KruMontree.com : เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม

ป้ายโฆษณา

Moral Principle

"...ผู้มีปัญญาและความรู้ดี เพราะมีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนมามากว่าผู้อื่น ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นพิเศษ ที่จะต้องทำตัวทำงานให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน. การที่จะกระทำให้ได้ผลประโยชน์ดังนั้น จำเป็นที่แต่ละคนจะต้องรู้ซึ้งถึงประโยชน์ที่แท้เป็นเบื้องต้นก่อน. ประโยชน์ที่แท้นั้นมีอยู่ ๒ อย่าง คือ ประโยชน์ส่วนตัว ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะแสวงหาและได้รับ แต่ต้องด้วยวิถีทางที่สุจริตและเป็นธรรม กับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอยู่. การทำงานทุกอย่างจะต้องให้ได้ประโยชน์แท้ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ประโยชน์นั้นจึงจะสมบูรณ์และมั่นคงถาวร เป็นผลดีแก่ชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง..."

พระบรมราโชวาท
๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙

Home บทความของเรา วัฒนธรรมไทยหายไปไหน?
วัฒนธรรมไทยหายไปไหน? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน 2007 เวลา 07:00 น.

civilization_header

วัยอันตราย ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ ทุกวันนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อมลงของสังคมไทยที่ขาดหายไปซึ่งวัฒนธรรม ความดีงาม รอยยิ้มและมิตรภาพ ท่ามกลางเมืองใหญ่ผมไม่อาจจะมองหน้าใครเพื่อหารอยยิ้ม หรือเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วจะตีความได้ถึงความจริงใจหรือดาบที่ซ่อนในรอยยิ้ม เพราะสังคมของการแข่งขัน เศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ครอบครัวที่แตกแยก และอีกนานานับปัญหาที่สุมอยู่ ทำให้วันนี้ผมมีความรู้สึกว่าสังคมบ้านเราไม่ปลอดภัยเสียแล้ว

ในสังคมวัยรุ่นทุกวันนี้เราจะเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นมากมาย แค่มองหน้านิดหน่อยถึงกับสาดน้ำร้อนในถ้วยมาม่าใส่กันได้ ครูตักเตือนนิดหน่อยผิดใจถึงกับคิดและลงมือทำร้ายครูในหลายรูปแบบ สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อมถอยทางวัฒนธรรม แล้วเราจะทำอย่างไรดี? (ฝากลมไปถึงใครหลายๆ คน รวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลาย ที่เอะอะมะเทิ่งโยนให้ครูรับผิดชอบทุกเรื่องด้วย ช่วยกันตรองหน่อย)

 

นี่คือบทความที่ผมใช้เวลาในการเขียนนานมากที่สุด เพราะแก้ไขแล้วแก้ไขอีก ก็ไม่ยอมให้ปรากฏบนหน้าเว็บเสียที เพราะการเปลี่ยนแปลงในกระแสข่าวมันมีมากและตลอดเวลา ยังไม่ทันไรก็มีเรื่องของกางเกงที่ลิงไม่ยอมนุ่ง วัยรุ่นไทยก็พยายามจะทำตัวแบบลิงเข้าให้ ผมฟังข่าวแล้วก็ได้แต่ขำๆ นะไม่อยากแสดงความเห็นอะไรมากเพราะหลายฝ่ายก็ออกมาพูดกันมากแล้ว ช่างมันเถอะสิทธิส่วนบุคคลจริงๆ เพียงแต่อย่าไปแสดงให้คนอื่นรู้แล้วเกิดคดีข่มขืนตามมาเท่านั้นก็น่าจะพอ

th_student_01ทุกวันนี้... ผู้ใหญ่ควรจะมองภาพให้กว้างไกลจากอดีต มองเห็นอนาคตและติดตามความเคลื่อนไหวในสังคมให้มากกว่านี้ เลิกใช้ความคิดและประสบการณ์ในอดีตมาตัดสินปัจจุบัน หลายครั้งแล้วที่ผมยกตัวอย่างของผู้ใหญ่บางคนที่มักจะพูดว่า "ฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน" ที่มักจะโดนเด็กสวนเอาว่า "สมัยนี้เขาอาบน้ำอุ่นจากเครื่องทำน้ำอุ่นกันแล้ว อาบทำไมน้ำร้อน? เดี๋ยวได้ขาวโดยไม่เจตนา..." ยุคสมัยของผู้ใหญ่ท่านนั้นอาจจะมีเพียงวิทยุคลื่นสั้น หรือวิทยุเอเอ็มที่เสียงดังโครกคราก แต่เดี๋ยวนี้เป็นยุคสมัยของวิทยุเอฟเอ็ม ซาวด์อเบาท์ เอ็มพีสาม เอ็มพีสี่ หรือไม่ก็ผ่านดาวเทียม อินเทอร์เน็ต การเข้าถึงข้อมูลและการรับรู้ข่าวสารมันผิดยุคผิดสมัยไปลิบลับ ถ้าเราจะสั่งสอนก็ควรจะเปรียบเทียบให้เห็นถึงทุกข์และเภทภัยที่จะเกิดกับเขา มากกว่าจะบอกว่า สมัยของฉันมันไม่มี

เราเห็นเด็กวัยรุ่นไทยหลงไหลได้ปลื้มกับภาพลักษณ์ของวัยรุ่นบ้านอื่นเมืองอื่น ชนิดคลั่งไคล้สุดๆ ทั้งทางด้านการแต่งตัว วิถีการดำรงชีวิต เราไม่อาจจะห้ามได้ทุกเรื่อง แต่เราควรจะเข้าใจภาวะแห่งวัย อธิบายถึงสิ่งควรไม่ควร แสดงให้เห็นถึงข้อแตกต่างระหว่างบ้านเขากับบ้านเรา ภาวะอันตรายของสังคมบ้านเขากับบ้านเรา ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดอันตรายถึงกับชีวิตในบ้านเรานั้นมีมากกว่าบ้านเขามากๆ แค่เดินริมถนนคนเดียวแต่งกายมิดชิดยังเสี่ยงเลย นี่จะแต่งตัวแบบล่อตะเข้จะไปเหลืออะไรให้คิดอีก

crimeนอกจากเรื่องแต่งตัวแล้ว ดูเรื่องโทรศัพท์มือถือก็แตกต่างกันมากแล้ว บ้านเขาแทบจะแจกเครื่องกันไปเลยซื้อของในร้านสะดวกซื้อไม่กี่สตางค์ก็ได้แถมตัวเครื่องมือถือ แล้วเขาไปเอาค่าเครื่องคืนจากการใช้งาน แต่บ้านเราเครื่องมันแพงมากๆ จนล่อใจโจรให้คิดจะปล้นจี้ ตีหัวเอาเครื่องไปขายได้ง่ายๆ ผมเดินไปไหนมาไหนต้องเหลียวซ้ายแลขวา กลัวว่าจะมีผู้ปรารถนาดีอยากได้เครื่องแต่ไม่ซื้อมาเคาะกบาลเข้าให้นะซิครับ ลำบากใจจริงๆ แต่เยาวชนบ้านเราก็กล้าโชว์กันเสียเหลือเกิน ภัยรายวันมันถึงได้เกิดได้บ่อยๆ ปรากฏตามข่าวหนังสือพิมพ์ ทีวีไม่เว้นวัน

ผู้ใหญ่ทั้งหลายก็เลยต้องออกมาโลดเต้นตามข่าว เพื่อให้คนทั่วไปรู้สึกห่วงใยและดูว่าทุกฝ่ายให้ความสนใจเอาจริงเอาจัง สถาบันการศึกษาต่างๆ ก็คงต้องมาช่วยกันมากกว่านี้ ชุดเครื่องแบบต่างๆ ก็ให้เหมาะสมกับวัยพอใจกันทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน อันไหนปรับได้ก็ควรปรับ ชี้แจงให้เข้าใจตรงกัน ช่วงหลังๆ นี่ในความรู้สึกของผมดูเหมือนการแต่งตัวชุดนักศึกษาทั้งหลายออกไปทางยั่วยวนกิเลสฝ่ายชาย จะมาเรียนหรือมาหาลำไพ่กันก็ไม่ทราบได้ (ในความจริงก็มีบุคคลประเภทตั้งใจเข้ามาใช้ชุดนักศึกษาหากินจริงๆ สมัครเป็นนักศึกษาจริง แต่เรียนไม่จบเสียที ได้เกรดสี่กว่าๆ เมื่อไม่นานมานี้ก็มีการจับกุมสาวพม่า เขมรในบ้านเช่าแถวใกล้มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง ที่แต่งตัวชุดนักศึกษาขายบริการเพื่อเพิ่มค่าตัว กันมาแล้ว)

nisit_naksuksa

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 11 พฤษภาคม 2011 เวลา 15:05 น.
 

Comments  

 
0 #1 ปณิดา จูดจันทร์ 2011-05-10 19:36
ดีมากมากเลยค่ะ ดิฉันในฐานะที่ต อนนี้กำลังเข้าส ู่วัยรุ่นเห็นด้ วยเป็นอย่างมากเ ลยคะเกี่ยวกับเร ื่องนี้ ถ้าหากว่าเรารู้ จักคิดให้มากกว่ านี้และนำมันมาป ระยุคใช้ให้เกิด ประโยชน์มันก็จะ เป็นสิ่งที่ดีมา กเลยคะ
Quote
 

Add comment

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


Security code
Refresh


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_isangate

Our Sponsor 3

245x100_isangate

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page