foto1
ความงดงามการศึกษาไทย
foto1
เพื่อ?
foto1
ไม่เข้าใจ?
foto1
วิทยากรที่กระทรวงศึกษาธิการ สปป.ลาว
foto1
ท่องทะเลทรายที่ดูไบ UAE


blood donate 2

adv 300x250

Friendly Links

เรียนรู้ภาษา html
isangate banner
easyhome banner
ipst banner
sakdibhornssup foundation
13 Thai free fonts
speedtest
e mil

Facebook Likebox

No. of Page View

webmaster talk

2547 เตรียมรับความเปลี่ยนแปลง

king card2004

ส.ค.ส. พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แก่คนไทยทั้งมวล

วันนี้ ผมและทีมงานก็ขออัญเชิญ ส.ค.ส. 2547 พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานแด่คนไทยทั้งมวลได้มีสติ คิดรอบคอบ สามัคคีรวมพลังไทยเป็นหนึ่ง เพื่อความสงบร่มเย็น แม้รอบบ้านเราจะมีระเบิดอยู่ทุกหัวระแหง แต่เราก็เป็นสุขด้วยพระบารมีของพระองค์ท่าน

ก็ขอให้เพื่อนครูทุกท่าน และนักเรียนทุกคนได้มีสมองปลอดโปร่ง โล่งใจ คิดสิ่งใด กระทำสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา มีความสุขกันถ้วนหน้าตลอดปีใหม่และตลอดไปครับ

วันนี้เปิดไปพบประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง แนวนโยบายในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 แล้วก็หวนนึกถึงสิ่งที่พวกเราตั้งใจทำไปตลอด 2 ปีที่ผ่านมา (จากกลุ่มนำร่องถึงการประกาศใช้ทั่วประเทศในปีการศึกษานี้) ดูเหมือนมันจะผิดทิศผิดทางไปพอสมควรครับ นับตั้งแต่การรวมกลุ่มสาระการเรียนรู้โน่นแหละที่พลาดมาแล้ว แม้พวกผมจะพูดอย่างไรก็ไม่ฟังเสียง แล้วคราวนี้เป็นไง?

ขอท้าวความสักนิดครับ การแบ่งสาระการเรียนรู้ครั้งแรกสุด "กลุ่มวิชาคอมพิวเตอร์" จะไปรวมกับวิทยาศาสตร์เป็น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ถูกตัดออกเพราะมีนักวิชาการ(มากๆ) ท่านบอกว่า เฉพาะสาระวิทยาศาสตร์ก็มากพอแล้วให้ตัดออก และถูกลืมว่ามีอยู่ในสาระการเรียนรู้ไปเลย ทาง สสวท. และกระทรวงวิทยาศาสตร์เห็นว่า ถ้าตัดออกไปเลยเราจะพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศได้อย่างไรเล่า? ก็เลยถูกเรียกกลับคืนมาอีกแต่เอาไปห้อยต่องแต่งกับ "กลุ่มการงานอาชีพ" ซึ่งไม่รู้ว่ามันสัมพันธ์กันอย่างไร? คงคิดว่ามันก็แค่พิมพ์ดีดไฟฟ้า แต่เอาล่ะ ยังดีที่ได้กลับมา เฮ้อ.... แล้ววันนี้เป็นอย่างไร?

จากประกาศฉบับดังกล่าวนี่เองที่ทำให้เห็นว่า "คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ" ไม่ใช่กาฝากที่จะเอาไปแขวนที่ไหนก็ได้เสียแล้ว เพราะเป็นหัวใจของการแข่งขันและพัฒนาทั้งทางด้านการศึกษา การสาธารณสุข การค้าพานิชย์และการลงทุน แข่งกับนานาอารยะประเทศ มาดูกันเลยดีกว่า

  • จุดเน้นการเรียนรู้

          กลุ่มที่ 1 ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นพื้นฐานทางวิชาการ และจำเป็นต่อการเรียนรู้ ต้องจัดสอนในแนวลึกและเข้มข้น
          กลุ่มที่ 2 ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม และสุขศึกษา ซึ่งเป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกันในสังคม
          กลุ่มที่ 3 กีฬา ดนตรี ศิลปะ การงานอาชีพ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสุขภาพ บุคลิกภาพ และความถนั

  • การจัดเวลาเรียน

          ช่วงชั้นที่ 1 และช่วงชั้นที่ 2 (ป. 1 - ป. 6) วันละประมาณ 5 ชั่วโมง โดยให้จัดให้เรียน กลุ่มที่ 1 จำนวน 3 ชั่วโมง กลุ่มที่ 2 จำนวน 1 ชั่วโมง และกลุ่มที่ 3 ในชั่วโมงสุดท้ายของวันตามลำดับ
          ช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4 (ม. 1 - ม. 6) วันละประมาณ 6 ชั่วโมง โดยให้จัดให้เรียนกลุ่มที่ 1 จำนวน 4 ชั่วโมง กลุ่มที่ 2 จำนวน 1 ชั่วโมง และกลุ่มที่ 3 ในชั่วโมงสุดท้ายของวันตามลำดับ

ทั้งนี้ในแต่ละสัปดาห์ให้สถานศึกษาออกแบบตารางเรียนให้ครอบคลุมรายละเอียดของทั้ง 3 กลุ่ม

  • การประเมินผล ในกลุ่มที่ 3 ใช้เกณฑ์การประเมิน ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน โดยพิจารณาจากเวลาเข้าร่วมกิจกรรมของผู้เรียน ในกรณีที่ผู้เรียนประสงค์จะลงทะเบียนเรียนตามกลุ่มสาระ ให้มีการตัดสินระดับผลการเรียน
  • กระทรวงศึกษาธิการ ต้องการให้ ครูทุกคนเอาใจใส่ ดูแล และสอนให้ความรู้แก่นักเรียนอย่างเต็มที่ในเวลาเรียนปกติ และไม่ต้องมีการสอนพิเศษในสถานศึกษา

ติดตามกันต่อไปว่า เราจะเอายังไงกันแน่? ก็คงจะเริ่มในปีการศึกษาหน้าเป็นหลักสูตรใหม่ที่ใหม่กว่า ในขณะที่ตัวเก่าก็ยังหาความลงตัวไม่ได้ สับสนอลหม่านทั้งผู้สอนและผู้เรียน (โดยเฉพาะนายทะเบียนที่ทำหน้าที่ออกหนังสือรับรองวุฒิหนักใจที่สุด) เอ... แต่ผมสังเกตุเห็นว่า ไม่สอนพิเศษในสถานศึกษา สอนพิเศษข้างนอกได้อ๊ะเปล่า? ครูอดิศัย...

ครูมนตรี โคตรคันทา
บันทึกไว้เมื่อ : 31 ธันวาคม 2546

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา ที่นี่ใช้คุกกี้ (Cookies) เก็บข้อมูล เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)