|
ค้นหานโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองไทย นักวิชาการด้านการศึกษาวิพากษ์นโยบายด้านการศึกษาของพรรคการเมืองต่างๆ แค่การประมูลงานการศึกษาโดยการเสนอความช่วยเหลือด้านต่างๆ ในเชิงสวัสดิการ แต่แนวทางการพัฒนาคุณภาพ โอกาส ความเท่าเทียมทางการศึกษากลับไม่มีความชัดเจน ซัด! แค่นโยบายเอาใจผู้ปกครองเพื่อให้ได้รับเลือกมากกว่าจะเป็นนโยบายที่เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว จะทำให้การศึกษาดีขึ้น
รศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงนโยบายด้านการศึกษาของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ออกมารณรงค์หาเสียงก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ว่า "นโยบายที่ออกมาของพรรคการเมืองทั้งหมด เป็นการเสนอนโยบายเอาใจผู้ปกครอง และเอาใจเด็กมากกว่าจะเป็นการเสนอนโยบายเพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง และเมื่อวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาของทุกพรรคแล้ว จะพบว่าไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างไรในอนาคต หรือจะนำไปสู่ระบบการบริหารจัดการที่ดีอย่างไร นโยบายที่พรรคการเมืองประกาศออกมายังไม่สามารถทำให้คุณภาพการศึกษาของไทยดีขึ้น เป็นเพียงนโยบายเพื่อทำให้พรรคของตนได้รับเลือก มากกว่าจะเป็นนโยบายที่เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว จะทำให้การศึกษาดีขึ้นได้อย่างไร" {mosimage} “ปัญหาการศึกษาของไทยที่ต้องเร่งดำเนินการ 3 เรื่องใหญ่ คือ คุณภาพ โอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษา และการแข่งกับนานาชาติ แต่ละพรรคยังไม่เสนอภาพที่ชัดเจน ส่วนเรื่องเรียนฟรีนั้น เป็นเรื่องที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกคนเรียนโดยไม่เสียเงินเลย แม้ทำได้ เด็กก็จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพไม่เท่ากันเพราะการเรียนฟรีโดยการให้การสนับสนุนกับโรงเรียนอย่างเท่าๆ กัน ดูเหมือนจะเป็นธรรม แต่ความจริงไม่เป็นธรรม เพราะโรงเรียนในต่างจังหวัดมีความพร้อมน้อยกว่า แม้จะได้เงินเท่ากัน ก็ยังไม่สามารถพัฒนาได้เท่าเทียมกับโรงเรียนในเมือง หากจะให้ได้ผลจริงๆ ต้องลงทุนโดยให้งบประมาณกับโรงเรียนที่เสียโอกาส เช่น โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลมากกว่าโรงเรียนในเมือง เพื่อให้โรงเรียนเหล่านี้สามารถพัฒนาทัดเทียมโรงเรียนอื่นๆ และอยู่ด้วยตนเองได้” จากข่าวดังกล่าวทำให้ผมต้องค้นหานโยบายด้านการศึกษาของพรรคต่างๆ ที่ลงสู่สนามการเลือกตั้งออกมาเสนอให้ทุกท่านได้ทราบ เพื่อที่จะใช้ในการพิจารณาตัดสินใจลงคะแนนเสียง เรียงตามที่ค้นหาเจอนะครับ จะอัพเดทไปเรื่อยๆ พรรคประชาธิปัตย์เรียนฟรี เรียนดี มีงานทำ เด็กไทยทุกคนจะได้เรียนฟรีจริงตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงมัธยม 6 อย่างมีคุณภาพ วิธีปฏิบัติ 1. จัดสรรงบประมาณให้จังหวัด / โรงเรียน เพื่อทำการจัดซื้อตามงบประมาณต่อหน่วยที่กำหนด ให้สามารถจัดซื้อและมอบให้นักเรียนได้เมื่อเปิดเทอมการศึกษาใหม่ของปี 1.1 นม 6 บาท/กล่อง จำนวน 230 วัน (ในช่วงปิดเทอม 30 วัน) 1.2 อาหารกลางวัน 400 บาท/ คน จำนวน 200 วัน 1.3 เครื่องแบบนักเรียนคนละ 2 ชุด/ปี • ประถมชุดละ 180 บาท • มัธยมต้นชุดละ 225 บาท • มัธยมปลายชุดละ 250 บาท
1.4 ตำราเรียนฟรี ( ระบบยืมเรียนสำหรับตำราและให้ฟรีสำหรับแบบฝึกหัด ) • ประถม 300 บาท/คน/ปี • มัธยมต้น 325 บาท/คน/ปี • มัธยมปลาย 375 บาท/คน/ปี
2. ออกข้อบังคับห้ามโรงเรียนเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากนักเรียนและแจ้งให้ผู้ปกครองทราบถึงนโยบายเรียนฟรีจริง | งบประมาณ | งบประมาณที่จัดเพิ่มจากปัจจุบันของกระทรวงศึกษาธิการและ อปท. = 28,954.29 ล้านบาท | | | | | | อนุบาล | ประถม | มัธยมต้น | มัธยมปลาย | อาชีวะ | เครื่องแบบฟรี | | | | | | ตำราเรียนฟรี | | | | | | อุปกรณ์การเรียนฟรี | | | | | | อาหารกลางวันฟรี | | | | | | นมฟรีจนถึงมัธยมต้น | | | | | | เพิ่มงบประมาณรายหัวเพื่อยกระดับคุณภาพ | | | | | | | | | | | | | | | | | | | รวมงบประมาณเพิ่ม | 2,004.35 | 11,663.99 | 10,604.02 | 1,594.34 | 1,710.81 |
• เมื่อจบการศึกษาแล้วต้องทำงานเป็น สร้างงานได้ มีงานทำ
วิธีปฏิบัติ 1. ร่วมกับภาคเอกชนปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับตลาดงานจริง 2. จัดให้มีการฝึกงานภาคฤดูร้อน เพื่อการพัฒนาทักษะและทัศนคติของนักศึกษาให้พร้อมทำงาน 3. โรงเรียน / มหาวิทยาลัย จัดตั้งหน่วยงานช่วยจัดหางานให้แก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาและให้ถือการมีงานทำเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการศึกษาไม่ใช่เพียงการเรียนสำเร็จตามหลักสูตรและได้รับวุฒิบัตรหรือปริญญาบัตร 4. จัดระบบการทดสอบระดับฝีมือ / ทักษะ ด้านอาชีวศึกษาให้กระจายทั่วประเทศ เพื่อออกประกาศนียบัตรรับรองระดับฝีมือ/ทักษะ เพื่อเป็นฐานการกำหนดค่าตอบแทน
งบประมาณ ใช้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรปกติ เว็บไซต์ http://www.democrat.or.th/
{mosimage} พรรคพลังประชาชนค้นหานโยบายพรรคไม่พบ เจอแต่นโยบายเศรษฐกิจ เว็บไซต์ http://www.ppp.or.th/ พรรคชาติไทยนโยบายด้านการศึกษาให้ความสำคัญกับผู้เรียน พรรคชาติไทยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เติบโตเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพและประสิทธิภาพ ในการดำรงชีวิต จึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านสติปัญญา สุขภาพจิต และสุขภาพกายของผู้เข้ารับการศึกษา โดยจะส่งเสริมการเรียนการสอนที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็ก การจัดให้มีโภชนาการอย่างเหมาะสม การจัดหาทุนการศึกษาเพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาที่สูงขึ้น และจัดระบบการแนะแนวการศึกษาตั้งแต่ในวัยเด็ก เพื่อให้เด็ก สามารถกำหนดเป้าหมายทางการศึกษาเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีของตนได้ สำหรับการศึกษาอบรม ในระดับอุดมศึกษา และขั้นสูงขึ้นไปนั้น จะสนับสนุนให้เกิดความหลากหลายและ ความมีประสิทธิภาพของการเรียนรู้การค้นคว้าและการวิจัย เพื่อให้บัณฑิตที่ผ่านการศึกษา ระดับนี้สามารถตอบสนองต่อสังคมและ ประเทศได้อย่างสูงสุด ส่งเสริมคุณภาพครู พรรคชาติไทยมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึก คุณธรรม และความเอื้ออาทรต่อผู้รับการศึกษาแก่ครูผู้สอน ส่งเสริมให้เกิดการฝึกอบรม วิทยาการและองค์ความรู้ใหม่ที่ทันสมัยแก่บุคลากรทางการศึกษา จัดสวัสดิภาพและสวัสดิการครู การสนับสนุนให้ปราชญ์ชาวบ้าน มีส่วนร่วมในการให้การศึกษา รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้ครูกลับถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสังคม ในท้องถิ่นต่างๆ อย่างทั่วถึง พัฒนาหลักสูตร พรรคชาติไทยมุ่งส่งเสริมให้หลักสูตรการศึกษาประกอบไปด้วยการเรียนการสอน การปฏิบัติ ที่มีทั้งวิชาการ จริยธรรมและแนวทาง การดำรงชีวิต การส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าคิดกล้าทำอย่างมีสติและมีเหตุผลรวมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อนำวิชาการ ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลปฏิบัติที่แท้จริง ทั้งนี้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษาและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตร การศึกษาและประเมินผลการจัดระบบการศึกษา พัฒนาอุปกรณ์การเรียนการสอน พรรคชาติไทยมุ่งส่งเสริมการจัดให้มีสถานศึกษาขึ้นในทั่วทุกภูมิภาคอย่างเพียงพอ โดยอาจใช้อาคารสถานที่ของส่วนราชการและวัด หรือขององค์กรสาธารณกุศล เพื่อจัดการเรียนการสอน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน จัดให้มีตำราเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยและเหมาะสมกับหลักสูตรการศึกษาของผู้เรียนในแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนของคนพิการอย่างทั่วถึง และพัฒนาห้องสมุดให้เป็นแหล่งข้อมูลทางการศึกษาที่ครบวงจร เสริมสร้างศักยภาพการบริหารการศึกษา พรรคชาติไทยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของแต่ละสถานศึกษา โดยจะส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนในการจัดการ ศึกษาทุกระดับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารการศึกษา การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาของไทย กับนานาประเทศ เพื่อการแลกเปลี่ยนนักเรียนนักศึกษา วิทยากรทางการศึกษา ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ วิธีการบริหารจัดการ และเทคโนโลยีด้านการศึกษาระหว่างกัน รวมทั้งการจัดสรรเงินงบประมาณเพื่ออุดหนุนสถานศึกษาอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม กับสภาพของแต่ละสถานศึกษา ธำรงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของชาติ พรรคชาติไทยตระหนักถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและการสืบสานขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของชาติ โดยจะส่งเสริม ให้สอดแทรกการเรียนการสอนเกี่ยวกับความเป็นมา ลักษณะ และคุณค่าของธรรมเนียม วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของชาติในด้าน ต่างๆไว้ในหลักสูตรการศึกษา รวมทั้งจะรณรงค์ให้คนไทยมีความหวงแหนและภูมิใจ ร่วมกันสืบสานขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และเอกลักษณ์อันดีงามของชาติต่อไป เว็บไซต์ http://www.chartthai.or.th/ พรรคมัชฌิมาธิปไตยด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม 31. จะสร้างความเท่าเทียมในการจัดการการศึกษาของประเทศ จัดให้เรียนฟรีจากระดับอนุบาล จนถึงระดับปริญญาตรีในสถาบันการศึกษาของรัฐ และจะยกมาตรฐานการศึกษาเข้าสู่ระดับสากล 32. จะไม่นำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แก้ไขโครงสร้างบุคคลากรทางการศึกษา เปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น และจัดให้มีสวัสดิการบุคคลากรทางการศึกษาให้ดีขึ้น 33. จะจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อการศึกษา ให้แก่โรงเรียนของรัฐตามขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ จำนวน 50,000 บาท 100,000 บาท และ 150,000 บาท ตามลำดับ 34. จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นๆ และวัดวาอารามให้เจริญรุ่งเรือง เพื่อให้เป็นหลักในการปลูกฝังจริยธรรมและคุณธรรมให้ประชาชน ให้ค่านิตยภัตเพิ่มขึ้นอีก 1,500 บาท/เดือน สำหรับประชาชนผู้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือศาสนาจะได้ส่วนลดหย่อนภาษีได้เงินเป็น 2 เท่าของเงินบริจาค 35. จะส่งเสริมประเพณี ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้เข้มแข็ง เว็บไซต์ http://www.matchima.or.th/ พรรคประชาราชยังไม่มีข้อมูล เพิ่มเติม{mosimage} ข้อมูลจากการสัมมนาบริการวิชาการสู่สังคม เพื่อรณรงค์และส่งเสริมการเลือกตั้ง ในหัวข้อเรื่อง "นโยบายด้านการพัฒนาการศึกษา" จัดโดย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (28 พฤศจิกายน 2550) มีผู้แทนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ จำนวน 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทย พรรคพลังประชาชน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยโจทย์ของการแสดงวิสัยทัศน์คือ "หากพรรคของท่านได้เป็นรัฐบาล และได้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติตามนโยบายการพัฒนาประเทศในระยะยาวอย่างไร?" นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เสนอจะผลักดันเรื่องการศึกษา ซึ่งอยู่ใน 'แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 99 วัน ทำได้จริง' ให้เกิดเป็นรูปธรรมภายใน 99 วัน และหากได้เป็นรัฐบาลผสม พรรคจะขอรับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ โดยตั้งงบประมาณเพื่อการลงทุนจำนวน 2-3 หมื่นล้านบาท และจะเป็นการลงทุนในด้านการพัฒนาคนตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงวัยสูงอายุ และจะส่งเสริมให้เยาวชนมีโอกาสได้รับการศึกษาแบบ 'ฟรีจริง' เป็นระยะเวลา 12 ปี และพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยจะร่วมมือกับภาคเอกชนขยายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มีมากขึ้นในทุกชุมชน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจะจัดทำโครงการเร่งด่วนด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์ให้กับสถานศึกษาในทุกระดับ ในส่วนของระดับมัธยมจะเน้นให้เยาวชนค้นพบตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ปัญหาเรียนต่อระดับอุดมศึกษาไม่ตรงความต้องการ และจะพัฒนาการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาให้ได้รับความสนใจจากเยาวชนมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับตลาดแรงงานที่ยังขาดแคลนแรงงานอาชีวะจำนวนมาก
นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะ 'คืนครูให้นักเรียน' โดยจะหาบุคลากรมาทำงานในด้านธุรการแทนครู เพื่อลดปัญหาขาดแคลนครูผู้สอน โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมทั้งจะให้องค์กรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาอย่างมีระบบ โดยไม่เกี่ยงและไม่แย่งกันทำงาน
นายสุวิทย์ คุณกิตติ
หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน
{mosimage}ได้ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความเสมอภาค ทั้งด้านโอกาสและคุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมกันในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งเดินหน้านโยบายด้านการศึกษาให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยเน้นพัฒนาคุณภาพครู นักเรียน หลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนจะยกเลิกระบบโอเน็ต-เอเน็ตในระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจากมีความยุ่งยาก และไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ประกอบกับเห็นว่าระบบการสอบแห่งชาติ (NT) ก็เป็นเครื่องวัดได้อยู่แล้ว ที่สำคัญได้ยืนยันให้การสนับสนุนด้านเงินทุนการศึกษา ที่รัฐบาลที่ผ่านมาเคยดำเนินการในกรณีนำเงินรายได้จากหวยบนดินมาเป็นเงินทุนการศึกษาให้กับเยาวชนได้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ
'ไม่จำเป็นต้องยกเลิกระบบการศึกษาใหม่ แต่เป็นการพัฒนาให้ต่อเนื่อง เพราะสังคมของการเรียนรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น วันนี้เราต้องพัฒนาประเทศ และถ้าคนของเรามีความรู้ ความสามารถจะเป็นภูมิคุ้มกันผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจจากต่างประเทศได้' นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์
รองหัวหน้าพรรคชาติไทย
กล่าวถึงนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษาของพรรคชาติไทย ว่า แบ่งได้ 3 ส่วน คือ 1.ระบบคูปองการศึกษา ซึ่งแบ่งเป็นจำนวน 12 ใบ ระยะเวลา 12 ปี ขึ้นอยู่ที่ผู้ใช้ว่าจะใช้คูปองช่วงไหนของการศึกษา อาทิ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือแม้กระทั่งระดับอุดมศึกษา 2.จะเรียกคืนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ซึ่งยังมีความสำคัญต่อระบบการศึกษาไทย และสุดท้ายเรื่องมหาวิทยาลัยนอกระบบราชการ โดยพรรคจะเปลี่ยนให้เอาระบบราชการออกจากระบบการศึกษา
นายนพดล ปัทมะ
รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน
เปิดเผยถึงรายละเอียดนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษาของพรรคว่า มี 4 หลักการ ได้แก่ หลักของคุณภาพ หลักของความเท่าเทียม หลักอาชีวะเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และหลักความสามารถในการแข่งขัน โดยทุกหลักการล้วนเป็นแนวนโยบายที่ดำเนินต่อจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาทั้งสิ้น พร้อมทั้งได้ชูนโยบายเรื่องของการจัดการศึกษาเพื่อสร้างรายได้ และสร้างโอกาสให้กับผู้เรียน นอกจากนี้ จะมีการผลักดันให้มีการสร้างสถาบันพัฒนาการศึกษาแห่งชาติด้วย
นายสุรัฐ ศิลปอนันท์
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
ยืนยันว่าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาได้ให้ความสำคัญด้านการศึกษา โดยได้นำเสนอนโยบายด้านการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 3 กรอบใหญ่ คือ "ฟื้นวิกฤต สร้างการศึกษา และสร้างสังคม" โดยจะปฏิรูปการศึกษาของประเทศภายใต้งบประมาณทางการศึกษา 4-5 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาครูขาดแคลน รวมทั้งจะตั้งกองทุนพัฒนาครู พักการชำระหนี้ครู แก้ปัญหาเรื่องเงินวิทยฐานะ รวมถึงการเกษียณก่อนกำหนด
ดร.รัตนาภรณ์ ธรรมโกศล
พรรคมัชฌิมาธิปไตย
เปรียบการศึกษาเป็นการลงทุนทรัพยากรมนุษย์ จึงให้ความสำคัญเป็นนโยบายรัฐสวัสดิการ 6 ประการ ได้แก่ 1.สร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษา ขยายโรงเรียนเด่นดังให้มีมากขึ้น 2.พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยงบลงทุน 2 แสนล้านบาท 3.คัดค้านการนำมหาวิทยาลัยรัฐออกนอกระบบราชการ เพราะถือว่าการศึกษาไม่ใช่ธุรกิจ เป็นบริการสาธารณะ 4.พัฒนาครูและปรับพื้นฐานเงินเดือนครู 5.พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพิ่มเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ปรับเปลี่ยนระบบอาชีวศึกษาให้เป็น "การเรียนแล้วทำ" 6.จัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาในทุกโรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 50,000 บาท ขนาดกลาง 100,000 บาท และโรงเรียนขนาดใหญ่ 150,000 บาท
{mosimage} ข้อมูลสืบค้นเพิ่มเติมจาก Wikipedia.org 
บทความเพิ่มเติม : http://www.thaiedresearch.org/thaied_news/index1.php?id=38173 http://www.prachatai.com/05web/th/home/10272 |