KruMontree.com

ป้ายโฆษณา

Moral Principle

" . . . การทำงานยากลำบากกว่าการเรียน การเรียนนั้นเรียนตามหลักสูตร หรือเรียนวิชาต่าง ๆ ตามที่ทางมหาวิทยาลัยจัดลำดับให้ แต่การทำงานไม่มีหลักสูตรวางไว้ จำจะต้องใช้ความริเริ่มและความคิดพิจารณาด้วยตนเอง ในอันที่จะทำสิ่งใด อย่างไร เมื่อใด หากไม่รู้จักพิจารณาใช้ให้ถูกช่อง ถูกโอกาส ถึงมีวิชาอยู่ ก็ไม่เป็นผลแก่งานและแก่ตัวนัก . . ."

พระบรมราโชวาท
๓ กรกฎาคม ๒๕๑๒

Home บทความของเรา ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับ ผู้มีหัวใจไม่แพ้
ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับ ผู้มีหัวใจไม่แพ้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ทีปรากร   
วันอังคารที่ 17 มิถุนายน 2008 เวลา 23:39 น.

บทความนี้เขียนโดยคุณทีปรากร ผมได้อ่านแล้วเห็นว่า นอกจากจะได้ทราบชีวประวัติของบุคคลคนหนึ่งแล้ว ยังมีหลายส่วนที่บอกถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน ไม่ท้อถอย จนได้รับความสำเร็จ น่าจะเป็นแนวทางสำหรับการสู้ชีวิตในยุคข้าวยากหมากแพงสำหรับทุกๆ คนได้เป็นอย่างดี

Ikeda Toshio หรือ Mr. Computer

ณ ช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านมา มีบุคคลผู้ซึ่งเป็นตำนานแห่งผู้นำด้านเทคโนโลยี่ของญี่ปุ่น ได้กล่าวแก่ผู้ร่วมงานที่แม่น้ำนี้ว่า

การพัฒนาใดๆ ก็ตามเริ่มต้นขึ้นที่หัวใจของท่าน
Any kind of development begins in your heart

ผู้นำคนนั้นชื่อ Ikeda Toshio มีชื่อที่เรียกกันเล่นๆ ว่า Mr.computer

Computer คือสิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ทีสุดใน ศตวรรษที่ 20 ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญ ต่ออุปกรณ์ทางทหาร, การวิจัยอวกาศ, การธนาคาร, อุปกรณ์ใช้สอยในครัวเรือน และอุตสาหกรรมต่างๆ

เป็นที่กล่าวขานกันว่า

ถ้าใครสามารถเป็นครองความเป็นเจ้าตลาดคอมพิวเตอร์ได้ ก็จะสามารถครองโลกได้
whoever gain control of computer market will rule the world

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง IBM ครองความเป็นเจ้าตลาดคอมพิวเตอร์ มูลค่าการลงทุนของ IBM เทียบเท่ากับ งบประมาณแห่งชาติของบางประเทศ ผู้คนเคยเรียกขาน IBM ว่า เจ้าช้างยักษ์ (A Giant Elephant)

{mosimage} 

แต่ทว่ามีบริษัทหนึ่งที่หาญกล้าท้าทาย IBM บริษัทนี้ผลิตชิ้นส่วนย่อยอุปกรณ์โทรศัพท์ในญี่ปุ่น บริษัทเล็กๆ นี้ได้ใช้ร้านอาหารข้างสถานีรถไฟ เป็นห้องประชุมงาน (project room) กุญแจที่นำมาซึ่งความสำเร็จคือ การนำ LSI High-speed circuit มาใช้ แต่ก็มีอุปสรรคมากมาย สายไฟจำนวนมากมายพันกันอย่างกับเส้นบะหมี่ และวงจรไฟฟ้าเกิดไหม้ เพราะเกิดความร้อนสูง

ขณะที่ทุกคน เริ่มจะท้อแท้ Ikeda กล่าวว่า

ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ ถ้าพวกคุณคือ ผู้มีหัวใจไม่แพ้
There is no such word impossible if you are challengers

{mosimage} 

วันนี้ขอนำเสนอ เรื่องราว อุตสาหกรรมเทคโนโลยีญี่ปุ่น หาญกล้า ท้าทายอย่างมุ่งมั่นที่จะสร้างคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลก ด้วย

LSI = Large Scale Integration

{mosimage} 

นี่คื่อ คอมพิวเตอร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ สร้างขึ้นเมื่อปี 1956 โดยวิศวกรชาวญี่ปุ่น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นให้ก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบเครื่องบินโดยสารลำแรกของญี่ปุ่น, อุตสาหกรรมรถยนต์ และ Camera เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เริ่มหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง (WWII)

ปี 1946 (โชวะที่ 21)



โตเกียว กำลังบรูณะขึ้นท่ามกลาง ซากปรักหักพัง ที่เกิดจากสงคราม ผลจากการถูกโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชุมสายโทรศัพท์ตกอยู่ในสภาวะยุ่งเหยิง บริษัทผู้ผลิดอุปกรณ์โทรศัพท์ ได้ทุ่มเทอย่างเต็มที่ที่จะตอบสนองต่อความต้องการใช้โทรศัพท์

{mosimage} 

หนึ่งในผู้ผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์นั้น คือ Fujitsu Electric Company อยู่ที่เมือง Kawasaki โดยบริษัทมีผลประกอบการที่แย่ที่สุด บริษัทต้องพึ่งพาการออกแบบจากเยอร์มัน และไม่มีเทคโนโลยี่ที่เป็นของตนเองเลย จึงถูกเรียกว่า บริษัทด้อยพัฒนา!!!

และปีนั้นเองได้มี ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง เข้าทำงานที่บริษัท ชื่อเขาคือ Ikeda Toshio อายุ 23 ปี เขาคือจุดเริ่มต้นของตำนานนี้ ทุกวันเขาจะมาเข้างานสาย ถึง 2 ชั่วโมงอยู่เป็นประจำ และชอบเล่นบาสเก็ตบอลตอนพักกลางวัน อืดอาดที่จะกลับเข้าทำงานต่อในช่วงบ่ายซึ่งก็ถูกเจ้านายตำหนิอยู่บ่อยๆ

{mosimage}

ในฤดูใบไม้ร่วงต่อมา ก็เกิดเรื่องที่ทำให้บริษัทต้องสั่นสะเทือน ลูกค้าบริษัท ได้แก่ สำนักงานใหญ่ชาติพันธมิตร ได้ร้องเรียนว่า โทรศัพท์มีเสียงรบกวน และไม่มีประสิทธิภาพ บริษัทก็จนปัญญาต่อปัญหาที่เกิดขึ้น สายการผลิตจึงต้องหยุดชะงักลง Kobayashi หัวหน้าทีมวิจัย ไม่ทราบว่าจะแก้ไขอย่างไรดี

วันหนึ่งได้มี บุคคลผู้หนึ่งแวะเข้ามายื่น Notebook ให้กับ Kobayashi เขาผู้นี้มิใช่ใครอื่นเลย นอกเสียจาก Ikeda ในตอนนั้น Ikeda ได้กล่าวแก่ Kobayashi ถึงปัญหาที่ โทรศัพท์มีเสียงรบกวน หลังจากการหมุนแป้นถึง 100 ครั้ง และแสดงข้อพิสูจน์ถึงสาเหตุดังกล่าว Kobayashi ถึงกับฉงนว่า Ikeda น่าจะเป็นอัจฉริยะ!!

สถานภาพทางการเงินของบริษัทเริ่มย่ำแย่มากขึ้น และในที่สุดบริษัทเริ่มปลดคนงานออกเป็นจำนวนมาก

ต่อมา Kobayashi ได้ทราบข่าวที่สร้างความตลึงว่า สิ่งประดิษฐ์ที่จะพลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรม ซี่งเริ่มพัฒนาก่อนเกิดสงครามโลกนั้น ได้ถูกนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรมในการเลือกตั้งประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกา ปี 1952 (โชวะที่ 27)

{mosimage} 

สิ่งประดิษฐ์นั้นได้แก่ Computer ซึ่งได้ทำนาย ถึงชัยชนะของ Dwight D. Eisenhower ได้อย่างแม่นยำ หลังจากนับคะแนนเสียงได้เพียง 7% ของทั้งหมด

Kobayashi ตระหนักดีว่า Computer คือสิ่งที่จะกอบกู้บริษัทขึ้นมา


ต่อจากนั้น Kobayashi ได้ข่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์โตเกียว จะนำคอมพิวเตอร์มาใช้ มันเป็นความยากลำบากที่จะคำนวณตัวเลขด้วยมือ โดยปราศาจากลูกคิด Kobayashi มีบุคคลในใจอยู่แล้วเพื่องานนี้ เขาได้เรียก Ikeda เข้าพบและถามว่า คิดอย่างไร ถ้าจะสร้าง Computer โดยชาวญี่ปุ่นขึ้นมา?

Ikeda ฟังแล้วรู้สึกว่าเป็น งานที่ท้าทาย และน่าสนใจอย่างยิ่ง!!

ปี 1952 (โชวะที 27)

งานวิจัยพัฒนา ได้เริ่มขึ้นที่ บ้านพักตากอากาศของบริษัทในเมือง Atami ช่วงฤดูร้อน

ทีม Project ประกอบด้วย Ikeda หัวหน้า และลูกน้องอีกสองคนได้ลงมือทำงานที่นั่น ลูกน้องทั้งสองได้ทำการออกแบบแปลน อยู่ในห้องของตนเอง อย่างขมักขะเม้น ทั้งวันทั้งคืน แต่ทว่า Ikeda ผู้มีอุปนิสัย ที่ไม่เหมือนคนอื่น กลับไปแช่น้ำพุร้อน แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลางานก็ตาม

ลูกน้องคนหนึ่ง ชื่อ Yamamoto อดไม่ได้ที่จะรู้สึกรำคาญ เห็นหัวหน้าแช่น้ำพุร้อนร้องเพลง และเอาแต่นอนเช้าสายบ่ายเย็น Yamamoto รู้สึกหวั่นใจว่า หัวหน้าอย่างนี้จะสามารถพึ่งพาอะไรได้

{mospagebreak}

Ikeda แช่น้ำพุร้อนและร้องเพลงโปรดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพลงมีเนื้อหาดังนี้

ฉันเป็น นักเดินทาง บนเส้นทางที่ ไม่มีจุดสิ้นสุด
เดินไป บนเส้นทางที่ ไม่เคยมีใครผ่านมา ก่อนเลย
Because I am a wanderer on a never-ending journey
I travel on a path that no one has taken before



หนึ่งเดือนผ่านไป คืนหนึ่งตอนเที่ยงคืน Yamamoto และเพื่อนร่วมงานอีกคนหนึ่ง ได้ย่องไปที่ห้อง Ikeda พวกเขาถึงกับตลึง ที่เห็นแบบแปลน วงจรอีเล็กทรอนิกส์ วางอยู่เต็มพื้นห้อง แต่ละแบบแปลนแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดของ Ikeda

{mosimage} 

นับจากวันนั้น Yamamoto ได้ยอมรับในตัวหัวหน้า

Ikeda เกิดที่ เรียวโกกุ ในโตเกียว เขาเป็นลูกชายคนโต ของครอบครัวทีเปิดร้านขายยาสมุนไพรจีน หลังจากที่บิดาได้จากไป คุณแม่ Ikeda ต้องเลี้ยง่ลูกตามลำพัง Ikeda เมื่อยังเด็กเขาเป็นคนขี้อาย แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาโดดเด่นนั่นคือ

วิชาคณิตศาสตร์

{mosimage} 

เขาทำให้มารดาภูมิใจอย่างมาก ที่สามารถคำนวณหาคำตอบทางคณิตศาสตร์ทีซับซ้อน ได้อย่างรวดเร็ว

ปี1954 (โชวะที่ 29)



เดือนตุลาคม ทีม Project Atami ก็ได้สร้างเครื่องทดสอบ (test model) ขึ้นมาจากแบบร่างของพวกเขาจนสำเร็จ ซึ่งมีความสูง 2 เมตร และคลุมพื้นที่ 40 ตารางเมตร


มีชายผู้หนึ่งได้ยินข่าวดังกล่าว ก็แวะมาชม เขาคือ Yukawa ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับ Nobel Prize จากผลงาน Subatomic particle

เขาประสบปัญหาในการคำนวณ การเคลื่อนไหวของ อนุภาค (Particles) จึงได้ขอให้ทีมงาน Project ช่วย ทีมงานได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ (ทดสอบ) มาช่วยวิเคราะห์ปัญหาดังกล่าว ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 2 ปี ถ้าคำนวณด้วยมือ แต่นี่เพียงแค่ 3วันเท่านั้น ก็ได้ผลลัพท์ออกมา Yukawa ประทับใจ ในความรวดเร็วของคอมพิวเตอร์มาก

{mosimage} 

แต่ทว่าไม่นานนักต่อจากนั้น ก็ได้มีวัตถุขนาดมหึมาจากอเมริกา มาถึงญี่ปุ่น มันคือ ช้างยักษ์ IBM นั่นเอง

IBMครอบครองตลาดนี้อยู่ถึง 70% ของทั่วโลก มีพนักงาน ถึง 100,000 คน และทีมวิจัยพัฒนายังประกอบด้วยบุคลากร นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับรางวัล Nobel อีกด้วย

คอมพิวเตอร์ IBM ที่เพิ่งมาถึงมีความเร็ว มากกว่าของทีมIkeda ถึง 100 เท่า

{mosimage} 

ธนาคารและบริษัทประกันภัยของญี่ปุ่นได้ ติดตั้งคอมพิวเตอร์ IBM ห้องคอมพิวเตอร์ ก็ถูกเรียกว่า ห้อง IBM

ทีม Project รู้สึกว่าตัวเองเหมือนกับ ยุง เมื่อเทียบกับ ช้าง IBM

พลังใจพวกเขาจมดิ่งลง แต่ทว่า Ikeda ก็ได้ประกาศต่อหน้าลูกทีมว่า พวกเราจะต้องสร้าง คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกให้ได้

ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับ ผู้มีหัวใจไม่แพ้
There are no such words impossible for challengers

ปี 1959 (โชวะที่ 34)



Ikeda อายุได้ 36 ปี มีตำแหน่ง หัวหน้าทีมวิจัยพัฒนา Processor มีลูกน้อง 30 คน แต่ทว่า Ikeda ก็ยังคงเป็น Ikeda คือ ไม่มาทำงานที่บริษัทเช่นเดิม ลูกน้องคนหนึ่ง ชื่อ Ishii มีหน้าที่ออกแบบ วงจรภายในProcessor ประสบปัญหาในการพัฒนาความเร็วของ Processor คิดไม่ออกว่าจะแก้ไขแบบแปลนอย่างไร

4 โมงเย็นวันหนึ่ง Ishii ก็ได้รับโทรศัพท์จาก Ikeda โดย Ikeda ได้เรียกทุกคนในแผนกให้มาพบกัน ที่ร้านอาหาร Atariya (ร้านโปรดของ Ikeda) ซึ่งขายข้าวหน้าหมูชุบแป้งทอด Ikeda ได้เลี้ยงข้าวทุกคน ลูกน้องพออกพอใจกันใหญ่ เพราะพวกเขามีรายได้จากเงินเดือนเท่านั้น

ระหว่างรับประทานอาหารนั้น Ishii ได้นำแบบแปลน Processor มาปรึกษา หัวหน้า Ikeda แก้ไขแบบแปลนด้วยความละเอียดละออ

Ishii ถึงกับทึ่งด้วยความแปลกใจ การแก้ไขของ Ikeda
ได้ทำให้ ความเร็ว Processor เพิ่มอย่างมาก

Nosawa ผู้มีความเชื่อมั่นตนเอง รับผิดชอบแบบแปลน Data input ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อ Ikeda พบจุดบกพร่อง ตำหนิว่า มันควรจะทำงานได้เร็วกว่านี้ พวกนายยังพยายามน้อยไป

Ikeda สอน Nosawa ว่า จงอย่างพึงพอใจกับแบบแปลน
แต่ให้คิดทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อหาจุดบกพร่อง

นี่แหละ ถึงจะเรียกว่า งานออกแบบแปลน

เช่นเดิม Ikeda ยังคงไมไปทำงานที่ Office แต่ออกแบบแปลนอยู่ที่บ้านถึงรุ่งเช้า Ikeda เรียกให้ภรรยา Shizu อยู่ข้างๆ Shizu นำ น้ำชาร้อนๆ มาให้ตอนตีสี่

{mosimage} 

เช้าวันหนึ่ง Ikeda ได้ตื่นขึ้นมาจากที่นอนและทำเครื่องบิน สองสามวันต่อมา Ikeda ได้ชักชวน Nosawa ไปที่แม่น้ำทามะ โดยมิได้กล่าวอะไร Ikeda ได้ร่อนเครื่องบินที่เขาทำขึ้น

เครื่องบินได้ร่อนสู่ท้องฟ้าอย่างงดงาม Nosawa มองด้วยความชื่นชม Ikeda ยิ้มแย้มด้วยความสุข และกล่าวว่า

การพัฒนาใดๆ ก็ตามเริ่มต้นขึ้นใน หัวใจของท่าน
Any Kind of development starts in your heart

{mosimage} 

ต่อมาวันเหนึ่งเกิดป้ญหาขึ้นที่บริษัท บริษัทจะระงับการจ่ายเงินค่าแรงให้ Ikeda เนื่องจาก Ikeda ไม่ได้เข้ามาทำงานที่บริษัทเป็นเวลาเนิ่นนานKobayashi หัวหน้าของ Ikeda ได้ไปขอร้องทางบริษัท ได้โปรดอย่าไล่ Ikeda ออก เพราะอนาคตของบริษัทก็จะดับลงไปด้วย ได้โปรดรอมชอมไว้ด้วย

บริษัทได้พิจารณา ตกลงที่จะระงับไว้ ด้วยความอดทน นับต่อจากนั้นมาร้านอาหาร Atariya ได้กลายเป็นที่นัดประชุม Project

วันหนึ่งขณะที่ทุกคนกำลังยืนรอรถไฟกลับบ้าน ที่ชานชลา Ikeda ก็ได้หยิบแบบแปลนออกมาพิจารณาทันที Ikeda ได้กล่าวแก่ลูกน้องอยู่บ่อยๆ ว่า

เมื่อใดที่มี ความคิดดีๆ ออกมาให้รีบทำทันที

นับแต่นั้น ลูกทีมได้ถือแบบแปลนติดตัวไปด้วย ในทุกหนทุกแห่ง

ปี 1961 (โชวะที่ 36)

ในที่สุดคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ ก็เสร็จสมบูรณ์ Processor มีความเร็วกว่าตัวเก่าถึง 100เท่า ขณะนี้ทีม Project ไล่ตาม IBM ทันแล้ว

แต่ทว่า ช้างยักษ์ IBM ก็ขยับตัวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง IBM ได้ออก คอมพิวเตอร์ตัวใหม่ System 360 ซึ่งใช้ IC (integrated circuit) แทน Transitors circuit

ทีม Project ตกตลึง กับความล้ำหน้าของ System 360 คอมพิวเตอร์ IBM รุ่นก่อน จะถูกออกแบบให้ทำงานเพียงด้านเดียว เช่น การจัดเก็บฐานข้อมูล,การออกแบบผลิตภัณฑ์

System 360 ถูกออกแบบให้ทำงานได้หลายอย่าง
เพียงแค่สั่งงานผ่าน Software ต่างๆ

{mosimage} 

ผู้ซื้อถึงกับชื่นชม คอมพิวเตอร์ระบบใหม่ Gene Amdal ผู้มีมันสมองอัจฉริยะ เป็นหัวหน้ามีทีมวิจัย IBM ซึ่ง IBM ได้ใช้เงินวิจัยถึง 1.8 ล้านล้านเยน ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของงบประมาณประจำปีของญี่ปุ่น ณ เวลานั้น

{mosimage} 

ความสำเร็จ ของIBM System 360 ทำให้บริษัทคู่แข่งเช่น GE ได้ทำการถอนตัวออกไปจากธุรกิจนี้

พนักงานบริษัท Fujitsu ได้เริ่มถกกันถึงความอยู่รอดของทีม Project ต่างแสดงความเห็นว่า

ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะ ต่อสู้ในสงครามที่มีแต่แพ้
There is no point in fighting a losing battle

Ikeda ได้เข้าพบ board director ผู้ไม่เห็นด้วยกับ Project Ikeda ได้เสนอว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะก้าวไปข้างหน้า และสำทับอีกว่า เขามีแผนลับ

1971 (โชวะที่ 46)



ทีม Project ได้ย้ายไปที่ โรงงาน Kawasaki ในตอนนี้ Ikeda อายุได้ 48 ปีแล้ว เขาได้คลุกคลี และทุ่มเทให้กับคอมพิวเตอร์มาเป็นเวลา 20 ปี Ikeda ได้เปิดเผยแผนลับของเขาให้กับ Yasufugu (หัวหน้าฝ่ายเทคนิดคาวาซากิ)
แผนลับทีว่า คือ Ikeda จะใช้
LSI (Large Scale Integration) High-speed circuit

{mosimage} 

1/4 ตารางมิลลิเมตร LSI ประกอบด้วย เส้นสายวงจรไฟฟ้านับพันทีเดียว เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติ ของ LSI กับ IC แล้ว LSI มีศักยภาพที่สูงกว่า IC ถึง 10 เท่า LSI ถูกนำมาใช้ในการควมคุม จรวด APOLO โครงการอวกาศ สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม Yasufugu คิดว่าไม่น่าจะใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ เพราะเส้นสายวงจรไฟฟ้าที่อัดแน่นจำนวนมากใน LSI จะเกิดความร้อนสูง ถึง 200 องศาเซลเซียส เมื่อกระแสไฟไหลผ่านเป็นเวลานานๆ LSI จะไหม้ และ วงจรไฟฟ้าจะพัง

{mosimage} 

ต่อจากนั้น ทีม Project ได้ทราบข่าวที่สร้างความประหลาดใจให้ Gene Amdal ผู้ซึ่งพัฒนาคอมพิวเตอร์ System 360 ได้ลาออกจาก IBM มาตั้งบริษัท ของตนเอง ก็มีความคิดที่จะนำ LSI มาใช้กับคอมพิวเตอร์ด้วยเช่นกัน

Ikeda ได้เชิญ Amdal มาที่เกียวโต ผู้นำวิศวกรทั้งสอง คนหนึ่งจากญี่ปุ่นและอีกหนึ่งจากอเมริกาคุยกันถึง LSI ในขอบเขตกว้างๆ และพวกเขาได้เตรียมตัวที่จะเดินทางเที่ยวทั่วญี่ปุ่น กันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทั้งสองคุยกันถึงเรื่อง เพลงคลาสิค หนังสือต่างๆ เขาทั้งสองคนมีเรื่องให้คุยกันอยู่เสมอๆ เมื่อการเดินทางได้สิ้นสุดลง ทั้งสอง ได้ยกเหล้ามาดื่มอวยพร ให้แก่อนาคตของกันและกัน

1972 (โชวะที่ 47)

Ikeda ได้ส่งลูกน้อง 35 คนไปที่บริษัทของ Amdal เข้าร่วมวิจัยพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ LSI ซึ่งเป็นโครงการร่วมกันระหว่าง อเมริกาและญี่ปุ่น ครั้งแรก

งานวิจัยได้เผชิญอุปสรรคต่างๆ มากมายตั้งแต่เริ่ม คอมพิวเตอร์ 1 ตัว จะมี LSI จำนวนมากถึง 2000 ตัวทีเดียว สายไฟที่เชื่อมต่อ LSI ตัวหนึ่งสู่อีกตัวหนึ่ง พันกันอย่างกับเส้นบะหมี่ ส่วน ความร้อนภายใน LSI ที่จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 200 Celcius

ทางทีมออกแบบ ได้ติดแท่งระบายความร้อนเล็กๆ ไว้ กับ LSI แต่ก็ไม่สามารถลดอุณหภูมิภายในลงได้ต่ำกว่า 120 Celcius แต่นั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ LSI ทำงานได้นานกว่าเดิมมากนัก

{mosimage} 

ผ่านไปแค่สองปี ต้นทุนในการวิจัยพัฒนาร่วมกันได้พุ่งทะยาน 3 หมื่นล้านเยน ซี่งเกือบเท่ากับทุนจดทะเบียนบริษัท Fujitsu ทาง Fujitsu Board Director ได้เสนอให้ยกเลิก Project หรือมิฉะนั้น take over บริษัท Amdal

1974 มีนาคม (โชวะที่ 49)

เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้น Amdal และลูกทีม ได้มาที่ Fujitsu โดยที่มิได้บอกให้ทราบ โดยทั้งหมดจะยุติงานทันที ถ้า Fujitsu จะ takeover บริษัท Ikeda ได้พบประธานบริษัท Fujitsu กล่าวว่า Project เป็นความฝันของวิศวกรชาวญี่ปุ่นและอเมริกา ยืนยันจะทำ Project ให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้

{mosimage}

และในที่สุดทีม Project ก็ประสบความสำเร็จในการออกแบบ LSI คอมพิวเตอร์ใกล้จะทำสำเร็จแล้ว แต่ทว่า Ikeda ยังมีงานใหญ่รออยู่ข้างหน้าอีก Ikeda ต้องขายคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ให้ได้

เขาได้เดินทางไปเยี่ยมบริษัทโทรศัพท์ใน สเปน,สหรัฐ,และเยอรมัน สาธิต LSI ที่พวกเขาได้ร่วมกันสร้างขึ้นมาอย่างดีที่สุด และมีความเร็ววิเคราะห์คำนวณสูงสุดในโลก Ikeda ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของแต่ละเดือนในต่างประเทศ และต้องให้เวลากับการประชุม Project อีกด้วย ตารางเวลา ของเขาแน่นเต็มไปหมด

{mosimage} 

ทีม Project ยังคงดำเนินงานต่อไป หนึ่งเดือนต่อมา คอมพิวเตอร์ที่ใช้ LSI พร้อมแล้วที่จะออกสู่ตลาด ซึ่งมีความเร็วในการวิเคราะห์คำนวณมากกว่า ของ IBM ถึง 3 เท่า ทีม Project ได้ประสบความสำเร็จสร้างคอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกแล้ว

หกเดือนต่อมา NASA ได้ทราบข่าวก็ซื้อมาใช้เครื่องหนึ่ง เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าประจำของ IBM อย่าง NASA ได้สั่งซื้อคอมพิวเตอร์สัญชาติญี่ปุ่น คอมพิวเตอร์ที่ Ikeda และทีม Project ได้สร้างขึ้นมาในไม่ช้าก็ขายได้ทั่วโลก

Bell Institute ศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยี่ที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาก็ได้ซื้อไว้เครื่องหนึ่ง ลูกทีม Project ได้ระลึกถึงคำพูด Ikeda

ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับ ผู้มีหัวใจไม่แพ้
There is no such word as impossible for challengers

การแข่งขันอันดุเดือด ระหว่าง IBM และ Fujitsu ยังคงดำเนินต่อไป อดีตประธาน IBM Frank Carie ได้กล่าวไว้ว่า

คู่แข่งที่แท้จริงของIBM ไม่ได้อยู่ที่ สหรัฐ แต่เป็นที่ ญี่ปุ่น
IBM true rival didn't emerge in United States but Japan


Ikeda Toshio ที่รู้จักกันใน Mr.computer ได้กล่าวสุนทรพจน์ไว้ในปี 1968 แก่วิศวกรหนุ่ม ถึง ประสบการณ์ของเขาที่ท้าทาย IBM

วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มุ่งไปด้วยความเร็วที่เท่ากับ
การก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

มนุษย์ไม่สามารถดำรงอยุ่ได้อย่างมีความสุขที่แท้จริง
ถ้าไม่พัฒนาไปข้างหน้า

ผมเชื่อว่า ความหมายที่แท้จริงของชีวิต อยู่บนแนวทาง
ที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง

หรืออีกนัยหนึ่ง ทำให้ตนเองก้าวไปข้างหน้า


Computer engineer, It travels as soon as
it takes one stepfoward

Human cannot live truly happy existences
unless they keep advancing

I believe the True meaning of life lies in moving
forward continuously

or making oneself move forward

 

อยากให้พลังและความคิดที่มุ่งมั่นอย่างนี้ เกิดขึ้นกับเยาวชนไทย เพื่อการพัฒนาประเทศชาติไปสู่ผลสำเร็จ เอาความท้าทายมาเป็นโจทย์ ถ้าเราชอบเกมส์ ทำไมไม่คิดจะทำเกมส์แข่งประเทศอื่นๆ เป็นอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ส่งออก เมื่อประเทศไทยของเรามีเอกลักษณ์ศิลปไทย มีฮีโร่สัญชาติไทยมากมายที่สามารถสร้างเป็นตัวละครไปแข่งขันได้

จงท้าทายตนเอง เพื่อทะยานสู่อนาคตเถิด... อยากเห็น Ikeda สัญชาติไทย Laughing

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 31 กรกฏาคม 2008 เวลา 20:17 น.
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่

แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช


Our Sponsor 1

245x100

Our Sponsor 2

245x100_2

Our Sponsor 3

245x100

Our Sponsor 4

245x100_2

Top of Page