KruMontree.com

ป้ายโฆษณา

Moral Principle

"...คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้  ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ..."

พระบรมราโชวาท
๑๒ กรกฎาคม ๒๕๔๐

Home รู้จักครูมนตรี ชีวิตและครอบครัว
ชีวิตและครอบครัว PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ครูมนตรี   
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2009 เวลา 08:55 น.
My Story
PC เมื่อผมรู้จักคอมพิวเตอร์ และอยากใช้งานมัน...
ทำสารคดีท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี

ที่โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช ผมยังคงทำหน้าที่ครูโสตทัศนศึกษา เหมือนเดิม ได้พัฒนางานโสตทัศนศึกษาของโรงเรียนจนเป็นที่ประจักษ์ของเพื่อนร่วมงาน ได้สนับสนุนกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับมอบหมายจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด (ท่านดนัย เกตุสิริ) ให้ทำหน้าที่บุกเบิก/สำรวจและถ่ายทำสารคดีโทรทัศน์แหล่งท่องเที่ยว เพื่อเผยแพร่ในปีท่องเที่ยวไทย จากการบุกป่าฝ่าดงค้นหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ พบกับชาวบ้านนำทางสู่ความมหัศจรรย์ในผืนป่า การนำภาพ Unseen ของน้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกรูในโฆษณาบรั่นดียี่ห้อหนึ่ง) น้ำตกห้วยหลวง (บักเตว) ออกมาปรากฏสู่สายตาชาวโลก เมื่อปี 2531 จากการบุกป่าฝ่าดง (ระเบิด ในบางที่เพราะความไม่รู้ของทีมงาน แต่มาเสียวสันหลังเมื่อฝ่ายทหารเล่าให้ฟัง) เพื่อการค้นหาถ่ายทำด้วยเวลากว่า 6 เดือน

ในช่วงนี้เองที่โรงเรียนเริ่มนำเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งาน และผมก็ไปด้อมๆ มองๆ เพราะอยากรู้ จนคนที่เขารับผิดชอบดูแลเริ่มตาขวางกลัวผมทำของเขาพัง (ก็ไม่รู้ด้วยกันนั่นแหละ แต่คนหนึ่งอยากรู้ อีกคนต้องรักษามันไว้ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยรู้) ทำให้ผมต้องตัดสินใจซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรก PC 8080 จอสีเขียวด้วยเงิน 60,000 บาทในสมัยโน้นทั้งๆ ที่ผมก็ยังใช้ไม่เป็นด้วยซ้ำ ได้รับแผ่นดิสก์เก็ต 5.25 นิ้ว 3 แผ่น (MS DOS 3.3, WordStar, แผ่นเปล่า) และหนังสือภาษาอังกฤษ 2 เล่ม User Guide, DOS Operating เปิดเครื่องขึ้นมาทีไรมันก็ Bad command or file name อยู่นั่นแหละ ไม่รู้จะทำอะไรกับมันดี

ทำให้ผมต้องจำใจอ่าน คู่มือภาษาอังกฤษ อยู่นานนับอาทิตย์ เพราะตำราภาษาไทยสมัยนั้นมีน้อย และที่พอจะเป็นที่พึ่งได้ก็มีของอาจารย์ยืน ภู่วรรวรรณ เท่านั้น แต่คำดูถูกถากถางของเพื่อนและเมียว่า "บ้าใช้ไม่เป็นยังซื้อมาอีก แถมเป็นหนี้ออมทรัพย์ ตั้งครึ่งแสน สมน้ำหน้า" ยิ่งทำให้ผมบ้าอ่านหนักกว่าเดิม จนมีวันนี้ วันที่เพื่อนๆ ยอมรับในความสามารถของผมด้านคอมพิวเตอร์ ทั้งๆ ที่ไม่เคยเรียนในระดับมหาวิทยาลัยมาก่อน ด้วยความที่ไม่รู้ศึกษาด้วยตนเอง ทั้งจากการอ่านตำรา ลองฝึกปฏิบัติ ครูพักลักจำ ทำให้วันนี้ผมพร้อมที่จะถ่ายทอดให้คนอื่นได้รู้ด้วย ไม่เคยปิดบังเลย แล้วยังสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ให้กว้างไกลไปอีก

คณะศึกษาดูงานที่โรงเรียน

ในปี 2537 หัวหน้างานคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนลาออกจากราชการ เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่มีใครอาสามาทำหน้าที่นี้ ท่านผู้อำนวยการวินัย เสาหิน จึงได้มอบหมายให้ผมมาทำหน้าที่นี้แทนจนกระทั่งบัดนี้ มันเป็นงานที่ท้าทายสำหรับผมเพราะไม่เคยร่ำเรียนมาก่อน เพียงแต่พอใช้งานได้คล่องแคล่วในหลายๆ โปรแกรม

ก็พวกโปรแกรมสำนักงานอย่างเวิร์ดโปรเซสซิ่ง งานนำเสนอ นี่แหละ แล้วต้องมาดูแลงานด้านไอทีของโรงเรียนทั้งหมด ตั้งแต่การวางแผนปฏิบัติการ และกรอบนโยบายด้านไอที การออกแบบ และวางแผนผังระบบเครือข่ายภายใน การจัดการเรียนการสอน

แล้ววันหนึ่งโอกาสก็มาถึง ผมได้เข้ารับการอบรมเป็นวิทยากรแกนนำวิชาคอมพิวเตอร์ ของ สสวท. ทำให้ได้แนวความคิดที่หลากหลายในการทำงานจากเพื่อนๆ วิทยากร และอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์

การทำงานทางวิชาการร่วมกับ สสวท.
ให้คำปรึกษากับน้องๆ และเพื่อนฝูง

และหนึ่งในจำนวนนั้นมีอาจารย์ที่ผมเป็นลูกศิษย์จากการอ่านตำราของท่าน คือ อาจารย์ยืน ภู่วรวรรณ รวมอยู่ด้วย

จากประสบการณ์ในการทำงานด้วยการลงมือปฏิบัติจริงจัง ผมจึงมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนางานด้านนี้อยู่มาก จึงได้รับเชิญจากทางสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ให้เข้าร่วมในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ ช่วงชั้นที่ 1-4 การพัฒนาหนังสือแบบเรียน คู่มือครู และเอกสารประกอบการอบรมครูผู้สอน รวมทั้งเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับด้านการพัฒนาการเรียนการสอนอยู่เนืองๆ

ก่อนที่จะมาเป็นฅนทำเว็บอย่างทุกวันนี้ ผมก็เหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ คือใช้งานเป็น ดูงานคนอื่นที่เขาทำได้ แต่ทำเว็บเองไม่เป็นหรอก สาเหตุที่ต้องเรียนรู้และกลายมาเป็นอาชีพเสริมหนึ่งของผมในตอนนี้ ก็เพราะว่า ทางมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมีโครงการช่วยเหลือทางวิชาการแก่โรงเรียนในท้องถิ่น ผู้อำนวยการศูนย์คอมพิวเตอร์ก็ได้ชักชวนให้ผมทำเว็บไซต์ของโรงเรียน ไปฝากไว้ที่เครื่องแม่ข่ายของมหาวิทยาลัย ด้วยความที่ไม่กล้าบอกว่าทำไม่เป็น (จะเสียเหลี่ยม) เลยตอบไปว่า "ได้เลยครับ" แล้วผมก็ลืมไปเสียสนิท

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้รับโทรศัพท์แจ้งว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะเสด็จมาพระราชทานปริญญาบัตร ณ มหาวิทยาลัยอุบลฯ ในอีก 15 วันข้างหน้า จึงเร่งให้ผมนำเว็บไซต์ที่รับปากไว้ไปวางในเซอร์ฟเวอร์ล่วงหน้าก่อน 7 วัน คราวนี้ก็โดนไฟลนก้นซิครับ แต่ที่หนักที่สุดทำก็ยังไม่เป็นเลยนะซิ ผมต้องเรียนรู้และทำให้ได้ภายใน 7 วันโดยไม่รู้ว่าจะถามใคร (พ.ศ. 2539) ผมตระเวนร้านขายหนังสือในอุบลฯ ทุกร้านหมดเงินไปพันกว่าบาทได้หนังสือที่หน้าปกเขียนว่า เขียนเว็บเป็นภายใน 7 วัน หรือเขียนเว็บเป็นเร็ว แต่สุดท้ายอ่านจนจบก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี? ผ่านไปสามวันผมผ่านไปร้านหนังสือดอกหญ้า เจอหนังสือชื่อ

สองผู้ยิ่งใหญ่ (พุง) จากเว็บ OBEC
Design Web Graphics with HTML เป็นตำราภาษาไทยครับ อ่านเข้าใจง่ายมี tag ตัวอย่างพร้อมภาพประกอบในซีดี ผู้เขียน เยาวภา - วิทยา สงวนวรรณ ได้ช่วยกู้หน้าให้ผมได้ภายใน 4 วันจริงๆ กับเว็บไซต์พร้อมภาพประกอบจำนวน 8 หน้า

เป็นเว็บไซต์ที่ผมย้อนกลับไปดูทีไรแล้วน้ำตาแทบร่วง เพราะมันอืดอาดช้ามาก แต่งภาพก็ไม่เป็นมีเท่าไหร่ใส่เข้าไปหมด โหลดนานสุดชีวิต และแสบตาพร่าพรายกับบรรดาภาพ Gif Animation แต่เมื่อเริ่มต้นนับหนึ่งได้ ก้าวที่สองที่สามก็ตามมา จากการเขียนด้วยเครื่องมือมาตรฐานโน้ตแพ็ดธรรมดา มาใช้เครื่องมืออื่นๆ มากขึ้น โชคดีที่ผมมีพื้นฐานศิลปะอยู่บ้าง จากการเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์อารี สุทธิพันธ์ ทำให้การออกแบบตกแต่งเว็บไซต์ง่ายดายขึ้น

ระดมสมองร่วมกับทีมงาน สสวท.

จากวันนั้นถึงวันนี้ก็นับสิบปีเหมือนกัน ในการพากเพียรเรียนรู้และศึกษาคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง จากไม่รู้ มาเป็นพอรู้งูงูปลาปลา แล้วค่อยสะสมประสบการณ์ ผ่านการอบรมหลายครั้ง แต่ที่สำคัญที่สุดคือความกล้าที่จะลองทำ ลองศึกษาปัญหาและหาทางแก้ไข จนถึงวันนี้ หลายคนบอกว่า "ผมเป็นเซียนคอมพิวเตอร์" แต่จริงๆ ผมมันก็แค่เซียนหมัดเมาต่อยสะเปะสะปะ แล้วทะลึ่งโดนปลายคางน็อกคู่ต่อสู้ได้เท่านั้นเอง ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอก

สิ่งที่ผมได้มาจากการเคี่ยวกรำของคุณครูตั้งแต่ระดับประถม มัธยมจนถึงอุดมศึกษาคือการรักการอ่าน ผมอ่านได้ทุกเรื่องทุกแนว จริงจังและอ่านได้ทุกที่ ส่งผลให้โลกของผมกว้างไกลออกไปโลกของผมไม่มีความโค้ง แต่แบนแผ่ราบออกไปที่ท้าทายให้ผมได้เสาะแสวงหาความรู้

ยิ่งเมื่อผมมาอยู่ในโลกไซเบอร์ยิ่งทำให้การค้นหาความรู้ของผมง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ เพราะในโลกใบใหม่มีเรื่องท้าทายมากกว่าเดิม ในขณะที่ผมก็สามารถสร้างฐานข้อมูลความรู้เผยแพร่ได้ง่ายดาย ด้วยการลงทุนที่ต่ำกว่า มีความเป็นส่วนตัวและอิสระในการทำงานมากขึ้น

บทส่งท้าย... เรื่องราวของผมยังมีอีกมากทั้งทุกข์และสุข หลายๆ เรื่องก็ได้เล่าสู่กันฟังในเว็บไซต์นี่แล้ว และอีกหลายเรื่องราวคงต้องไปติดตามกันได้จากอีก 2 เว็บไซต์ของผมซึ่งมีอายุยาวนานมาจนครบ 10 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สองอย่างมั่นคง เชิญชมเลยนะครับที่...

  • IsanGate.com : เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับภาษา ศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของฅนอีสาน
  • Easyhome in Thailand : สาระน่ารู้หลากหลายเกี่ยวกับเทคนิคการใช้งานคอมพิวเตอร์

 

ความภาคภูมิใจของผู้เป็นพ่อแม่คงจะไม่มีอะไรเกินกว่าการที่ลูกเป็นคนดีและประสบผลสำเร็จในชีวิตการศึกษา การงาน และดำรงตนอยู่ในสังคมอย่างเป็นสุข ลูกผมทั้งสองคนไม่ได้ทำให้ผมผิดหวัง การตั้งใจศึกษาเล่าเรียนของเขา ทำใหครอบครัวของเราเป็นสุขมาก

เบื้องหลังและกำลังใจ | ความสำเร็จของลูกสาว | ความมุ่งมั่นของลูกชาย | ลาแล้วถ้ำสิงห์

แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 14 กรกฏาคม 2010 เวลา 14:50 น.
 

Top of Page