 |
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๐ : ขอให้ทุกท่านได้พบแต่ความสุข ไร้ทุกข์ภัยทั้งปวง ตลอดไป...!!!
คงจะไม่สายเกินไปนะครับ สำหรับการทักทายสวัสดีปีใหม่ในวันนี้ ช่วงหยุดยาวปีใหม่ผมแทบจะไม่ได้เฝ้าหน้าจอเลย รวมญาติๆ กันปีละครั้งทำตัวสบายๆ คลายเครียด ช่วงนี้ก็ทำงานตามปกติเปิดดูอีเมล์จากเพื่อนๆ ที่ส่งความปรารถนาดีมา พร้อมคำถามหลายเรื่องราว หลายท่านก็ส่ง SMS ให้ทางมือถือ และโทรศัพท์คุยกันบ้าง ทำให้มีเรื่องมาบ่นให้ฟังอีกแล้วครับท่าน ใครที่ถูก |
ผมสมมุติเป็นตัวอย่างก็อย่าโกรธกันนะ ถ้าไม่พูดความจริงกันบ้าง มันก็จะเป็นอยู่อย่างนี้อีกนานเชียวล่ะ
ถึงเวลาครูไทยต้องใส่ใจภาษาอังกฤษกันได้แล้วหรือยัง?
 |
เท่าที่ได้พบประสบปัญหาจากเพื่อนพ้อง น้องพี่ ในเรื่องการใช้งานคอมพิวเตอร์ คือการไม่ใส่ใจในสิ่งที่ปรากฏในหน้าจอ จะว่าอ่านไม่ออกก็ไม่เชิง เพราะคนที่ถามผ่านทางโทรศัพท์ที่รู้จักก็สอนวิชาภาษาอังกฤษ ก็ยังเกิดปัญหาได้เหมือนกัน ตกอกตกใจ ทำอะไรไม่ถูก กลัวยิ่งกว่าเจอโจรปล้นก็มี วันนี้ก็เลยจะต้องบ่นในเรื่องนี้สู่กันฟัง เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาเบื้องต้น เราต้องเป็นผู้ใช้งาน(User)ที่ดีไม่ใช่ผู้ใช้งานที่งงงิ่งเสียจนเซ่อ! |
ถ้าอยากมีความสุขในการใช้งานคอมพิวเตอร์ ได้เรียนรู้มากขึ้น ลองปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้ดูซิครับ อาจจะช่วยให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ง่ายดายขึ้นกว่าที่คิด และอาจกลายเป็นเซียนคอมพิวเตอร์ได้ในอนาคตก็ได้นะ... ขอบอก
คำแนะนำพื้นฐานในการใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างเป็นสุข
- ถ้าคุณเป็นผู้ใช้งานหัดใหม่ (เริ่มต้น) ให้ใช้งานระบบปฏิบัติการที่เป็นภาษาอังกฤษ ซอฟแวร์ทำงานมีเมนูเป็นภาษาอังกฤษ จะทำให้คุณเกิดความเคยชิน และทำความเข้าใจภาษาอังกฤษเพิ่มมากขึ้น เพราะซอฟท์แวร์ส่วนใหญ่ยกเว้นในกลุ่มโปรแกรมสำนักงานอย่าง MS Office ล้วนแต่มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษทั้งนั้น และมาตรฐานในการสร้างซอฟท์แวร์ทั่วๆ ไปก็จะใช้เมนูในรูปแบบเดียวกัน เหมือนๆ กัน ถ้าคุณใช้โปรแกรมหนึ่งคล่องแคล่วก็จะส่งผลต่อโปรแกรมอื่นๆ ได้
- ในขณะใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ ถ้ามีกรอบข้อความเตือน หรือการแจ้งเตือนในหน้าจอขึ้นมา ให้อ่านและทำความเข้าใจก่อนที่จะเคาะคีย์บอร์ดหรือคลิกเมาส์ ให้คัดลอกข้อความนั้นๆ ไว้เพื่อสอบถามผู้รู้ถ้าไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง แต่น่าจะลองเปิดดิกชันนารีแปลข้อความดูบ้างนะ คุณอาจแก้ได้เองแล้วเก่งจนเป็นเซียน
- เรียนรู้ในการใช้งานคีย์บอร์ดแบบลัด (Short cut) ไว้บ้าง ในกรณีเมาส์เสียจะสามารถปิดเปิดโปรแกรม หรือสั่งงานเครื่องได้ เช่น กดปุ่ม Ctrl + Esc จะให้ผลเหมือนกับกดปุ่มรูปวินโดว์ หรือใช้เมาส์คลิกที่ปุ่ม Start คุณสามารถใช้คีย์ลูกศรเลื่อนขึ้นไปยังตำแหน่งต่างๆ เพื่อเปิดหรือปิดโปรแกรมได้
- ในโปรแกรมใช้งานอื่นๆ ก็เช่นเดียวกันมักจะมีชอร์ทคัทให้ใช้งาน เช่น Ctrl + O เปิดไฟล์งานเก่า Ctrl + N สร้างงานใหม่ Ctrl + S บันทึกจัดเก็บงาน Ctrl + P สั่งพิมพ์ชิ้นงานนั้นออกทางเครื่องพิมพ์ ลองคลิกดูเมนูอื่นๆ ดูซิครับจะมีชอร์ทคัทให้ใช้งานเยอะเลย ถ้าคำสั่งใดมีกรอบหน้าต่างขึ้นมาให้ตั้งค่า ก็ยังสามารถใช้ปุ่ม Tab ร่วมกับคีย์ลูกศรเพื่อเลือกค่าต่างๆ เพิ่มเติมได้ ก่อนจะคลิกที่ปุ่ม Enter เพื่อยืนยันการทำงาน
- ก่อนการนำไฟล์จากที่อื่นๆ มาใช้งานควรตรวจสอบด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัสที่คุณมีอย่างสม่ำเสมอ และโปรแกรมป้องกันไวรัสควรจะมีการอัพเดทให้ทันสมัยอยู่เสมอ เปรียบเหมือนมีดที่ต้องหมั่นลับคมเพื่อต่อกรกับไวรัสตัวใหม่ๆ ได้ ชอบใจของค่ายไหนก็เลือกใช้ได้ตามใจนะครับ
- หมั่นสำรองไฟล์งานสำคัญๆ ไว้ในสื่ออื่นๆ ภายนอกเครื่องเช่น USB Drive หรือเขียนใส่ซีดีเพราะราคาถูกลงมากทั้งเครื่องเขียนและแผ่นซีดี การเก็บรักษาแผ่นซีดีควรบรรจุในกล่องพลาสติกและวางในแนวตั้งอย่าวางซ้อนกันสูงๆ เพราะวัสดุฉาบผิวอาจหลุดร่อนทำให้อ่านไฟล์ไม่ได้ในภายหลัง
|
นี่เป็นเพียงเคล็ดไม่ลับบางส่วนในการใช้งานคอมพิวเตอร์ (จะเพิ่มเติมไว้ให้ที่หัวข้อ เรียนรู้ใช้งานคอมพิวเตอร์) เคล็ดลับจริงๆ คือ ไม่กลัวการใช้งานคอมพิวเตอร์ การหมั่นฝึกฝนใช้งาน อ่านภาษาอังกฤษจากเมนูและกรอบหน้าต่างแจ้งเตือนต่างๆ ได้ เพราะโลกแห่งการสื่อสารสมัยใหม่จำเป็นต้องพึ่งพาความรู้ด้านภาษาต่างประเทศ ยิ่งคุณมีความรู้ความสามารถในหลายๆ ภาษาก็ยิ่งจะได้เปรียบมากกว่าผู้อื่นในการเรียนรู้ บนเว็บไซต์ที่เป็นคลังความรู้มหาศาล เป็นห้องสมุดของโลก ข้อมูลความรู้ที่เป็นภาษาอังกฤษก็จะมีมากกว่าภาษาอื่นๆ ด้วย
|
 |
มีเพื่อนคนหนึ่งโทรศัพท์มาถามหลังจากที่ได้รับคำแนะนำจากผมว่า ถ้าไม่ได้หอบหิ้วเครื่องไปไหนมาไหนบ่อยๆ ก็ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะดีกว่า เพราะจะได้คุณสมบัติเครื่องสูงกว่า จอใหญ่กว่า ในราคาย่อมเยา เพื่อนก็เลยถอยออกมา 1 ชุดพร้อมพริ้นเตอร์และลำโพงชุดใหญ่ (นัยว่า จะเอามาร้องคาราเกะกะในวันปีใหม่นี่แหละ) หลังจากหอบมาถึงบ้านกติดตั้งเปิดใช้งานตามที่ทางร้านแนะนำมา แต่...
"เฮ้ย! เปิดเครื่องแล้วมันบอกให้ ซี - ตุ๊บ ข้าต้องทำยังไงต่อไปหว่า"
ด้วยความงุนงง (ไม่เข้าใจ) "อะไรว่ะ... ซี - ตุ๊บ ไม่เคยได้ยิน"
"ก็... ไม่รู้ ถ้า....รู้แล้วจะถาม.... ทำไม? มันกระพริบอยู่กลางจอนี่"
งุนงง (ยกกำลังสอง) "เออๆ ไหนลองสะกดมาทีละตัวซิไอ้ ซี - ตุ๊บ ที่ว่านี่มันเขียนยังไง?"
"เออ... มันเขียนยังงี้ ตัว S E T U P ไม่มีบอกอะไรอีกเลย"
อยากด่าสวนไปว่า ไอ้โง่เอ้ย (กลัวเพื่อนเสียใจ) "ไม่มีอะไรหรอก เอ็งก็กดปุ่ม Enter ไปเรื่อยๆ จนมันหายไปจากจอ เป็นอันเรียบร้อย คราวหน้าไม่ถามอีก"
ท่านพอจะคาดเดาได้ไหมว่า เกิดจากอะไร? เฉลย ร้านขายเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ เขาจะทดลองเฉพาะตัวเครื่องกับเมาส์และคีย์บอร์ด ลำโพง เครื่องพิมพ์ให้ดูที่ร้าน ส่วนจอมักจะไม่แกะกล่องมาลองให้ดู เพราะคิดว่าจอใหม่ไม่มีปัญหาอะไร พอเพื่อนผมยกเครื่องกลับมาที่บ้านต่ออุปกรณ์ต่างๆ ครบแล้วเปิดเครื่องขึ้นมา คอมพิวเตอร์รับรู้ว่ามีฮาร์ดแวร์ใหม่มาต่อพ่วง (คือจอภาพ) ก็เลยถามหาไดรเวอร์ (ซึ่งมีอยู่แล้วในระบบวินโดว์) ก็เพียงแต่เคาะปุ่ม Enter ไปเพื่อยืนยันให้ระบบหาให้เองก็เรียบร้อย แต่เพื่อนผมมันอ่าน เซ็ทอัพ เป็น ซี - ตุ๊บ ผ่านทางโทรศัพท์ก็เลยทำให้มีเรื่องตลกร้ายมาเล่าสู่กันฟังนี่แหละครับ
คงจะเห็นแล้วใช่ไหมครับว่า การใช้คอมพิวเตอร์ในโหมดภาษาอังกฤษนั้นจะช่วยในการเรียนรู้ได้มากมายเพียงไร ในการสอนในโรงเรียนก็เช่นเดียวกัน ควรจะสอนให้เด็กๆ ได้คุ้นเคยกับเมนูภาษาอังกฤษ อย่าไปกลัวว่าเขาจะใช้งานไม่ถูกต้อง ดูตัวอย่างในเรื่องเกมดูซิ ไม่เห็นต้องอ่านออกยังเล่นกันได้ระเบิดเถิดเทิง เด็กเหมือนผ้าขาวเราต้องให้ความรู้พื้นฐานภาษาเขาไปได้เลย ยิงปืนนัดเดียวได้ตั้งหลายต่อ (กลัวแต่ครูนั่นแหละจะอ่านไม่ออกแล้วไปปล่อยไก่จนได้ อย่างครูในโรงเรียนผมที่มาช่วยสอนคอมพิวเตอร์ก็มีการติวเข้มก่อนการสอน แนะนำการสมัครและใช้งานอีเมล์ไป พอเข้าสอนนักเรียนชั้น ม. 1 คุณครูก็พูดเสียงดังฟังชัดเลยเชียวในการสอนนักเรียนสมัครอีเมล์ว่า "ให้นักเรียนคลิกที่คำว่า ซิงค์ - อัพ - นาว" นักเรียนก็ตอบสวนทันควันว่า "คุณครูครับ... มีแต่คำว่า ไซน์ - อัพ - นาว นี่ครับ" ในหน้าต่างเว็บ Hotmail.com, Yahoo.com เขามีแต่คำว่า Signup now นี่ก็แบบขำๆ เหมือนกัน)
ขอแจ้งข่าวถึงเพื่อนครูผู้สอนในกลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี สาระที่ 4 เทคโนโลยีสารสนเทศ จากการที่ผมไปร่วมทำงานบรรณาธิการเอกสารฝึกอบรมกับทาง สสวท. ได้ดำเนินการสร้างหลักสูตรฝึกอบรมครูผู้สอนให้มีความรู้ ความสามารถและมีมาตรฐานเดียวกัน ทั้งในระดับชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษา และจะจัดส่งหลักสูตรนี้ให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงาน ก.ค.ศ. รับรอง เพื่อใช้ในการพัฒนาวิชาชีพครู ซึ่งได้นำโครงสร้างหลักสูตร (ฉบับร่าง) มาเสนอแล้ว ลักษณะของการจัดอบรมจะเป็นการกำหนดศูนย์อบรมมาตรฐานที่ สสวท. รับรอง ครูที่สนใจสามารถเข้ารับการอบรมได้ตามวันเวลาที่กำหนด เก็บสะสมเนื้อหาให้ครบภายในระยะเวลา 3 ปี ก็สามารถขอรับใบรับรองวุฒิบัตรจาก สสวท. เพื่อเป็นครูผู้สอนในสาระนี้ได้ ไม่ว่าพื้นฐานเดิมของท่านจะจบวิชาเอกอะไรมาก็ได้ ลองคลิกไปอ่านดู เมื่อตัวหลักสูตรนี้ผ่านการรับรองแล้วจะนำรายละเอียดมาเสนอต่อไป
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๐ มีความสุขกันตลอดปีนะครับ บันทึกไว้เมื่อ : 5 มกราคม 2550
กลับไปอ่านเรื่องบ่นอื่นๆ
|