มีเพื่อนคนหนึ่งถามผมว่า "ทำไมผมไม่เขียนคำขอเพื่อเข้าประกวดเป็นครูดีเด่น หรือทำผลงานอาจารย์ 3 เหมือนคนอื่นเขา ไม่อยากได้หรือ?" และคำถามนี้ผมก็จะได้รับการถามไถ่เสมอจากหลายๆ ท่านที่ได้พบในวาระโอกาสต่างๆ ผมเลยตอบเพื่อนคนนี้ไปว่า เพราะผมไม่ใช่เป็ดและเป็นเป็ดไม่ได้ด้วย ความหมายของผมคือ แบบฟอร์มบรรดามีทั้งหลายที่จะให้ผมเขียนถึงตนเองเพื่อให้ได้เป็น ครูดี นั้นมันมีลักษณะของเป็ด กล่าวคือ คุณว่ายน้ำได้แต่ไม่เก่งอย่างปลา บินได้บ้างแต่ไม่เก่งอย่างนก เดิน-วิ่งได้แต่ก็เถลไถลคล้ายดั่งแม่ปู แม้ว่าตัวผมนั้นไม่ยิ่งใหญ่เป็นเจ้าป่าอย่างราชสีห์แต่ก็วิ่งเร็วดั่งชีต้า
ระหว่างที่เขียน (พิมพ์) บทความนี้ผมกำลังดูรายการคน คม คิด ตอน ครูในฝันของสังคมไทย ควรเป็นอย่างไร? ก็ลองคลิกไปดูรายการย้อนหลังได้นะครับ ความคิดของคุณดำรง พุฒตาล (แขกร่วมรายการ) มีความเห็นสอดคล้องกับผมทีเดียวในแง่ที่ว่า ครูในอดีตนั้นเป็นคนเก่ง คนดี ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบในอุดมคติ เพราะคนที่เก่งที่สุดในจังหวัดในสมัยก่อนจะถูกคัดเลือกส่งไปเรียนครู แต่ในปัจจุบันคนที่เรียนจบสายครูส่วนใหญ่ไม่ได้มีความประสงค์จะเลือกเรียนเลย แต่เพราะสอบคัดเลือกเข้าสถาบันอุดมศึกษาตามคณะที่ต้องการไม่ได้ เมื่อมาประกอบอาชีพครูเราจึงได้พบกับครูใจยักษ์ ครูนักเลง ครูนักเที่ยว และสารพัดครูที่ปรากฏในข่าวลบในหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ทุกวันนี้ เราจะทำอย่างไรให้วันที่ 16 มกราคม ของทุกปีคือ วันครู ให้คนไทยทุกคนรับรู้ร่วมกัน ไม่ใช่แค่ วันหวยออก เท่านั้นเอง บทบาทที่เราควรจะต้องทบทวนในวันนี้ ก็คงจะเป็นเรื่องภาพลักษณ์ ความน่าเชื่อถือ และการพัฒนาวิชาชีพให้เป็นที่ต้องการของสังคม เป็นอาชีพลำดับที่ 1 เพราะครูคือผู้สั่งสอนความรู้ แนวคิดให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อให้สนใจเรียนรู้และประกอบอาชีพอื่นๆ สถาบันของครูจะต้องเป็นที่ที่ควรเคารพ ยกย่อง เชิดชู เชื่อถือได้ การได้มาซึ่งผู้เข้าไปดำเนินการและเกี่ยวข้องกับสถาบันนี้จะต้องโปร่งใส มีความสามารถและจิตวิญญาณของครูอย่างแท้จริง มิใช่ได้มาเพราะการซื้อสิทธิ ซื้อเสียง เฉกเช่นนักการเมืองเลว ที่ทำให้บ้านเมืองปั่นป่วนเช่นทุกวันนี้ ลองพิจารณาดูนะครับ
การโฆษณาล่อใจอย่างการโทรฟรีทั้งวัน หรือทั้งคืน ล้วนแต่สร้างเงื่อนไขในทางลบให้กับสังคม ทำให้วัยรุ่นเยาวชนตกเป็นทาสของสื่อโฆษณา เราจึงได้เห็นการติดโฆษณาคุยในเรื่องไร้สาระได้อยู่ทั้งวัน วันหนึ่งผมเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากสถานีหมอชิตเพื่อไปยังสถานีเอกมัย มีวัยรุ่นอยู่คนหนึ่งพูดคุยน่าจะกับคนเพียงคนเดียวอย่างเมามัน และได้ยินเสียงตอบรับไปตลอดเวลาว่าตอนนี้ถึงไหนแล้ว (ก็สงสัยอยู่ว่า จะถามไปทำไม? รถไฟฟ้ามันก็ไปตามทางของมันเช่นนั้นมาหลายปี หรือเป็นเพียงเพื่อหาคำพูดทดแทนช่องว่างที่ยังนึกไม่ออก เพื่อให้มันเต็มเวลาที่ได้รับสิทธิในการโทรฟรีแบบบ้าเลือด) ผลกระทบจากสิ่งเหล่านี้มันสะท้อนไปยังวงกว้างของประเทศ การจราจรในด้านการสื่อสารติดขัดโทรไม่ติดเพราะสายไม่ว่าง ติดนิสัยในการใช้โทรศัพท์นาน ซึ่งผลกระทบลูกโซ่จะเกิดไปมากกว่านี้ เมื่อไม่มีโปรโมชั่นโทรฟรีก็จะพูดนานนั่นหมายถึงเงินที่ต้องจ่ายมากขึ้น (สังเกตได้ตอนที่ลูกกลับบ้าน แล้วมาใช้โทรศัพท์บ้านมาราธอนข้ามคืน แบบมุดผ้าห่มนอนคุยเลยเชียว) นี่ยังไม่รวมการถ่ายคลิปวีดิโอ มันกลายเป็นแฟชั่นและเด็กสมัยนี้กล้ามากขึ้นจริงๆ กล้าในทางที่ไม่สร้างสรรค์สังคมและทำลายตนเอง เราจึงได้ยินข่าวเรื่องคลิปฉาวต่างๆ มากมาย จากวัยรุ่น เลยไปยังวัยหนุ่มสาว ผ่านเฒ่าหัวงู อีกทั้งพระครูกับสีกา และเมื่อวันครูที่ผ่านมายังมีคลิป ผอ. กับครูสาวให้ได้ปลงกันอีก ไม่เฉพาะแต่บ้านเราแม้แต่ในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาก็มีปรากฏให้เห็น ถึงขั้นที่สำนักข่าว CNN นำมาเป็นหัวข้อวิเคราะห์ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ก้าวเข้าสู่ปีใหม่มาหลายเพลาแล้ว มีเรื่องที่เราจะต้องร่วมกันแก้ปัญหาอีกมากมาย เพื่อให้ประเทศของเรามั่นคงอยู่รอดปลอดภัย คงจะไม่ใช่หน้าที่ของผู้ใดผู้หนึ่งที่จะช่วยกันทำให้สำเร็จ ผมขอเชิญชวนเพื่อน พี่น้อง แฟนๆ ของเว็บไซต์นี้ทุกท่าน ได้ร่วมมือกันกระทำความดีในหน้าที่แห่งตนให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อร่วมในการเฉลิมฉลอง พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 ที่จะถึงนี้ ขอให้ความดี ความเจริญ และความสุข จงสถิตแด่ท่านทุกคนเทอญ
บันทึกไว้เมื่อ : 18 มกราคม 2550 |