foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
เปิดภาคเรียนกันแล้ว สำหรับท่านที่ได้อยู่บ้านชิลๆ ไม่รีบเร่งกับการทำงานก็ดีใจด้วย ส่วนท่านที่อยู่ในระบบต่อไปก็ดูเหมือนจะวุ่นวายกับเรื่อง "หลอก บุ๊ก" กันอยู่ คือทุกวันนี้ยังหลอกกันไม่เป็นระบบพอหรือไง? ไม่ต้องห่วงการสอน การให้ความรู้กับเด็กๆ แล้วมายุ่งกับการบันทึกหลอกๆ เพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนแบบเปอร์เซนต์ซึ่งเมื่อก่อนนี้สงสัยว่า การบริหารงานบุคคลมันคงห่วยมาก หลอกได้ไม่สนิทเพียงพอเลยเอาตัวใหม่มาให้ครูได้เรียนรู้การหลอกพร้อมกันทั่วประเทศ งงในงงขอรับ...

KruMontree.com

เว็บไซต์เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม

uboncom 1

when we do

thai edu nowารศึกษาไทยไม่ขยับไม่ขยับไปไหนสักที และได้ชื่อว่า "เป็นประเทศที่ใช้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปลืองที่สุด" แต่ละคนต่างก็มาพร้อมนโยบายเร่งด่วนที่จะพัฒนา หรือ ปฏิรูปการศึกษาให้ก้าวไกล เพื่อแซงเพื่อนบ้านในอาเซียน ให้เป็นที่หนึ่งในเอเซีย แต่... พวกเราชาวบ้านกลับได้มองเห็นการศึกษาไทยเราถอยหลังแซงเพื่อนๆ ในอาเซียนไปหลังสุดเรื่อยๆ จนเกือบจะรั้งท้ายอยู่แล้ว ทำไมล่ะ??????

เป็นคำถามที่หลายๆ คนสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าตอบความจริงสักที เพราะไม่รู้ หรือ เพราะไม่เข้าใจ หรือเพราะอะไรกันแน่ เมื่อมีนักข่าวถือไมโครโฟนไปจ่อปากเสนาบดี เจ้ากระทรวง ผู้เกี่ยวข้อง นักวิชาการทั้งหลาย ก็จะได้คำตอบว่า เพราะ "ครู"ครูไม่พัฒนา ล้าหลัง ไม่ 4.0 ต้องพัฒนาครู ว่าแล้วก็ไปจัดสรรงบประมาณมาละลายเล่นสักพันสองพันล้าน จัดงบประมาณมาแจกครูหัวละหมื่น ให้ไปอบรมหลายร้อยหลักสูตรที่คิดกันขึ้นภายในวันเดียว เป็นหลักสูตรที่มุ่งจะผลาญงบประมาณเล่นๆ มีเงินทอนพอประมาณ พร้อมกับความโกลาหลของครูที่เป็นเหยื่อ สมัครก็ยากเย็น หลักสูตรชื่อโก้ๆ เท่ๆ อยู่ไกลๆ กว่าจะสมัครได้ พอถึงวันไปอบรมพัฒนาไปถึงสถานที่แล้วปรากฏว่า "ยกเลิก" ครูก็มึนตึ๊บสิครับ ไหนจะค่ารถราในการเดินทาง ค่ากินอยู่ สำรองจ่ายมาก่อน ไม่มีอบรมจะกลับไปเบิกคืนกับใคร?

จากนั้นก็จัดการวัดประเมินกันยกใหญ่ด้วยการสอบสารพัดชื่อ สารพัดรูปแบบ ทำรายงานเล่มหนาๆ ส่งให้เจ้านายต่อกันเป็นทอดๆ เปลืองกระดาษและหมึกพิมพ์ได้อีกหลายคันรถสิบล้อ เอ้า โน่นนักข่าวมาอีกแล้ว เจ้านายก็พร่ำพรรณาในการใช้งบประมาณครั้งนี้คุ้มค่ามากๆ แม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างก็นิดหน่อย ปีหน้าจะแก้ไขในจุดนี้ อ้าว! ยังจะผลาญงบต่ออีกหรือขอรับ บันเทิงกันไปประเทศไทยเอย

ล่าสุด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า (อ่านรายละเอียดที่นี่)

เราเชื่อว่าการทดสอบเป็นตัวที่จะเป็น feedback เรื่องระบบการศึกษา หากวัดผลอะไรเด็กก็จะทำตาม เช่น การวัดผลให้เด็กจำ เด็กก็จะจำ หากวัดผลด้วยการคิดวิเคราะห์เป็น เด็กก็สามารถคิดวิเคราะห์เป็น "

ที่ท่านว่า ผิดไหม? มันก็ไม่ผิดหรอกครับ แต่... ผมเห็นต่างจากท่านนะครับ คือ ที่ท่านพูดนี่มันเป็นปลายน้ำ และเป็นน้ำที่ออกจะขุ่นๆ ไม่ได้ใสดั่งจินตนาการของท่านครับ เอ๊ะยังไง? ผมจะอธิบายให้ท่านทราบดังนี้ครับ

การศึกษาในประเทศไทยเรานี่เป็นแบบแพ้คัดออก ถ้าคัดออกไม่ได้ในตอนนี้ให้เตะโด่งให้มันไปออกข้างหน้า แล้วก็เตะโด่งต่อๆ กันกันเรื่อยมา จนเกิดคำพูดที่ว่า "อาจารย์มหาวิทยาลัยก็อย่ามาโทษครูมัธยมว่าสอนไม่รู้เรื่อง เพราะมันไม่รู้เรื่องมาตั้งแต่ชั้นประถมแล้ว" มันโยนขี้กันมาแบบนี้นานมาแล้ว เพราะระบบรายงานผลสัมฤทธิ์ของกระทรวงศึกษาธิการเป็นต้นเหตุ ต้นเหตุอย่างไร? กระทรวงตั้งเป้าให้การศึกษาไทยเป็นเลิศ > สพฐ. ตั้งเกณฑ์ไม่ให้มีเด็กตกซ้ำชั้น > เขตพื้นที่สั่งโรงเรียนอย่าให้มีเด็กติดศูนย์ > ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ต้องสั่งการต่อไม่ให้ครูมีเด็กติดศูนย์ ติด ร. > ครูก็ต้องเตะโด่งให้นักเรียนไปตายเอาดาบหน้า อย่างที่เห็นนี่แหละ

kru bannok 01

ผิดที่ครูอีกแล้วครับท่าน (ทุกตำแหน่งข้างบนเขาลอยตัวกันหมด) พวกเรามันต้นน้ำต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาแล้วล่ะครับ เริ่มกันที่คุณครูประถมศึกษา (ผมยังจำได้เลย สมัยเรียน ป.ขี้ไก่ กับแม่ครู พ่อครู ในโรงเรียนบ้านนอก สมัยเพลงผู้ใหญ่ลีดังๆ) คุณครูท่านสอนด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยมาก เป็นก้อนหินบ้าง ใบไม้บ้างที่พวกเราไปเก็บๆ มา เพื่อสอนการบวก ลบ เลข ได้เข้าใจพื้นฐานง่ายๆ ตอนบ่ายก็สอนเขียน คัดไทย ลายมือจะได้สวยงาม ผสมคำจนเป็นประโยค อ่านหนังสือแบบเรียนได้คล่องตั้งแต่ ป.๒ แล้ว ท่องแม่สูตรคูณกันตอนหลังเลิกเรียน เอามะพร้าวแห้งตัดครึ่งมาถูพื้นห้องเรียนที่เป็นไม้กระดานลงเทียนน้ำมันจนเงาวับ ท่องอาขยานกันเจื้อยแจ้วทุกวัน จบ ป.๓ ทุกคนก็อ่านเขียนไทย คิดเลขในใจได้คล่องแคล่ว

แล้วในวันนี้ล่ะ

  • บางคนจบ ป.๖ ออกมา ยังอ่านตะกุกตะกัก เขียนไม่ถูกกันเลย โดนถีบหัวส่งไปมืดแปดด้านในโรงเรียนมัธยม
  • ไม่อยากไปโรงเรียนแล้วเพราะอายเพื่อนๆ ถูกกดดันจากครู ก็เพราะการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้มันก็เลยไปต่อไม่ได้
  • ไม่เข้าใจ ไม่กล้าถามใคร ทำการบ้าน ทำแบบฝึกหัดก็ไม่ได้เพราะอ่านไม่ออกนี่แหละเป็นสาเหตุหลัก
  • พ่อแม่สมัยนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เอาใจใส่ลูก ก็ส่งไปโรงเรียนแล้วนี่ หน้าที่ครูต้องสอน พ่อแม่ไม่เกี่ยว

หนักเข้าไปอีก อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แล้วพวกเขาจะไปสอบตามที่ท่านรัฐมนตรีกล่าวมาได้อย่างไร?

น่าเห็นใจคุณครูทุกท่านมากเลยนะครับ คุณครูไทยนี่โคตรเสียสละเลยละครับ อุทิศทั้งตัวและหัวใจเพื่อการศึกษาขนาดไหน ขอเพียงเจ้านายสั่งมาเหอะ จะเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดเราก็ไปทำงาน ไปอบรมประชุมสัมนา อย่างไม่ย่อท้อ ไม่เคยสนใจครอบครัวจะอยู่กินยังไง ลูก-ผัว-เมีย จะคิดถึงบ้างไหม เราสนใจแต่งานการศึกษาที่ ฯพณฯ ท่านสั่งการมา (กรูประชดโว้ย...)

charge batt

ต้นปีนี้มีข่าวใหญ่ดราม่าจากกระทรวงสาธารณสุข ทำเอาบรรดาคุณหมอ พยาบาล และคนทำงานในแวดวงสา'สุข ต่างพร้อมเพรียงกันออกมาสับเละ จนปลัดกระทรวงสาธารณสุขถอยแทบไม่ทันเลยทีเดียว จริงๆ แล้วเรื่องทุ่มเทให้ราชการนี่ "ครู" ก็ไม่ได้น้อยกว่า "หมอ และ พยาบาล" ในการเอาทรัพย์สินส่วนตัวมาใช้ในราชการดอกนะ ดูจะมากกว่าด้วยซ้ำ

โทรศัพท์นี่เรื่องเล็กๆ ครับ การติดต่อกับเขตพื้นที่ ศึกษานิเทศก์ ผู้ปกครองนักเรียน และส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โทรศัพท์มือถือส่วนตัวล้วนๆ เครื่องหลวงใช้ยากต้องขออนุญาต ต้องบันทึกสารพัด แล้วตอนงานด่วนๆ นี่ไม่ไหวหรอกใช้เครื่องตัวเองนี่แหละ เครื่องคอมพิวเตอร์ (โน้ตบุ๊ค) ส่วนตัวเพื่อราชการนี่มีมานานแล้ว ไปอบรมจะให้แบกพีซีที่โรงเรียน (เครื่อง/จอ/คีย์บอร์ด/เมาส์) ไปหรือไร จำเป็นต้องเครื่องส่วนตัวแล้วสะดวกด้วย เวลางานไม่เสร็จหอบกลับไปทำต่อที่บ้านได้ทันที ใช้ไฟฟ้า/อินเทอร์เน็ตที่บ้านเพื่อราชการได้อีก (เสียสละโดยแท้ขอรับ) ยังไม่พอบางงานทำเสร็จตอนดึกๆ ต้องพริ้นท์งานด้วยพริ้นเตอร์/หมึก/กระดาษจากที่บ้านอีก เพราะต้องนำส่งเขตในตอนเช้า (จะไม่ทันเพราะด่วนเรือ(Ship)หาย) อีก เคยเบิกได้สักบาทไหม?

1330710

รถยนตร์ส่วนตัวก็ใช้ในราชการด้วย โดยเฉพาะใครมีรถกระบะ(ทำงานในโรงเรียนชนบท)นี่ถือว่าเยี่ยมเป็นอันดับหนึ่งเลย เริ่มจากการฝากซื้อของให้โรงเรียนหน่อยนะ (ใส่กระบะหลังเพียบมาเลย) ต่อมาก็พานักเรียนไปแข่งขันทักษะทางวิชาการ การแข่งขันกีฬากลุ่มโรงเรียน ไปเข้าค่ายพักแรม ฯลฯ ครูช่วยหน่อยนะ (แต่ไม่เคยเห็นค่าน้ำมันสักลิตรเลย แต่ต้องแบกความรับผิดชอบชีวิตเด็กๆ ที่นั่งไปด้วยอีก)

ยังมีอีกเยอะครับ ความเสียสละของข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่ชั้นผู้ใหญ่บนหอคอยงาช้าง(หลับตา)มองไม่เห็น เพียงท่านเสียสละรถประจำตำแหน่ง เอามาช่วยคนตัวเล็กๆ ที่ทำงานหนักแทนท่านโดยไม่เคยย่อท้อสักนิดก็น่าจะทำให้ขวัญกำลังใจคนทำงานดีขึ้น เงินเดือนก็น้อย เบิกค่าเช่าบ้านไม่ได้ บางแห่งยังดีที่มีบ้านพักให้ แต่... สภาพนั้น มันบ้านพักปลวกชัดๆ เลย

 ban pak kru

เขียนไปก็ยิ่งเศร้าใจ ขอพลังใจจากทุกท่านได้โปรดช่วยกันสนับสนุนคนทำงานตัวเล็กๆ ในชนบทด้วยเถิด ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะครับ (สู้ๆๆๆ...)

2018 Copyright @KruMontree.com : เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม Rights Reserved.
Owner : Montree Kotkanta, e-M@il : webmaster at krumontree.com, Mobile phone : 08-1878-3521, 08-3462-4996