"...ผู้มีปัญญาและความรู้ดี เพราะมีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนมามากว่าผู้อื่น ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นพิเศษ ที่จะต้องทำตัวทำงานให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน. การที่จะกระทำให้ได้ผลประโยชน์ดังนั้น จำเป็นที่แต่ละคนจะต้องรู้ซึ้งถึงประโยชน์ที่แท้เป็นเบื้องต้นก่อน. ประโยชน์ที่แท้นั้นมีอยู่ ๒ อย่าง คือ ประโยชน์ส่วนตัว ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะแสวงหาและได้รับ แต่ต้องด้วยวิถีทางที่สุจริตและเป็นธรรม กับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอยู่. การทำงานทุกอย่างจะต้องให้ได้ประโยชน์แท้ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ประโยชน์นั้นจึงจะสมบูรณ์และมั่นคงถาวร เป็นผลดีแก่ชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง..." พระบรมราโชวาท |
| เรื่องตลกในวงการศึกษาไทย |
|
|
|
| เขียนโดย ครูมนตรี |
| วันอังคารที่ 09 กันยายน 2008 เวลา 18:18 น. |
|
เรื่องตลก ที่ฮาไม่ออก
อ้าว.. เครียดละซิ.. มาฟังเรื่องตลกกันหน่อยดีกว่า สืบเนื่องมาจากการประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 ที่ผ่านมานี่แหละ ในประกาศก็ระบุว่า จะต้องมีโรงเรียนนำร่องจำนวนเท่านั้นเท่านี้โรง แบ่งเป็นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็กก็ว่ากันไป โดยมีเกณฑ์การคัดเลือกที่ระบุ 1 2 3 โรงเรียนไหนเข้าเกณฑ์ก็จะได้รับการคัดเลือกประกาศให้เป็นโรงเรียนนำร่องใช้หลักสูตรใหม่กันไป และแน่นอน ในรายชื่อและเกณฑ์ที่กำหนดย่อมไม่มีชื่อโรงเรียนที่ผมทำงานอยู่ อันนี้เราทราบและไม่ได้สนใจอยากจะเป็นด้วยซ้ำ เพราะเราเปลี่ยนแปลงและทำไปก่อนหน้านั้นแล้ว เห็นหลักสูตรมาใหม่ก็เฉยๆ ... ตลก.. แล้วเรื่องตลกก็เกิดขึ้นในวันนี้แหละครับ มีหนังสือและโทรศัพท์ติดตามมาจากเขตพื้นที่การศึกษา ให้เราทำการสมัครเข้าเป็นโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรใหม่ มันขำตรงที่เขตพื้นที่การศึกษาก็รู้ว่าเราไม่เข้าเกณฑ์คุณสมบัติตามประกาศนั้นแน่ๆ แต่ในเรื่องความพร้อมหรือความเป็นผู้นำในการพัฒนาหลักสูตรใช้งานในสถานศึกษา เราไม่ด้อยไปกว่าใครแน่ๆ อยู่แล้ว เกณฑ์ที่เราไม่ผ่านการคัดเลือกนั้นมันตลกแน่ๆ อยู่แล้วล่ะครับท่าน เกณฑ์นี้ครับ โรงเรียนนำร่องจะต้องเป็นโรงเรียนที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการผู้นำการเปลี่ยนแปลง เราไม่ผ่านเข้าเกณฑ์นี้เพราะยังไม่ผ่านการประเมินคุณภาพ ที่ไม่ผ่านเพราะ สมส. นัดแล้วเลื่อน เลื่อนไปจนข้ามปี เลื่อนแล้วเลื่อนอีก มันเป็นความผิดของโรงเรียนหรือไง? เห็นไหมล่ะ สิงโตกับลูกแกะมาอีกแล้ว... คราวนี้ในแบบฟอร์มที่ให้เรากรอกและสมัคร ก็ต้องมาพร่ำพรรณาว่า โรงเรียนวิเศษวิโสอย่างไรจึงอยากกระสันอยากนำร่อง (ต้องใช้คำนี้จึงจะเหมาะสม) ก็คงต้องบอกว่า ถ้าเขตพื้นที่การศึกษา เขต1 ไม่รู้ว่าโรงเรียนนี้มันมีดีอะไร ก็ไม่ควรจะให้เป็นโรงเรียนนำร่องหรอกหนา เพราะเราไม่เป็นก็มีโรงเรียนน้องๆ มาขอความช่วยเหลือในการพัฒนาครู พัฒนาหลักสูตร ขอดูตัวอย่างเราอยู่แล้ว มันจึงเป็นเรื่องขำๆ ของการตั้งกฎเกณฑ์แล้วหาอาสาสมัครกระโจนลงสนามไม่ได้ หันรีหันขวางแล้วออกอาการยุ่งแน่ๆ ถ้าไม่หาโรงเรียนที่เขาพร้อมแล้วทำหน้าที่นี้ ครั้นจะให้เลยก็กลัวผิดเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เลยต้องหาทางออกใหม่ด้วยการให้สมัคร นี่แหละเขาถึงบอกว่า ฅนไม่ทำงานแล้วเที่ยววางกฎให้คนอื่น กฎที่ไม่มีทางเลือกอื่นๆ สุดท้ายมันก็มัดคอตนเอง มันต้องมีทางเลือกเสมอในสถานการณ์ต่างๆ จะไปทางรถยนตร์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน ก็ต้องไปได้เผื่อทางหนึ่งทางใดมันมีคนประท้วง จะได้หลบได้บ้าง ไม่ต้องไปนั่งรอติดแหง็กอยู่นั่น ระบบราชการไทย {mosimage} ผมรับราชการมาก็นานหลายสิบปี (ผ่านการได้รับเหรียญอดทนมาแล้ว) เมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวก้าวเข้าสู่ราชการ กับวัย สว. วันนี้ ผมว่าตัวระบบไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย เคยช้าเต่าต้วมเตี้ยมอย่างไร ก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลาย จะมีโลกไอทีก้าวหน้าเพียงไร ระบบราชการไทยก็ยังต้วมเตี้ยมกับการส่งหนังสือเวียนโต้ตอบ ผ่านตะแกรงร่อนแต่ไม่กรอง แบบว่า เพื่อโปรดทราบ เพื่อโปรดพิจารณา จนท้ายกระดาษไม่พอเขียน มันจะผ่านกี่ด้านก็ไม่มีความเห็นมากกว่านี้ สุดท้ายคนมีอำนาจอนุมัติก็จะต้องอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกจนบรรทัดสุดท้ายอยู่ดี จะเข้าใจหรือไม่? ไม่ทราบได้ แต่มีคำสั่งลงมาว่า ชอบ มอบผู้ช่วย... แล้วหนังสือนั้นก็จะถูกส่งมอบต่อไปเรื่อยๆ จนถึงคนที่มิอาจปฏิเสธได้ต้องกระทำ ทำไมแต่ละด่านที่หนังสือนั้นผ่าน ไม่เสนอความเห็นเสียบ้างว่า เรื่องนี้น่ากระทำ หรือควรปฏิเสธ สรุปไปหน่อยถ้าทำ จะทำอย่างไร เมื่อไหร่ มอบหมายใคร ด่านสุดท้ายจะได้ตัดสินใจและสั่งการ เรื่องบางเรื่องมันด่วนต้องรีบกระทำก็ควรจะแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบและเตรียมการล่วงหน้าอย่างไม่เป็นทางการ ด้วยวาจา โดยทางโทรศัพท์ อีเมล์ ให้สมกับยุคไอทีก้าวหน้าหน่อย ไม่ใช่สั่งการแล้วทำไม่ได้เพราะล่วงเลยเวลามานานนัก เดี๋ยวนี้หนังสือราชการจะมี 2 แบบ คือ ด่วนที่สุด และ ด่วนฉิบหาย
จึงได้เห็นการย่ำเท้าอยู่กับที่ในทุกๆ หน่วยงาน เหมือนการกินบุญเก่า หน่วยไหนที่เคยได้ทำอะไรดีๆ ไว้เป็นที่เชิดหน้าชูตาก็ดีไป เอาแค่ไม่เลวร้ายไปกว่าเดิมก็พออยู่ได้แล้ว เมื่อไหร่จะพัฒนาเสียทีล่ะครับ... เรื่องหลังๆ นี่ตลกไม่ออกเหมือนกันครับ เฮ้อ... ถ้าหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิกอย่างนี้แหละครับ พวกเราหางๆ ช่วยกันกระโดดหน่อยดีไหมครับ เอาให้หัวมันฟาดพื้นตายไปเสียบ้างก็ดี หางๆ จะได้ขยับไปเป็นหัวแล้วได้กระโดดพร้อมกันไปข้างหน้าทันบ้านอื่นเมืองอื่นเขา... |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 09 กันยายน 2008 เวลา 19:24 น. |