|
Page 1 จาก 2 
รายงานการเดินทางไปร่วมการประชุมและจัดนิทรรศการ ICT Conference & Exhibition จัดโดย กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย และ SEAMEO ระหว่างวันที่ 10-13 มีนาคม 2551 ณ Kuala Lumpur Convention Center (KLCC), ประเทศมาเลเซีย อย่างไม่เป็นทางการขอเล่าเรื่องประกอบภาพให้ดูและอ่านก็แล้วกันนะครับ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าได้พบประสบการณ์อันใดบ้าง (ขอบคุณครูจิรัฏฐ์ คนเล่าเรื่องเบื้องต้น) ส่วนผมและครูชนารัตน์ฝ่ายช่วยเสริมภาพประกอบต่างๆ ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ
การเดินทางครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืม เพราะทุกอย่างมืดแปดด้านตั้งแต่แรกเริ่ม การประสานงา(น)ที่ขลุกขลักยิ่ง ทั้งฝ่ายไทยเราและฝ่ายมาเลเซียเขาด้วย เรียกว่า ขอไปตายเอาดาบหน้าก็แล้วกัน แบบสำนวนไทยๆ...
วัตถุประสงค์ของการจัดงาน
- เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้าน ICT ระหว่างประเทศสมาชิก SEAMEO
- เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้ ICT เพื่อการเรียนการสอน หลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การฝึกอบรมครู รวมไปถึง Hardware และ Software
รูปแบบการจัดงาน
การจัดแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการสัมมนามีทั้งการบรรยายรวมกันในห้องใหญ่และแยกการบรรยายเป็น 2 ห้อง บรรยายพร้อมกัน ส่วนที่สองเป็นการแสดงนิทรรศการจาก SEAMEO, กระทรวงศึกษาทุกประเทศ, หน่วยงานทางการศึกษา, บริษัทเอกชน และตัวอย่างความสำเร็จจากโรงเรียนตามโครงการ Smart School ของประเทศมาเลเซีย
กลุ่มเป้าหมาย
คือ ครูและนักการศึกษาจากประเทศสมาชิกของ SEAMEO 11 ประเทศ และประเทศในแถบเอเชียและแปซิฟิกที่ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อประเทศสมาชิก SEAMEO โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาต้องจ่ายค่าลงทะเบียนคนละประมาณ 5,000 บาท ยกเว้นค่าลงทะเบียนเฉพาะสมาชิก SEAMEO ที่ได้รับเชิญ งานนี้มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานประมาณ 500 คน ส่วนนิทรรศการเปิดให้สมาชิก และบุคคลทั่วไปได้เข้าชมฟรี
ระยะเวลา
ระหว่างวันที่ 10-13 มีนาคม 2551 รวมเวลา 4 วัน 3 คืน
สถานที่
ที่ประชุมสัมมนา พิธีเปิด-ปิด และห้องอาหาร ใช้ห้องประชุมชั้น 3 ของศูนย์ประชุม และจัดแสดงนิทรรศการในห้องแสดงชั้นล่างติดกับโรงแรมแมนดาริน ส่วนโรงแรมที่พักจัดให้พักในโรงแรมที่อยู่รอบๆ KLCC โดยคณะของประเทศไทยได้พักที่โรงแรม Impiana
การเตรียมตัวของคณะครูไทย
ผ.อ.เกียรติศักดิ์ โดยคุณดลลัชได้เตรียมนำเสนอสรุปการใช้ ICT ในประเทศไทย ส่วนครูจิรัฏฐ์ ได้เตรียมนำเสนอเรื่องรูปแบบใหม่ของการใช้ ICT ในการฝึกอบรมครู โดยทั้งสองคนได้จัดส่งบทคัดย่อมาให้เจ้าหน้าที่มาเลเซียไว้ล่วงหน้า และส่งบทความเต็มเพื่อตีพิมพ์ในเอกสาร และลงไว้ให้สมาชิก download ได้เองทางอินเทอร์เน็ต บนเว็บไซต์ของงาน สมาชิกและบุคคลทั่วไปติดตามได้ที่ www.moe.gov.my เนื่องจากหัวเรื่องบรรยายของครูจิรัฏฐ์เป็นเรื่องใหม่ คือ u-Learning Model for ICTPD Cluster School Program ทำให้เจ้าหน้าที่พิมพ์ที่ไม่รู้จัก u-Learning ได้เปลี่ยนหัวเรื่องในเอกสารกลายเป็น e-Learning ครูจิรัฏฐจึงต้องทำการชี้แจงเพื่อให้เข้าใจคำนี้ก่อนการบรรยาย

ก่อนการเดินทางครูจิรัฏฐ์ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ของประเทศมาเลเซีย และเตรียมของที่ระลึกเพื่อมอบแก่ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย, ครูใหญ่โรงเรียนที่ไปศึกษาดูงาน, ทีมผู้ประสานงาน และผู้มาดูแลคณะครูไทย โดยได้รับการสนับสนุนของที่ระลึกจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี

ครูชนารัตน์และครูมนตรีได้เตรียมพิมพ์โปสเตอร์เกี่ยวกับเรื่องการใช้ ICT ในการเรียนการสอน และมีการนำเอกสารที่เกี่ยวข้องจาก กระทรวงศึกษาธิการ และสพฐ. ไปด้วย รวมทั้งได้มีการนำเสนอโครงงานของเด็กนักเรียนที่เกิดขึ้นจากการประยุกต์การเรียนรู้วิชาหุ่นยนต์ในโรงเรียน มีการนำเสนอหุ่นยนต์วิ่งจับเส้น หุ่นยนต์เตะบอลและหุ่นยนต์ปฏิบัติตามคำสั่ง งานนี้ได้ครูอัจฉราไปช่วยในเรื่องภาษาอังกฤษ สร้างความมั่นใจให้กับคณะมากขึ้น
คุณศิริภัคค์ จาก สต.สป. เดินทางมาเพื่ออำนวยความสะดวกและประสานงานในการร่วมประชุมและจัดแสดงนิทรรศการ มิใช่เพียงแค่งานของเราเพียงงานเดียว แต่ต้องอำนวยความสะดวกให้กับคณะของท่านรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของไทย ซึ่งจะเดินทางมาร่วมประชุมงาน 43rds SEAMEO Council Conference (SEAMEC Conference and ASED Meeting) ในวันที่ 12-13 มีนาคม 2551 จึงทำให้มีโอกาสทำงานร่วมกันมีไม่มากนัก

การติดต่อประสานงานระหว่างทีมงานไทย ส่วนใหญ่จะใช้อีเมล์ในการติดต่อประสานงานกัน เพื่อความสะดวกในการแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ รวมทั้งการยืนยันการเดินทาง กำหนดการต่างๆ ซึ่งบางครั้งเราก็ไม่ได้ลงที่รายละเอียดมากนัก (ยังไงก็สู้คุยแบบเห็นหน้ากัน แต่ด้วยระยะทางและภารกิจการงานของแต่ละคน เลยขาดการประชุมนัดหมายกันล่วงหน้าอย่างเป็นทางการ) ถ้าให้สารภาพ ผมก็คงต้องบอกว่า ไม่รู้จริงๆ ว่าการเดินทางครั้งนี้ใครคือเจ้าภาพในการดำเนินการ เลยต่างคนต่างทำ ผู้รับหน้าที่หนักกว่าใครคือครูจิรัฏฐ์ เพราะอยู่ใกล้กระทรวงและ สพฐ. มากที่สุด (และต้องขอบคุณน้องเปรมฤทัย แห่ง สทร. ที่ช่วยประสานเรื่องตั๋วเครื่องบินและหนังสือสั่งการต่างๆ ให้เราจนสำเร็จลุล่วง)
10 มีนาคม 2551 การเดินทาง
การเดินทางแยกกันเป็นอิสระ คุณศิริภัคค์และคุณดลลัช เดินทางด้วยกัน ส่วนทีมครูชนารัตน์ ครูมนตรี ครูอัจฉรา และครูจิรัฏฐ์ นัดพบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ 7.00 น. ออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน TG 415 เวลา 8.55 (สุดท้ายทั้งสองทีมก็เจอกันจนได้บนเที่ยวบินเดียวกัน) ส่วน ผ.อ.เกียรติศักดิ์ เดินทางตามลำพังด้วยสายการบินมาเลเซีย เนื่องจากผิดพลาดเรื่องการประสานงานเกี่ยวกับการส่งรายละเอียดการจองตั๋วไปที่ประเทศมาเลเซีย (มาเลเซียไม่ได้รับเอกสาร จึงแจ้งยกเลิก)
ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ถึงสนามบิน KLIA กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ประมาณ 12.05 น. เวลาที่นี่เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง (ความจริงเราอยู่ใน Time zone เดียวกัน เขาคงอยากเอาชนะในเรื่องเชิงเศรษฐศาสตร์ คือเปิดตลาดหุ้น ตลาดตราสารเงินตราก่อนเรากระมัง) ที่สนามบิน KLIA จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการผู้โดยสารตอนออกจาก Gate สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ตลอดเวลาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (ดีจัง)

เฉพาะสายการบินมาเลเซีย และแอร์เอเชียร์ เครื่องบินจะลงจอดที่ตัวอาคารหลัก แต่การบินไทยจอดในอาคารที่อยู่ด้านนอกอีกฟากหนึ่ง ดังนั้นเวลาเดินทางมายังอาคารหลักเพื่อตรวจคนเข้าเมืองและรับกระเป๋าเดินทาง จะต้องขึ้นรถไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างอาคารทั้งสองที่ให้บริการวิ่งไปกลับ สลับกันไปมาทุกๆ 5 นาที ผู้ที่เดินทางมาประเทศมาเลเซียครั้งแรกจะรู้สึกสับสนหาทางออกไม่เจอ (รวมทั้งผมด้วย)

คุณไซโนริ และคุณอัสมัน เป็นเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษามาเลเซีย ที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลผู้ร่วมสัมมนาจากประเทศไทย มารับคณะของเราที่สนามบิน แล้วนำไปส่งที่โรงแรม อันที่จริงจะต้องรับคณะที่มาจาก SEAMEO ด้วย แต่เนื่องจากการประสานงานที่ไม่มีรายละเอียดชัดเจนทำให้เกือบพลาดคณะของ SEAMEO ดีที่คุณศิริภัคค์ ยืนยันว่าเห็นคณะ SEAMEO มาด้วยจึงทำให้มีการลงไปตามหาจนพบ

ผู้ประสานงานทั้งสองท่านเอาใจใส่คณะเราดีมาก มาติดตามสอบถามปัญหาและอำนวยความสะดวก รวมทั้งพาคณะเราไปตระเวนกรุงกัวลาลัมเปอร์ด้วย

ผ.อ.เกียรติศักดิ์ และครูจิรัฏฐ์ ได้รับเชิญจากประเทศมาเลเซียให้มาเป็น Speaker โดยทางประเทศมาเลเซียดูแลค่าใช้จ่ายให้หมด (ยกเว้นค่าอาหารเย็น) และกำหนดให้พักยังโรงแรมอิมเพียน่า ส่วนครูมนตรี ครูชนารัตน์และคุณดลลัช ทางไทยออกค่าเครื่องบินให้และมาเลเซียดูแลเรื่องที่พักและอาหาร ดังนั้นทางครูจิรัฏฐ์ จึงประสานงานให้คณะครูไทยทั้งหมดเข้าพักที่นี
ตอนลงทะเบียนเข้าห้องขลุกขลักเล็กน้อยเพราะทางโรงแรมพยายามจะเรียกเก็บค่า มัดจำจากพวกเรา (กลัวว่าจะไปรับประทานของในมินิบาร์ (ตู้เย็น) แล้วไม่จ่าย โอ้โหพึ่งเคยเจอนะ ประเทศอื่นไม่เห็นมีเลย) และที่แย่กว่านั้นคือ คุณศิริภัคค์เดินทางมาเพิ่มเติมต้องออกค่าใช้จ่ายเอง คุณศิริภัคค์ได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่มาเลเซียไว้ล่วงหน้าก่อนเดินทาง ว่าจะพักห้องเดียวกันกับคุณดลลัชเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ปรากฎว่าเมื่อมาถึง โรงแรมเรียกเก็บค่าห้องเต็มราคา คืนละ 3,320 บาท x 3 คืน เป็นเงิน 9,960 บาท และเรียกเก็บมัดจำ 10,000 บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายของเรา เพราะเมื่อใช้ห้องร่วมกัน ก็น่าจะแบ่งค่าเช่าคนละครึ่ง นอกจากนี้คุณศิริภัคค์จะต้องจ่ายค่าลงทะเบียนเข้าสัมมนาอีก 5,000 บาท

ครูจิรัฏฐ์ได้ต่อรองกับเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษามาเลเซีย และได้ข้อยุติว่าคุณศิริภัคค์ไม่ต้องจ่ายค่าลงทะเบียนเข้าสัมมนา 5,000 บาท ถือว่าพอดีกับค่าห้องที่ต้องจ่ายเกิน นับเป็นบทเรียนว่า การประสานงานกับต่างประเทศถ้าไม่ได้รับการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรที่ชัดเจน จะไว้ใจไม่ได้เด็ดขาด

โรงแรมอิมเพียน่าอยู่เยื้องกับตึกแฝดเปโตรนาส ถ้ายืนอยู่ด้านหน้าโรงแรมจะสามารถมองเห็นอาคารเปโตรนาสตระหง่านอยู่ทางด้านซ้ายมืออย่างชัดเจน สถานที่จัดงานสัมมนาคือ Kuala Lumpur Convention Center (KLCC) อยู่เยื้องไปทางด้านขวาของโรงแรม ใช้เวลาในการเดินไปได้อย่างสะดวกไม่เกิน 10 นาที จึงนับว่าโรงแรมที่เราพักสะดวกในการเดินทางมาก
ในวันแรกหลังจากลงทะเบียนเข้าห้องพักเรียบร้อย พวกเราก็เดินไปยัง KLCC เพื่อทำการจัดบูธและติดตั้งโปสเตอร์ต่างๆ ในพื้นที่ที่เขาเตรียมไว้ให้ เป็นบูธมาตรฐานขนาด 3 x 3 ตารางเมตร มีจอ LCD ขนาดใหญ่ไว้ให้ 1 เครื่องเพื่อนำเสนองาน ด้านหน้า มีโต๊ะและเก้าอี้ให้ 1 ชุด ซึ่งครูชนารัตน์ได้นำหุ่นยนต์มาตั้งโชว์ และสาธิตการทำงาน ในวันหลังๆ มีเด็กเข้ามาชมงานและให้ความสนใจมาก (ทราบว่าถ้าเป็นบริษัทเอกชนมาเช่าพื้นที่ในงานนี้จะต้องจ่ายถึง 150,000 บาท ต่อ 3 วัน)

เนื่องจากเราไม่มีข้อมูลที่ตั้งของบูธและขนาด รูปร่าง รูปทรง แบบแปลนต่างๆ ในมือ สอบถามทางมาเลเซียล่วงหน้าก็บอกให้ดูในเว็บไซต์ พอไปดูก็ภาพเล็กๆ ที่ไม่สามารถดูออกและจินตนาการได้ ทำให้ไม่สามารถจัดเตรียมอะไรล่วงหน้าได้มากนัก เรียกว่า คิดเอาเองแล้วไปผจญปัญหาที่โน่นเลยแล้วกัน...
พอไปถึงศูนย์การประชุมก็ทำการลงทะเบียน รับป้ายชื่อ เอกสาร และกระเป๋าที่ระลึก แล้วก็เข้าไปในห้องจัดนิทรรศการกันเลย ไม่เป็นไปดังที่คิด (เดา) ไว้นัก แต่เราได้เตรียมเอกสารบางส่วนไปด้วยเช่น แผ่นพับ โบร์ชัวร์จากกระทรวงศึกษาธิการ ไวนิลที่ผมเตรียมไปด้วย รวมทั้งอุปกรณ์หุ่นยนต์และกล่องสมองกลของ สสวท. เลยได้ใช้ในการแก้ปัญหาได้บ้าง มาถึงก็ลุยกันเลย

คุณไซโนริ และคุณอัสมัน นำชมศูนย์ประชุมโดยรอบ (เพราะต้องใช้บริการหลายชั้น)

ในพื้นที่จัดงานได้มีการเตรียม Wireless Access สำหรับผู้ที่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ตไว้ให้อย่างดี ติดตรงที่ต้องมีรหัสเข้า บังเอิญเจ้าหน้าที่จากกระทรวงศึกษาธิการมาเลเซียที่เคยทำงานร่วมกับครูจิรัฏฐ์แวะมาทักทาย ปีนี้เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่อง Network จึงจัดการให้เราได้ใช้อินเทอร์เน็ตอย่างง่ายๆ

ในวันต่อมาได้มีการจัดระบบอินเทอร์เน็ตเสียใหม่โดยไม่ต้องใช้รหัสเข้า ทำให้สะดวกสำหรับผู้ร่วมสัมมนา และที่ดีไปกว่านั้นอีกคือสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปไกลถึงโรงแรมที่เราพัก ห้องพักของครูจิรัฏฐ์และครูมนตรีอยู่ด้านเดียวกับ KLCC จึงสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในห้องนอนได้ด้วย

ที่โรงแรม บริเวณล็อบบี้ ก็จะมีบริการ Wireless Access ฟรีเหมือนกัน ขอให้มีโน้ตบุ๊คก็สามารถใช้งานท่องโลกข้อมูลข่าวสารได้เลยทันที ส่วนในห้องพักถ้าต้องการใช้งานมีค่าธรรมเนียมนิดหน่อยประมาณ 10 บาทต่อคืนโดยใช้สายเสียบเข้ากับ Outlet RJ-45 ในห้อง (คงเป็นค่าเช่าสายต่อมากกว่า พอดีผมไม่ได้พกสายไปด้วยเลยไม่ได้ลอง แต่ใช้ Wireless ที่รับได้จากศูนย์ประชุมฟรี)
ทำงานจนลืมหิว... Food Center KLCC

เย็นวันแรกหลังจากจัดบูธเสร็จ คณะของเราลงไปหาอาหารเที่ยง + อาหารเย็น (ไม่ทราบว่าเป็นมื้อไหน เพราะไม่ได้รับประทานทั้งสองมื้อ) ที่ Food Center ด้านล่างของ KLCC อาหารที่นี่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่จานละ 50-90 บาท ส่วนน้ำดื่มก็ตกแก้วละ 20-40 บาท ซึ่งก็ไม่แพงจนเกินไปสำหรับสถานที่แบบนี้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ กับศูนย์ประชุมอิมแพค เมืองทองธานีก็นับว่ามีราคาที่ใกล้เคียงกัน

ถ้าเดินจาก KLCC ไปยังตึกแฝดเปโตรนาส จะผ่านโรงแรมแมนดารินซึ่งเป็นที่พักของคนไทยอีกคณะ นำโดยรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของไทย จะมาพักในวันที่ 13 มีนาคม ที่นี่ค่าห้องแพงมากขั้นต่ำอยู่ที่ 5,000 บาท แต่ที่เราจองไว้รู้สึกว่าจะราคา 20,000 บาท ด้านหลังโรงแรมจะมีสวนพักผ่อนหย่อนใจ ที่มีสระน้ำและน้ำพุอยู่ตรงกลาง ช่วงเย็นจะมีคนมาพักผ่อนอยู่รอบๆ สระน้ำเพื่อชมน้ำพุเป็นจำนวนมาก

หลังเสร็จภารกิจการจัดนิทรรศการเราก็มาเตร่กันแถวตึกแฝดเปโตรนาส (เดินมาประมาณ 400 เมตร)

ระหว่างกลางของตึกปิโตรนาสเป็นห้างสรรพสินค้า SURIA KLCC ขนาดใหญ่ และที่ชั้นใต้ดินจะมีอุโมงค์ทอดยาวไปยัง KLCC หรือสามารถเดินไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน KLCC ได้อย่างสะดวก ที่ชั้นบนของห้างแห่งนี้จะเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ คณะครูไทยกลับโรงแรมกันมาก่อนเพราะครูจิรัฏฐ์จะต้องเตรียมเรื่องสไลด์ PowerPoint สำหรับบรรยาย ที่ยังจัดการไม่เสร็จ

ส่วนสองสาวจากกระทรวงศึกษาธิการจะขอเดินเล่นอยู่แถวนั้น เพราะหลังจากวันนี้ไปคุณศิริภัคค์ จะไม่มีโอกาสออกมาเดินเล่นอีกแล้ว เนื่องจากต้องไปดูแลคณะของท่านรัฐมนตรีฯ (น่าเห็นใจเหมือนกันนะ)
|