดา (ไม่เข้าใจความหมายของบราวเซอร์) เอ๊ะ... ยังไงกัน ก็เห็นเล่นเฟซบุ๊ค ค้นหาจาก Google กันอยู่ทุกวัน ครูเราไม่ได้บอกหรอกหรือว่าที่เราท่องโลกกว้างนั้นผ่านทางบราวเซอร์ คนใช้วินโดว์ส่วนใหญ่ก็จะมี Internet Explorer (IE) กันเป็นหลักอยู่แล้ว หรือครูจะบอกเพียงว่าคลิกที่สัญรูปตัว e สีน้ำเงินเท่านั้น จริงๆ แล้วมันก็ถูกพูดถึงกันอยู่ทั่วไปนั่นแหละเพราะหลายๆ บราวเซอร์ก็สามารถใช้ได้หลายระบบปฏิบัติการอยู่อย่าง Firefox, Google Chrome, Safari, Opera ก็ใช้บนวินโดว์ได้ด้วย การสอนในหลักสูตรเรื่องประวัติความเป็นมาของอินเทอร์เน็ตก็จะกล่าวถึง Netscape ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบบราวเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็นบราวเซอร์ยอดนิยมอื่นๆ ซึ่งครูผู้สอนสามารถดูเพิ่มเติมได้จากที่นี่ คลิก

boy_writing2ที่น่าแปลกใจมากอีกข้อ คือ คำถามที่ให้นักเรียนบอก ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ พร้อมอธิบายหน้าที่และยกตัวอย่างมาพอสังเขป บางโรงเรียนตอบไม่ได้ (มีอยู่โรงหนึ่งบอกมีหน่วยงานรัฐบาลกลาง อบจ. อบต. ไม่รู้นึกได้ไง) แต่ดันสามารถประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีได้ กรรมการถามว่า ชิ้นส่วนนี้คืออะไร ก็ตอบได้ แต่ดันอธิบายในข้อสอบไม่ได้ อาจจะแสดงให้เห็นว่านักเรียนไทยของเราเขียนตอบอธิบายไม่ได้ เขียนไม่เป็น หรือไม่รู้จะเขียนยังไง ถ้าให้กากบาทเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดละก็พอกาได้บ้าง (ทั้งจากความรู้ที่พอมีและการเดาล้วนๆ ช่วยได้) ตรงนี้มันเป็นจุดอ่อนของระบบการศึกษาไทยที่ไม่สนับสนุนให้นักเรียนเขียน-อ่านหรือไม่ ? ภาษาในการเขียนก็แปลกๆ มันเป็นภาษาของการสนทนาในสังคมออนไลน์ที่เพี้ยนกันไปหมดแล้ว ต้องบอกว่าเป็นภาษาและสัญลักษณ์เฉพาะกลุ่มจริงๆ

ก็เลยมีความรู้สึกชักจะเป็นห่วงต่อการที่เรากำลังจะส่งเสริมให้นักเรียนใช้อุปกรณ์พกพาในการเรียน (Tablet) มันจะเหนือกว่ากระดานชนวนจริงหรือสำหรับเด็กวัยประถมศึกษา? ผมยังคิดว่า เด็กในวัยนี้น่าจะส่งเสริมการฝึกหัดขีดเขียนให้สวยตามอักขระวิธี อ่านให้ได้ใจความ ท่องสำนวนบทอาขยานให้ขึ้นใจ จะทำให้ภาษาไทยของเราคงอยู่ และฝังในความทรงจำอย่างยั่งยืน การเขียนบรรยายความรู้ บรรยายความรู้สึกของตนเองต่อผู้อื่นจะทำได้ดียิ่งขึ้น ผมยังเชื่อเช่นนี้...

comp_room

มีคำถามตามมาว่า สาเหตุที่ไม่มีการสอนตามมาตรฐานหลักสูตรเพราะอะไร? คำตอบมีได้หลายคำตอบตามบริบทของโรงเรียน เช่น ไม่มีครูสายตรงในรายวิชานั้นๆ (ขอพูดเฉพาะวิชาคอมพิวเตอร์นะครับ) เอาครูวิชาอื่นๆ ที่มีความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์มาสอน ซึ่งก็จะสอนตามที่ครูถนัดอย่างใช้โปรแกรมประมวลผลคำได้ดีก็สอนแต่นักเรียนพิมพ์งาน รู้จักการนำเสนอดีก็สอนแต่สร้างงานนำเสนอ จะโทษครูก็ใช่ที่นะครับ ต้องโทษฝ่ายบริหารที่ไม่ดูแลเรื่องหลักสูตรการศึกษา และโทษศึกษานิเทศก์ด้วยที่ไม่แนะนำเรื่องการจัดการหลักสูตร เอกสาร คู่มือให้กับทางโรงเรียน มีเพื่อนครูในโรงเรียนเล็กๆ ห่างไกลออกไปเมื่อนำนักเรียนมาแข่งขันเจอหนังสือแบบเรียนและคู่มือครูของ สสวท. ยังถามเลยว่า เอามาจากไหน มีขายด้วยหรือ?

เขาขาดโอกาสที่จะมารับความรู้ รับการอบรมในเรื่องการจัดการเรียนการสอนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน ผมยังเสียดายที่ สสวท. งดการจัดฝึกอบรมขยายผลการใช้หลักสูตรคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนไปแล้วหลายปี (ผมเคยเป็นหน่วยจัดอบรมให้กับ สสวท. มาตั้งแต่ปี 2538 -2551) ซึ่งมีครูจากโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา เข้ารับการอบรมปีละประมาณ 100 โรงเรียน/ศูนย์ แต่ก็ยังไม่ทั่วถึงอยู่ดี และที่สำคัญเราขาดแม่ไก่ (ศน.) ที่เข้าใจในการจัดการหลักสูตรไปเสริมเพิ่มเติมให้กับโรงเรียนต่างๆ

หลักสูตรการศึกษาไทยใช้ไม่ได้ผล เพราะกิจกรรมการแข่งขันนานาที่หลายๆ หน่วยงานจัดขึ้นนั้น ไม่ได้จัดเพื่อวัดทักษะกระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียน แต่แข่งขันด้วยเรื่องราวนอกหลักสูตรที่กรรมการคิด (เอาเอง) ว่า มันจะวัดความสามารถของนักเรียนได้ หลายๆ โรงเรียนจึงลืมหลักการและมาตรฐานของหลักสูตร มุ่งเน้นแต่จะสอน (ฝึกอย่างเข้มข้น) ในสิ่งที่จะใช้ (ซอฟท์แวร์) ไปร่วมการแข่งขันเท่านั้น

comp_01ไม่ทำก็ไม่ได้เพราะ ผู้บริหารโรงเรียนอยากได้หน้าจากโล่รางวัล ผู้บริหารไม่สั่งให้ครูน้อยทำก็ไม่ได้เพราะผู้อำนวยการเขตพื้นที่ต้องการอยากได้จำนวนโรงเรียนที่ชนะเลิศในระดับภาค ระดับประเทศ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่จะไม่สั่งให้ผู้บริหารโรงเรียนทำไม่ได้เพราะ ต้องรายงานผลสำเร็จของการได้รับรางวัล เกียรติบัตร (ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนนะครับ) ของการจัดการศึกษาในพื้นที่ต่อผู้อยู่เหนือขึ้นไป (จริงๆ ต้องการตัวเลขในรายงาน โดยไม่สนใจว่า ผลได้นั้นมาจากอะไร อย่างไรเสียด้วยซ้ำ)

เห็นไหมล่ะครับมันกระทบกันมาเป็นลูกโซ่ จากระดับนโยบายซัดลงมาเป็นทอดๆ แต่พอผลการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ของการจัดการเรียนรู้ระดับชาติออกมา มันตกกราวรูดแล้วจะโทษใครดี... คิดว่าท่านคงจะมีคำตอบในใจแล้วล่ะ แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะ...

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2011 เวลา 10:06 น.
 

Comments  

 
0 #1 Mongkon 2011-11-22 04:08
เห็นด้วยครับท่า น ชอบบทความของท่า นมาก บทความของท่านมี ประโยชน์ต่อการพ ัฒนาการศึกษาจริ ง ๆ คงสะกิดใจฝ่ายบร ิหารหลักสูตรและ ผู้บริหารโรงเรี ยนหลายท่านและน่ าจะนำไปเป็นข้อค ิดในการพัฒนาการ ศึกษาต่อไป
Quote
 
 
0 #2 ครูไอที 2011-11-26 05:27
ตรงใจมากครับ ปีนี้ผมก็มีโอกา สได้เป็นประธานจ ัดการแข่งขันอัจ ฉริยะไอที มีส่วนร่วมในการ ออกข้อสอบทั้งปร นัยและอัตนัย ปรนัยหลายโรงเรี ยนก็พอทำได้ (อาจจะมีตัวเลือ กให้ดู) แต่คะแนนส่วนก็เ กาะกลุ่มปานกลาง แต่เมื่อถึงอัตน ัย ซึ่งมีข้อสอบที่ ผมได้ส่งไปคัดเล ือก ก็ถูกคัดเลือกไป 2 ข้อคือ เลขฐานเบื้องต้น และการเขียนผังง าน (ผลบวกของตัวเลข ) ไม่มีโรงเรียนไห นเขียนได้เกิน 3 คะแนนเลย ส่วนใหญ่ได้ 1 คะแนน (กรรมการใจดี) บางโรงเรียนส่งก ระดาษเปล่าเลย ผมก็สงสัยว่าเขา ไม่ได้สอนคอมพิว เตอร์พื้นฐานกัน เลยเหรอ ปีที่แล้วเป็นกร รมการเขียนโปรแก รมผมก็ให้เขียนผ ังงานก่อนจะเขีย นโปรแกรม อาจารย์เชื่อหรื อเปล่าไม่มีโรงเ รียนไห นเขียนถูกเลย บางโรงเรียนเขีย นโปรแกรมเสร็จก่ อนแล้วค่อยมาเขี ยนผังงาน ผมก็คิดว่าบางคร ั้งเราสอนตามหลั กสูตร (ตัวเอง) เพื่อเข้าแข่งขั นอย่างเดียว โดยไม่มองพื้นฐา นในการเรียนให้แ น่นก่อน ก็เหมือนกับการส ร้างตึกจากอุปกร ณ์สำเร็จรูปมาติ ดๆ มันสวยนะ แต่ไม่แข็งแรงเล ย...
Quote
 

Add comment

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


Security code
Refresh


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_isangate

Our Sponsor 3

245x100_isangate

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page