KruMontree.com

Moral Principle

" . . . การทำงานใหญ่ ๆ ทุกอย่าง ต้องการเวลามาก กว่าจะทำสำเร็จ ผู้ที่เริ่มโครงการอาจไม่ทันทำให้สำเร็จโดยตลอดด้วยตนเองก็ได้ ต้องมีผู้อื่นรับทำต่อไป ดังนั้น ไม่ควรยกเอาเรื่องใครเป็นผู้เริ่มงาน ใครเป็นผู้รับช่วงงาน ขึ้นเป็นข้อสำคัญนัก จะต้องถือผลสำเร็จที่จะเกิดจากงาน เป็นใหญ่ยิ่งกว่าสิ่งอื่น . . ."

พระบรมราโชวาท
๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๔

Home บทความของเรา นโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองไทย
นโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองไทย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2007 เวลา 01:06 น.

ค้นหานโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองไทย 

เลือกตั้งไทย 2550 นักวิชาการด้านการศึกษาวิพากษ์นโยบายด้านการศึกษาของพรรคการเมืองต่างๆ แค่การประมูลงานการศึกษาโดยการเสนอความช่วยเหลือด้านต่างๆ ในเชิงสวัสดิการ แต่แนวทางการพัฒนาคุณภาพ โอกาส ความเท่าเทียมทางการศึกษากลับไม่มีความชัดเจน ซัด! แค่นโยบายเอาใจผู้ปกครองเพื่อให้ได้รับเลือกมากกว่าจะเป็นนโยบายที่เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว จะทำให้การศึกษาดีขึ้น

 

รศ.ดร.ไพฑูรย์ สินลารัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อดีตคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงนโยบายด้านการศึกษาของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ออกมารณรงค์หาเสียงก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ว่า "นโยบายที่ออกมาของพรรคการเมืองทั้งหมด เป็นการเสนอนโยบายเอาใจผู้ปกครอง และเอาใจเด็กมากกว่าจะเป็นการเสนอนโยบายเพื่อพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง และเมื่อวิเคราะห์นโยบายด้านการศึกษาของทุกพรรคแล้ว จะพบว่าไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่าจะปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างไรในอนาคต หรือจะนำไปสู่ระบบการบริหารจัดการที่ดีอย่างไร นโยบายที่พรรคการเมืองประกาศออกมายังไม่สามารถทำให้คุณภาพการศึกษาของไทยดีขึ้น เป็นเพียงนโยบายเพื่อทำให้พรรคของตนได้รับเลือก มากกว่าจะเป็นนโยบายที่เมื่อได้รับเลือกตั้งแล้ว จะทำให้การศึกษาดีขึ้นได้อย่างไร"

{mosimage} “ปัญหาการศึกษาของไทยที่ต้องเร่งดำเนินการ 3 เรื่องใหญ่ คือ คุณภาพ โอกาสและความเท่าเทียมทางการศึกษา และการแข่งกับนานาชาติ แต่ละพรรคยังไม่เสนอภาพที่ชัดเจน ส่วนเรื่องเรียนฟรีนั้น เป็นเรื่องที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเรื่องยากที่จะให้ทุกคนเรียนโดยไม่เสียเงินเลย แม้ทำได้ เด็กก็จะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพไม่เท่ากันเพราะการเรียนฟรีโดยการให้การสนับสนุนกับโรงเรียนอย่างเท่าๆ กัน ดูเหมือนจะเป็นธรรม แต่ความจริงไม่เป็นธรรม เพราะโรงเรียนในต่างจังหวัดมีความพร้อมน้อยกว่า แม้จะได้เงินเท่ากัน ก็ยังไม่สามารถพัฒนาได้เท่าเทียมกับโรงเรียนในเมือง หากจะให้ได้ผลจริงๆ ต้องลงทุนโดยให้งบประมาณกับโรงเรียนที่เสียโอกาส เช่น โรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลมากกว่าโรงเรียนในเมือง เพื่อให้โรงเรียนเหล่านี้สามารถพัฒนาทัดเทียมโรงเรียนอื่นๆ และอยู่ด้วยตนเองได้”

จากข่าวดังกล่าวทำให้ผมต้องค้นหานโยบายด้านการศึกษาของพรรคต่างๆ ที่ลงสู่สนามการเลือกตั้งออกมาเสนอให้ทุกท่านได้ทราบ เพื่อที่จะใช้ในการพิจารณาตัดสินใจลงคะแนนเสียง เรียงตามที่ค้นหาเจอนะครับ จะอัพเดทไปเรื่อยๆ

พรรคประชาธิปัตย์

เรียนฟรี เรียนดี มีงานทำ

เด็กไทยทุกคนจะได้เรียนฟรีจริงตั้งแต่ชั้นอนุบาล จนถึงมัธยม 6 อย่างมีคุณภาพ

วิธีปฏิบัติ

1.  จัดสรรงบประมาณให้จังหวัด / โรงเรียน เพื่อทำการจัดซื้อตามงบประมาณต่อหน่วยที่กำหนด ให้สามารถจัดซื้อและมอบให้นักเรียนได้เมื่อเปิดเทอมการศึกษาใหม่ของปี

1.1 นม 6 บาท/กล่อง จำนวน 230 วัน (ในช่วงปิดเทอม 30 วัน)

1.2 อาหารกลางวัน 400 บาท/ คน จำนวน 200 วัน

1.3 เครื่องแบบนักเรียนคนละ 2 ชุด/ปี

•  ประถมชุดละ 180 บาท

•  มัธยมต้นชุดละ 225 บาท

•  มัธยมปลายชุดละ 250 บาท

1.4  ตำราเรียนฟรี ( ระบบยืมเรียนสำหรับตำราและให้ฟรีสำหรับแบบฝึกหัด )

•  ประถม 300 บาท/คน/ปี

•  มัธยมต้น 325 บาท/คน/ปี

•  มัธยมปลาย 375 บาท/คน/ปี

2. ออกข้อบังคับห้ามโรงเรียนเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากนักเรียนและแจ้งให้ผู้ปกครองทราบถึงนโยบายเรียนฟรีจริง

 งบประมาณ งบประมาณที่จัดเพิ่มจากปัจจุบันของกระทรวงศึกษาธิการและ อปท. = 28,954.29 ล้านบาท
  
 
อนุบาล
ประถม
มัธยมต้น
มัธยมปลาย
อาชีวะ
  เครื่องแบบฟรี
 
2,050.76
1,251.46
369.13
367.83
  ตำราเรียนฟรี
 
1,708.94
903.83
276.85
275.88
  อุปกรณ์การเรียนฟรี
804.57
2,848.23
2,438.95
697.83
695.39
  อาหารกลางวันฟรี
708.88
2,278.58
1,112.41
127.38
294.27
  นมฟรีจนถึงมัธยมต้น
 
2,270.49
3,198.17
-
-
  เพิ่มงบประมาณรายหัวเพื่อยกระดับคุณภาพ
490.87
506.98
1,699.20
123.15
77.44

  การศึกษา (บาท/คน)

+277
+89
+611
+ 166
+ 105
      
รวมงบประมาณเพิ่ม
2,004.35
11,663.99
10,604.02
1,594.34
1,710.81


•  เมื่อจบการศึกษาแล้วต้องทำงานเป็น สร้างงานได้ มีงานทำ

วิธีปฏิบัติ

1. ร่วมกับภาคเอกชนปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับตลาดงานจริง

2. จัดให้มีการฝึกงานภาคฤดูร้อน เพื่อการพัฒนาทักษะและทัศนคติของนักศึกษาให้พร้อมทำงาน

3.  โรงเรียน / มหาวิทยาลัย จัดตั้งหน่วยงานช่วยจัดหางานให้แก่นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาและให้ถือการมีงานทำเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการศึกษาไม่ใช่เพียงการเรียนสำเร็จตามหลักสูตรและได้รับวุฒิบัตรหรือปริญญาบัตร

4. จัดระบบการทดสอบระดับฝีมือ / ทักษะ ด้านอาชีวศึกษาให้กระจายทั่วประเทศ เพื่อออกประกาศนียบัตรรับรองระดับฝีมือ/ทักษะ เพื่อเป็นฐานการกำหนดค่าตอบแทน

 

งบประมาณ

ใช้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรปกติ เว็บไซต์ http://www.democrat.or.th/

{mosimage}

พรรคพลังประชาชน

ค้นหานโยบายพรรคไม่พบ เจอแต่นโยบายเศรษฐกิจ เว็บไซต์ http://www.ppp.or.th/

พรรคชาติไทย

นโยบายด้านการศึกษา

ให้ความสำคัญกับผู้เรียน 
 
พรรคชาติไทยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาของเด็กและเยาวชน เพื่อให้เติบโตเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพและประสิทธิภาพ ในการดำรงชีวิต จึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทางด้านสติปัญญา สุขภาพจิต และสุขภาพกายของผู้เข้ารับการศึกษา โดยจะส่งเสริมการเรียนการสอนที่ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมและนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็ก การจัดให้มีโภชนาการอย่างเหมาะสม การจัดหาทุนการศึกษาเพื่อให้สามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาที่สูงขึ้น และจัดระบบการแนะแนวการศึกษาตั้งแต่ในวัยเด็ก เพื่อให้เด็ก สามารถกำหนดเป้าหมายทางการศึกษาเพื่อการดำรงชีวิตที่ดีของตนได้ สำหรับการศึกษาอบรม ในระดับอุดมศึกษา และขั้นสูงขึ้นไปนั้น จะสนับสนุนให้เกิดความหลากหลายและ ความมีประสิทธิภาพของการเรียนรู้การค้นคว้าและการวิจัย เพื่อให้บัณฑิตที่ผ่านการศึกษา ระดับนี้สามารถตอบสนองต่อสังคมและ ประเทศได้อย่างสูงสุด
 
 
ส่งเสริมคุณภาพครู
พรรคชาติไทยมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึก คุณธรรม และความเอื้ออาทรต่อผู้รับการศึกษาแก่ครูผู้สอน ส่งเสริมให้เกิดการฝึกอบรม วิทยาการและองค์ความรู้ใหม่ที่ทันสมัยแก่บุคลากรทางการศึกษา จัดสวัสดิภาพและสวัสดิการครู การสนับสนุนให้ปราชญ์ชาวบ้าน มีส่วนร่วมในการให้การศึกษา รวมทั้งการสร้างแรงจูงใจให้ครูกลับถิ่นฐานบ้านเกิด เพื่อการพัฒนาคุณภาพ การศึกษาของสังคม ในท้องถิ่นต่างๆ อย่างทั่วถึง
 
 
พัฒนาหลักสูตร
พรรคชาติไทยมุ่งส่งเสริมให้หลักสูตรการศึกษาประกอบไปด้วยการเรียนการสอน การปฏิบัติ ที่มีทั้งวิชาการ จริยธรรมและแนวทาง การดำรงชีวิต การส่งเสริมให้ผู้เรียนกล้าคิดกล้าทำอย่างมีสติและมีเหตุผลรวมทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจ เพื่อนำวิชาการ ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลปฏิบัติที่แท้จริง ทั้งนี้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษาและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตร การศึกษาและประเมินผลการจัดระบบการศึกษา
 
 
พัฒนาอุปกรณ์การเรียนการสอน
พรรคชาติไทยมุ่งส่งเสริมการจัดให้มีสถานศึกษาขึ้นในทั่วทุกภูมิภาคอย่างเพียงพอ โดยอาจใช้อาคารสถานที่ของส่วนราชการและวัด หรือขององค์กรสาธารณกุศล เพื่อจัดการเรียนการสอน การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในการจัดการเรียนการสอน จัดให้มีตำราเรียนและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ทันสมัยและเหมาะสมกับหลักสูตรการศึกษาของผู้เรียนในแต่ละท้องถิ่น ตลอดจนของคนพิการอย่างทั่วถึง และพัฒนาห้องสมุดให้เป็นแหล่งข้อมูลทางการศึกษาที่ครบวงจร
 
 
เสริมสร้างศักยภาพการบริหารการศึกษา 
พรรคชาติไทยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของแต่ละสถานศึกษา โดยจะส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนในการจัดการ ศึกษาทุกระดับเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารการศึกษา การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาของไทย กับนานาประเทศ เพื่อการแลกเปลี่ยนนักเรียนนักศึกษา วิทยากรทางการศึกษา ข้อมูลความรู้ทางวิชาการ วิธีการบริหารจัดการ และเทคโนโลยีด้านการศึกษาระหว่างกัน รวมทั้งการจัดสรรเงินงบประมาณเพื่ออุดหนุนสถานศึกษาอย่างเป็นธรรมและเหมาะสม กับสภาพของแต่ละสถานศึกษา
 
 
ธำรงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของชาติ
พรรคชาติไทยตระหนักถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องและการสืบสานขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของชาติ โดยจะส่งเสริม ให้สอดแทรกการเรียนการสอนเกี่ยวกับความเป็นมา ลักษณะ และคุณค่าของธรรมเนียม วัฒนธรรม และเอกลักษณ์ของชาติในด้าน ต่างๆไว้ในหลักสูตรการศึกษา รวมทั้งจะรณรงค์ให้คนไทยมีความหวงแหนและภูมิใจ ร่วมกันสืบสานขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และเอกลักษณ์อันดีงามของชาติต่อไป

 

เว็บไซต์ http://www.chartthai.or.th/

 พรรคมัชฌิมาธิปไตย

ด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

31. จะสร้างความเท่าเทียมในการจัดการการศึกษาของประเทศ จัดให้เรียนฟรีจากระดับอนุบาล จนถึงระดับปริญญาตรีในสถาบันการศึกษาของรัฐ และจะยกมาตรฐานการศึกษาเข้าสู่ระดับสากล

32. จะไม่นำมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ แก้ไขโครงสร้างบุคคลากรทางการศึกษา เปลี่ยนแปลงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีคุณภาพมากขึ้น และจัดให้มีสวัสดิการบุคคลากรทางการศึกษาให้ดีขึ้น

33. จะจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนเพื่อการศึกษา ให้แก่โรงเรียนของรัฐตามขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ จำนวน 50,000 บาท 100,000 บาท และ 150,000 บาท ตามลำดับ

34. จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นๆ และวัดวาอารามให้เจริญรุ่งเรือง เพื่อให้เป็นหลักในการปลูกฝังจริยธรรมและคุณธรรมให้ประชาชน ให้ค่านิตยภัตเพิ่มขึ้นอีก 1,500 บาท/เดือน สำหรับประชาชนผู้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือศาสนาจะได้ส่วนลดหย่อนภาษีได้เงินเป็น 2 เท่าของเงินบริจาค

35. จะส่งเสริมประเพณี ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้เข้มแข็ง

เว็บไซต์ http://www.matchima.or.th/

พรรคประชาราช

ยังไม่มีข้อมูล

เพิ่มเติม

{mosimage} ข้อมูลจากการสัมมนาบริการวิชาการสู่สังคม เพื่อรณรงค์และส่งเสริมการเลือกตั้ง ในหัวข้อเรื่อง "นโยบายด้านการพัฒนาการศึกษา" จัดโดย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ร่วมกับบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย (28 พฤศจิกายน 2550) มีผู้แทนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ จำนวน 6 พรรค ประกอบด้วย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรคชาติไทย พรรคพลังประชาชน พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยโจทย์ของการแสดงวิสัยทัศน์คือ "หากพรรคของท่านได้เป็นรัฐบาล และได้กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะมีแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติตามนโยบายการพัฒนาประเทศในระยะยาวอย่างไร?" 
 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เสนอจะผลักดันเรื่องการศึกษา ซึ่งอยู่ใน 'แผนปฏิบัติการเร่งด่วน 99 วัน ทำได้จริง' ให้เกิดเป็นรูปธรรมภายใน 99 วัน และหากได้เป็นรัฐบาลผสม พรรคจะขอรับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ โดยตั้งงบประมาณเพื่อการลงทุนจำนวน 2-3 หมื่นล้านบาท และจะเป็นการลงทุนในด้านการพัฒนาคนตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงวัยสูงอายุ และจะส่งเสริมให้เยาวชนมีโอกาสได้รับการศึกษาแบบ 'ฟรีจริง' เป็นระยะเวลา 12 ปี และพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล โดยจะร่วมมือกับภาคเอกชนขยายศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้มีมากขึ้นในทุกชุมชน ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจะจัดทำโครงการเร่งด่วนด้านวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และเพิ่มจำนวนคอมพิวเตอร์ให้กับสถานศึกษาในทุกระดับ ในส่วนของระดับมัธยมจะเน้นให้เยาวชนค้นพบตัวเองได้อย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ปัญหาเรียนต่อระดับอุดมศึกษาไม่ตรงความต้องการ และจะพัฒนาการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษาให้ได้รับความสนใจจากเยาวชนมากขึ้น เพื่อสอดคล้องกับตลาดแรงงานที่ยังขาดแคลนแรงงานอาชีวะจำนวนมาก

นอกจากนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะ 'คืนครูให้นักเรียน' โดยจะหาบุคลากรมาทำงานในด้านธุรการแทนครู เพื่อลดปัญหาขาดแคลนครูผู้สอน โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมทั้งจะให้องค์กรท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษาอย่างมีระบบ โดยไม่เกี่ยงและไม่แย่งกันทำงาน

นายสุวิทย์ คุณกิตติ

หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน

{mosimage}ได้ให้ความสำคัญเรื่องการสร้างความเสมอภาค ทั้งด้านโอกาสและคุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมกันในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งเดินหน้านโยบายด้านการศึกษาให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยเน้นพัฒนาคุณภาพครู นักเรียน หลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนจะยกเลิกระบบโอเน็ต-เอเน็ตในระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจากมีความยุ่งยาก และไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ประกอบกับเห็นว่าระบบการสอบแห่งชาติ (NT) ก็เป็นเครื่องวัดได้อยู่แล้ว ที่สำคัญได้ยืนยันให้การสนับสนุนด้านเงินทุนการศึกษา ที่รัฐบาลที่ผ่านมาเคยดำเนินการในกรณีนำเงินรายได้จากหวยบนดินมาเป็นเงินทุนการศึกษาให้กับเยาวชนได้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ

'ไม่จำเป็นต้องยกเลิกระบบการศึกษาใหม่ แต่เป็นการพัฒนาให้ต่อเนื่อง เพราะสังคมของการเรียนรู้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น วันนี้เราต้องพัฒนาประเทศ และถ้าคนของเรามีความรู้ ความสามารถจะเป็นภูมิคุ้มกันผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจจากต่างประเทศได้'


นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์

รองหัวหน้าพรรคชาติไทย

กล่าวถึงนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษาของพรรคชาติไทย ว่า แบ่งได้ 3 ส่วน คือ 1.ระบบคูปองการศึกษา ซึ่งแบ่งเป็นจำนวน 12 ใบ ระยะเวลา 12 ปี ขึ้นอยู่ที่ผู้ใช้ว่าจะใช้คูปองช่วงไหนของการศึกษา อาทิ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา หรือแม้กระทั่งระดับอุดมศึกษา 2.จะเรียกคืนการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ซึ่งยังมีความสำคัญต่อระบบการศึกษาไทย และสุดท้ายเรื่องมหาวิทยาลัยนอกระบบราชการ โดยพรรคจะเปลี่ยนให้เอาระบบราชการออกจากระบบการศึกษา

นายนพดล ปัทมะ

รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน

เปิดเผยถึงรายละเอียดนโยบายด้านการพัฒนาการศึกษาของพรรคว่า มี 4 หลักการ ได้แก่ หลักของคุณภาพ หลักของความเท่าเทียม หลักอาชีวะเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และหลักความสามารถในการแข่งขัน โดยทุกหลักการล้วนเป็นแนวนโยบายที่ดำเนินต่อจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมาทั้งสิ้น พร้อมทั้งได้ชูนโยบายเรื่องของการจัดการศึกษาเพื่อสร้างรายได้ และสร้างโอกาสให้กับผู้เรียน นอกจากนี้ จะมีการผลักดันให้มีการสร้างสถาบันพัฒนาการศึกษาแห่งชาติด้วย

นายสุรัฐ ศิลปอนันท์

พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

ยืนยันว่าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาได้ให้ความสำคัญด้านการศึกษา โดยได้นำเสนอนโยบายด้านการศึกษา ซึ่งประกอบด้วย 3 กรอบใหญ่ คือ "ฟื้นวิกฤต สร้างการศึกษา และสร้างสังคม" โดยจะปฏิรูปการศึกษาของประเทศภายใต้งบประมาณทางการศึกษา 4-5 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาครูขาดแคลน รวมทั้งจะตั้งกองทุนพัฒนาครู พักการชำระหนี้ครู แก้ปัญหาเรื่องเงินวิทยฐานะ รวมถึงการเกษียณก่อนกำหนด

ดร.รัตนาภรณ์ ธรรมโกศล

พรรคมัชฌิมาธิปไตย

เปรียบการศึกษาเป็นการลงทุนทรัพยากรมนุษย์ จึงให้ความสำคัญเป็นนโยบายรัฐสวัสดิการ 6 ประการ ได้แก่ 1.สร้างความเท่าเทียมด้านการศึกษา ขยายโรงเรียนเด่นดังให้มีมากขึ้น 2.พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยงบลงทุน 2 แสนล้านบาท 3.คัดค้านการนำมหาวิทยาลัยรัฐออกนอกระบบราชการ เพราะถือว่าการศึกษาไม่ใช่ธุรกิจ เป็นบริการสาธารณะ 4.พัฒนาครูและปรับพื้นฐานเงินเดือนครู 5.พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน เพิ่มเรื่องคุณธรรมและจริยธรรม ปรับเปลี่ยนระบบอาชีวศึกษาให้เป็น "การเรียนแล้วทำ" 6.จัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษาในทุกโรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 50,000 บาท ขนาดกลาง 100,000 บาท และโรงเรียนขนาดใหญ่ 150,000 บาท

{mosimage}

Cool Laughing ข้อมูลสืบค้นเพิ่มเติมจาก Wikipedia.org Laughing Cool

บทความเพิ่มเติม : http://www.thaiedresearch.org/thaied_news/index1.php?id=38173
http://www.prachatai.com/05web/th/home/10272

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2007 เวลา 06:29 น.
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_2

Our Sponsor 3

245x100

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page