KruMontree.com

ป้ายโฆษณา

Moral Principle

"...ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และห่วงรายได้กันมากเข้ามากเข้าแล้ว จะเอาจิตใจที่ไหนมาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงในสิ่งเหล่านั้น ก็จะค่อยๆ บั่นทอน ทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรดีเหลือไว้พอที่ตัวเองจะภูมิใจ หรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพอีกต่อไป..."

พระบรมราโชวาท
๒๑ ตุลาคม ๒๕๓๑

Home บทความของเรา วันครู ที่ผ่านมาคุณได้อะไร?
วันครู ที่ผ่านมาคุณได้อะไร? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม 2008 เวลา 18:41 น.

วันครู (ของใคร?)

มาลัยกรน้อมขอพรจากคุณครูวันครูที่ผ่านมาคุณได้อะไร? บางคนบอกว่า ถูกกินเรียบ (นี่คงบ้าหวย เลิกดีไหม?) บางคนบอกว่า ได้ไปกราบขอพรจากคุณครูที่เคารพนับถือ เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต (นี่น่านับถือ เป็นแบบอย่างที่ดีงาม) บางคนบอกว่า ไปร่วมกิจกรรมแล้วก็สังสรรค์กับเพื่อนๆ เล็กน้อย (เมื่อเช้าตาแดง กลิ่นละมุดหึ่งมาเชียว) ก็อาจจะหลากหลายคำตอบมากกว่านี้ แล้วแต่สิ่งที่ท่านได้กระทำลงไปในวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา 

สำหรับผมไม่ได้ไปไหนเลยครับ ดูข่าวผ่านโทรทัศน์และอ่านข่าวสารผ่านหนังสือพิมพ์ออนไลน์ พร้อมกับเรียนรู้การใช้งาน การติดตั้งโปรแกรม และปรับแต่งระบบของคอมพิวเตอร์ในอีกค่ายหนึ่ง (Apple Macbook) เหมือนกำลังเรียนหนังสือใหม่เลย เคยคลิกมุมขวาก็ต้องมาหัดคลิกมุมซ้ายแทน เมาส์ปุ่มเดียวต้องหาคำสั่งให้สามารถทำได้เหมือนมีสองปุ่ม เรียกว่า ต้องฝึกหัด จดจำกันใหม่เลยทีเดียว มันท้าทายดีเหมือนกัน

มาถึงคำถามวันครูของใคร? ผมเพียงแต่นึกสะท้อนไปในอดีตสมัยเรียนปฐมวัยใช้กระดานชนวน เขียน ก.ไก่ ข.ไข่ คัดลอกไปตามเรื่อง กว่าจะจบ ป. 2 ได้ กระดานชนวนแตกไปเกินสิบอัน (ตอนเย็นทะเลาะกับเพื่อนก็เอาเคาะหัวกันแตกกระจายไป) พวกเราเคารพเชื่อฟังคุณครูกันมาก คุณครูก็เป็นแบบอย่าง สั่งสอนให้เราได้ดิบได้ดีกันมา ในห้องหนึ่งก็มีนักเรียนไม่กี่คนก็สนิทสนมกลมเกลียวกันดี ครูไหว้วานเรื่องอะไรพวกเราก็กุลีกุจอช่วยกันเต็มที่

สมัยที่ผมเป็นครูใหม่ๆ หรือย้อนหลังไปสักสิบห้าปี (โกงอายุหรือเปล่าเนี่ย) จะถือของหนักพะรุงพะรังยังไงก็จะมีลูกศิษย์วิ่งเข้ามาช่วยเหลือ แม้จะใช้ไหว้วานก็เต็มใจช่วยเต็มที่พอกวักมือเรียกเป็นกรูกันมาเลย พอมาถึงวันนี้ จะขอให้ช่วยส่งเสียงเรียก กวักมือ เป็นแตกฮือ (หนีอย่างรวดเร็ว) ความเป็นครูกับศิษย์ดูมลายหายไป เหมือนกับเราเป็นลูกจ้างรับสอน เขาจ่ายเงินมาเรียน เอ็งสอน ข้าเรียนแล้วสอบได้เกรดเป็นจบกัน จึงเป็นที่มาของคำว่า วันครูของใคร? วันครูของพวกเราครูแก่ๆ นี่หรือไฉน? 

ในวันนี้ ต่างจากในอดีตมากมายนัก ความเจริญและทันสมัยไฮเทคเข้ามามาก สังคมของเราเป็นสังคมบริโภคนิยม ความย่อหย่อนในวัฒนธรรมอันดีงามของไทยลดลงไปมากโข จะโทษใครดี? เพราะครอบครัวส่วนใหญ่ในสังคมล้วนแต่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง ต้องทำมาหากินกันแบบหาเช้ากินค่ำ หาค่ำกินตอนดึกๆ หาดึกๆ เพื่อให้ได้กินตอนเช้า เวลาที่ครอบครัวจะได้อยู่ร่วมกัน อบรมสั่งสอนจึงมีน้อยลง ครอบครัวไทยจากที่เคยเป็นครอบครัวใหญ่ (มีปู่ย่า ตายาย ญาติพี่น้องอยู่ใกล้ชิดในบริเวณเดียวกัน) ขณะนี้กลายเป็นครอบครัวเล็กๆ แยกไปทำมาหากินในต่างถิ่นต่างที่ พ่อแม่ต้องทำงานหาเงินเช้ายันค่ำ เวลาที่จะดูแลเอาใจใส่ลูกจึงน้อยลง อาศัยพี่เลี้ยงหน้าเหลี่ยม (จอทีวี) คอยดูแลแทน ผลลัพธ์จึงเป็นอย่างที่เห็นในสังคมวันนี้

พอลูกโตเข้าเรียนหนังสือในโรงเรียน พ่อแม่ก็จะโยนภาระการอบรมสั่งสอนมาให้โรงเรียน แล้วแต่คุณครูจะสั่งสอนบอกกล่าว ความคาดหวังของผู้ปกครองจึงมุ่งไปที่โรงเรียนในเมือง โรงเรียนดัง เขามีชื่อเสียงดี ลูกเราจะได้เป็นคนดีกับเขาได้ ให้เงินส่งเสียก็พอแล้ว (นี่คือจุดเริ่มของปัญหาครั้งที่สอง) การส่งลูกไปเรียนในที่ห่างไกลสายตาพ่อแม่ ไปอยู่อาศัยกับญาติพี่น้อง (ถ้าเขาเอาใจใส่ก็ดีไป) ไม่มีญาติก็ไปอาศัยหลวงตา (อาจจะดีหรือร้ายก็ได้ ไม่เกี่ยวกับหลวงตาเท่าไหร่) ไม่มีที่อาศัยจริงๆ ก็เช่าบ้านพัก หอพักให้อยู่อาศัย ใหม่ๆ ก็มาเยี่ยมเยือนบ่อยๆ พอนานเข้าก็ห่างออกไปจากอาทิตย์เป็นเดือน จากเดือนเป็นสองหรือสามเดือน หนักเข้าเทอมละครั้งหรือไม่มาดูแลเลยก็มี ถ้าลูกเรามีเพื่อนดีโอกาสรอดปากเหยี่ยวปากกาก็มีมากขึ้น แต่ถ้าเขาคบคนผิด หลงเข้าไปในวังวนของความฟุ้งเฟ้อ ยาเสพติด นักเลง และสุดท้ายปลายทางอาจจะเป็นสถานพินิจฯ 

สิ่งเหล่านี้แหละที่กดดันสังคมครูมากขึ้น มีใคร (เยาวชน) สักคนที่กระทำความผิดขึ้นมา ก็จะโยนบาปให้ครูว่าสั่งสอนไม่ดี ไม่เห็นมีใครพูดว่าเพราะสังคม ครอบครัวต่างหาก ที่ไม่ช่วยให้พวกเขาเป็นคนดีได้ แต่ถ้าเป็นคนดี กระทำดี มีชื่อเสียง จะมีใครสักคนเอ๋ยถึงครูว่าสั่งสอนมาดีบ้างไหมน่ะ...?

ที่เหลือท่านต้องไปคิดต่อเอาเองแล้วล่ะครับว่า วันครู คือครูของใคร?

ข่าวฝากประชาสัมพันธ์

ช่วงหลังๆ มานี้มีข่าวคราวเกี่ยวกับครูเราในเรื่องถูกฉ้อโกง หลอกลวงกันมากขึ้น ด้วยสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้เราตาโตกับคำหลอกลวง เชิญชวน หลากหลายวิธีจนสูญเสียทรัพย์สินไปมาก ทางพี่ญาณพล (อดีตนายกสมาคมเว็บมาสเตอร์ไทย) เลยฝากข่าวมาดังนี้ครับ

เรื่อง   ขอแจ้งเตือนผู้อาจตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวงธุรกิจ สารพัดแชร์ลูกโซ่ แชร์ข้าวสาร แชร์ก๋วยเตี๋ยว แชร์เว็บ

     เนื่องจากปัจจุบันได้มีการกระทำความผิดของบุคคล หรือกลุ่มบุคคล เกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนจำนวนมาก โดยการหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ ในลักษณะของแชร์ เช่น ธุรกิจแชร์ซื้อขายข้าวสาร ธุรกิจแชร์ซื้อขายแฟนไชร์ก๋วยเตี๋ยว ธุรกิจแชร์ลงทุนในเว็บไซต์ และการชักชวนให้ร่วมลงทุนในหลากรูปแบบมากมาย

   กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม รู้สึกเป็นห่วงต่อความปลอดภัยในทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน จึงขอแจ้งเตือน และให้ข้อมูล ข้อพึงระวังที่สามารถสังเกตเอง แก่พี่น้องประชาชน ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้


1. พิจารณาจากจำนวนสินค้า หรือสิ่งของที่ได้รับจากการร่วมลงทุนในธุรกิจ หากมีการซื้อขายแต่ว่าไม่ได้รับสินค้า หรือสิ่งของใดในการร่วมลงทุน ให้ระวังไว้ว่า ท่านอาจกำลังตกเป็นเหยื่อในการหลอกลวง

2. หากได้รับสินค้าจากการลงทุนทำธุรกิจแชร์ แต่สินค้าที่ได้มาในการลงทุนไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ต้องเสียไป  เช่น การฉ้อโกงธุรกิจแชร์น้ำมันเครื่อง หรือธุรกิจแชร์อุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ จะถูกหลอกให้ร่วมลงทุน แล้วต้องหาลูกค้ารายอื่นๆ เข้ามาร่วมลงทุนต่อๆกันไป โดยแต่ละรายต้องลงทุนไปจำนวนเงิน 20,000 บาท แต่ได้สินค้าตอบแทนมาเพียง อุปกรณ์ล้างรถ และกระป๋องน้ำยาขัดรถ ราคารวมประมาณ1,500 บาทเมื่อพิจารณาจะเห็นได้ทันทีว่า ไม่คุ้มกับจำนวนเงินที่ชำระไป ซึ่งการกระทำโดยการให้สิ่งตอบแทนที่ไม่คุ้มกับราคานี้ เป็นเพียงการหลีกเลี่ยงกฎหมาย ให้มีลักษณะดูเสมือนว่าเป็นการซื้อขายกันจริงเท่านั้น

3. ในกรณีการชักชวนทำธุรกิจที่ไม่มีสินค้า แต่แอบแฝงมาในรูปแบบของบริการ หรือมีลักษณะที่ไม่เป็นรูปธรรม จับต้องไม่ได้ เช่น ชักชวนลงทุนทำธุรกิจให้เช่าพื้นที่ในจัดทำเว็บไซต์ โดยจะมีการชักชวนประชาชนว่าเป็นการเข้าไปสมัครเช่า Hosting และทำธุรกิจโดยการให้เช่าพื้นที่ในการจัดทำเว็บไซต์ในลักษณะเช่าต่อๆ กันไปหลายราย ดูเสมือนว่า มีการซื้อขายของกันจริง  แต่ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านคอมพิวเตอร์โดยทั่วไป จะทราบดีว่าการเปิดเว็บไซต์ในแต่ละเว็บไซต์จะมีค่าใช้จ่ายน้อยมาก  ฟรีเว็บไซต์เลยก็มี และเว็บไซต์แต่ละเว็บไซต์ที่ทำการเปิดแทบที่จะมีค่าน้อยหรือไม่มีค่าใดๆ เลย และที่สำคัญคนที่ต้องการจะจัดทำเว็บไซต์ จริงๆ แล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาขอเช่าพื้นที่จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวแต่อย่างใด 

4. พิจารณาจากรายได้ผลตอบแทน จากการประกอบการของธุรกิจที่มีการชักชวนให้ร่วมลงทุน หากผลประกอบการมีลักษณะที่สูงเกินกว่าปกติ ที่สามัญชนในการประกอบการค้าประเภทนั้นๆ พึงได้ ให้สันนิษฐานได้ว่าน่าจะเข้าข่ายลักษณะของการฉ้อโกงประชาชนให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจแชร์ ที่ผิดกฎหมาย และอาจถูกหลอกลวงได้

5. การทำธุรกิจโดยการชักชวนประชาชนร่วมลงทุนในลักษณะเครือข่าย หรือลักษณะแชร์ลูกโซ่ หากถูกต้องตามกฎหมาย ธุรกิจเหล่านี้จะต้องทำการจดทะเบียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค โดยต้องทำการชี้แจงแผนการทำตลาดให้ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ทราบในรายละเอียดของการประกอบธุรกิจที่ชัดเจนทุกขั้นตอน

6. พิจารณาจากที่ทำการที่ตั้งอันเป็นหลักแหล่ง ของผู้ประกอบการรวมทั้งการติดต่อของผู้ชักชวนให้ประกอบธุรกิจร่วมว่า มีที่ตั้งของสำนักงานในการประกอบธุรกิจที่แน่นอนหรือไม่ และสามารถที่จะติดต่อได้ตลอดเวลาทำการหรือไม่ หากมีการย้ายที่ประกอบการไปมาบ่อยครั้ง ปิดเว็บไซต์ หรือไม่สามารถที่จะติดต่อได้   น่าจะเป็นการประกอบธุรกิจเพื่อประสงค์ฉ้อโกงประชาชน

      หากพี่น้อง ประชาชน พบธุรกิจที่เข้าข่ายข้อสังเกตข้างต้น หรือประสบการโดนหลอกลวงด้วยตนเอง หรือแนะนำให้ผู้ที่ถูกหลอกลวง สามารถแจ้งเรื่องราวได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 499 อาคารสุขประพฤติ  ถนนประชาชื่น แขวง/เขต บางซื่อ จังหวัดกรุงเทพฯ (ช่วงระหว่าง สามแยกเตาปูนกับทางรถไฟ, อยู่ช่วงซอยประชาชื่น 13-14 )

     อนึ่ง หากท่านมีญาติ พี่น้อง หรือบุคคลที่รู้จักถูกหลอกลวงตามลักษณะที่กล่าวมาแล้ว หรือพบเห็นการหลอกลวงดังกล่าว โดยเฉพาะบนเว็บไซต์ ขอได้โปรดช่วยกันทำการรวบรวมข้อมูล จัดเก็บพยานหลักฐานในเบื้องต้น Save หน้าจอ, เว็บเพจ, ข้อมูล hosting ที่เช่า Server ฯลฯ และมาแจ้งต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ที่ dsi @ dsi.go.th เพราะภายหลังที่ทำการแจ้งความแล้ว เว็บไซต์ดังกล่าวมักจะมีการปิดตัวของธุรกิจเหล่านี้ลง หลักฐานต่างๆ อาจถูกทำลาย

     หากเป็นไปได้ ขอความกรุณาช่วยกันเผยแพร่คำเตือนนี้ ไปในวงกว้าง จักเป็นอานิสงค์ที่แรงกล้า และขอขอบพระคุณยิ่ง

      แต่อย่างไรก็ดี ผมหวังไว้ว่า ไม่ขอให้มีผู้ใดถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ เหล่านี้เลยจะดีกว่า

   ด้วยความปรารถดี

   พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน
   ผู้บัญชาการสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ
   กรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI กระทรวงยุติธรรม

 

เตือนมาไม่ทันไร โผล่มาอีกแล้วครับ อ่านได้จากข่าวข้างล่างนี้

ใช้เว็บไซต์ ต้มตุ๋นระดับโลก เชิด5พันล. [ไทยรัฐ 22 ม.ค. 51 - 03:46]

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 ม.ค. พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำตัวนายแพทย์ (ไม่ประสงค์ออกนาม) เปิดแถลงข่าวภายหลังถูกกลุ่มคนร้ายหลอกให้นำเงิน 1 ล้านบาท ลงทุนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต แลกกับผลตอบแทนในอัตราสูง ก่อนปิดเว็บไซต์หอบเงินหนี เบื้องต้นมีผู้เสียหายทั้งชาวไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน และเวียดนาม กว่า 50,000 คน มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 5,000 ล้านบาท ดีเอสไอได้สืบสวนจนสามารถออกหมายจับเว็บมาสเตอร์ดังกล่าว 3 คน ทั้งหมดเป็นคนไทย ในความผิดตามพระราชกำหนดว่าด้วยการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 และฐานฉ้อโกงประชาชน ขณะนี้ได้ส่งชุดสืบสวนติดตามจับกุม พร้อมขยายออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีกต่อไป 

พ.อ.ปิยะวัฒก์กล่าวว่า พฤติกรรมของกลุ่มคนร้าย ใช้วิธีการแพร่ข่าวสารผ่านอินเตอร์เน็ต ภายใต้เว็บไซต์ชื่อ www.colonyinvest.net และ www.colonyinvest.com ชักชวนให้ประชาชนนำเงินลงทุนกับบริษัท Colony invest ซึ่งประกอบธุรกิจหลายประเภท มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโรเชสเตอร์ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนเป็นรายวันในอัตราสูง โดยวิธีลงทุน ผู้ลงทุนต้องติดต่อตัวแทน ขอซื้อเงินดอลลาร์ สหรัฐอเมริกา ก่อนมอบให้ตัวแทนเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนผู้ลงทุนจะได้รหัสล็อกอิน และพาสเวิร์ด ไว้เช็กยอดเงินลงทุน รวมถึงผลตอบแทนที่จะจ่ายให้ทุกวันตามแผนที่เลือกลงทุน 

โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าวต่อว่า แผนลงทุนมีด้วยกันหลายอัตรา อาทิ ลงทุน 100-499 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะได้ผลตอบแทนร้อยละ 2.5 ต่อวัน หากลงทุน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 3,300 บาท จะได้รับเงินคืน 82.50 บาท ต่อวัน เมื่อครบ 40 วัน สมาชิกจะได้เงินลงทุนคืน หรือเมื่อครบ 100 วัน จะได้คืนทั้งเงินต้น และดอกเบี้ยรวม 250 ดอลลาร์สหรัฐฯ แผนที่ 2 ลงทุน 500-999 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ผลตอบแทนร้อยละ 2.8 ต่อวัน หากลงทุน 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 16,500 บาท จะได้รับเงินคืน 462 บาท ต่อวัน ครบ 36 วัน จะได้ทุนคืน เมื่อครบ 100 วัน จะได้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยรวม 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ถ้าหากลงทุน 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ขึ้นไป จะได้ผลตอบแทนร้อยละ 3 ต่อวัน โดยทางบริษัทจะจ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกเข้าบัญชีผ่านอินเตอร์เน็ต

 พ.อ.ปิยะวัฒก์กล่าวต่อว่า หากผู้ลงทุนสามารถชักชวนสมาชิกใหม่เข้าร่วมลงทุน จะได้โบนัสเป็นรายได้จากการแนะนำอีกร้อยละ 10-15 เท่ากับว่า วงรอบการลงทุนมี 100 วัน สมาชิกจะได้เงินทุนคืนใน 40 วัน ส่วนอีก 60 วัน จะเป็นช่วงทำกำไร ทำให้มีผู้หลงเชื่อนำเงินสดมาลงทุนกับกลุ่มผู้ต้องหาเป็นจำนวนมากทุกวงการ แต่เมื่อครบกำหนด 100 วัน กลับไม่สามารถถอนหรือแลกเงินสดกลับคืนได้ เพราะตัวแทนหรือกลุ่มคนร้ายจะอ้างเหตุผลหลอกลวงสมาชิกเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 11 พ.ย. 2550 เว็บไซต์ www.colonyinvest.net และ www.colonyinvest.com ปิดตัวลง ผู้เสียหายถึงรู้ว่าถูกหลอก ทั้งนี้ การสืบสวนพบว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเปิดทางภาคใต้ของประเทศไทยใน ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัท Colonyinvest และไม่ได้ตั้งอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตามคำกล่าวอ้างของกลุ่มผู้ต้องหาแต่อย่างใดด้วย

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 23 มกราคม 2008 เวลา 05:56 น.
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_2

Our Sponsor 3

245x100

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page