Air Vs Airlines Vs Airways
Air Vs Airlines Vs Airways:
What’s The Difference?
ทำไมสายการบินบางแห่งถึงเรียกตัวเองว่า “airlines” (หรือ “air lines”) ในขณะที่บางแห่งเรียกตัวเองว่า “airways” และบางแห่งเรียกตัวเองว่า “air” เฉยๆ ชื่อเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีการคิดที่แตกต่างกัน เกี่ยวกับรูปแบบการเดินทางทางอากาศแบบใหม่ที่ปฏิวัติวงการ แต่ในท้ายที่สุดแล้วชื่อที่สายการบินเรียกตัวเองนั้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการตลาด และชื่อเหล่านี้ไม่ได้แยกแยะรูปแบบธุรกิจ หรือบริการของสายการบินได้อย่างแท้จริง

แม้ว่าสายการบินสมัยใหม่ส่วนใหญ่จะใช้คำว่า airlines, airways หรือ air แต่ก็ยังมีอีกหลายสายการบินบางแห่งใช้ชื่อในภาษาของประเทศตนเอง เช่น Aer Lingus ในขณะที่บางสายการบินได้นำคำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับการบินมาใช้ เช่น คำว่า wings, express, fly และ jet นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับที่มาของการตั้งชื่อสายการบินต่างๆ ทั่วโลก
มันมาจากการเดินเรือในอดีต
เมื่อเกิดรูปแบบการเดินทางชนิดใหม่ขึ้นมา เราก็มักจะย้อนกลับไปดูรูปแบบการขนส่งที่เคยมีมาก่อนในอดีต เพื่อกำหนดรูปแบบนั้น ตัวอย่างเช่น การเดินทางในอวกาศเป็นรูปแบบการขนส่งใหม่ที่ต้องการคำศัพท์ชุดใหม่ ในภาพยนตร์ซีรีส์เรื่อง Star Trek คำศัพท์เหล่านี้ดึงมาจากยานอวกาศ ตัวอย่างเช่น ผู้บัญชาการเรียกว่า “กัปตัน” ในขณะที่ห้องควบคุมไม่ได้เรียกว่า “ดาดฟ้าบิน” หรือ “ดาดฟ้าอวกาศ” แต่เรียกว่า “สะพานเดินเรือ” ซึ่งเป็นคำศัพท์ทางทหารเรือ

ตัวยานอวกาศถูกเรียกว่า “เรือ” (แทนที่จะเป็น ยานอวกาศ หรือรถบัสอวกาศ หรืออะไรทำนองนั้น) ยานอวกาศสำคัญในซีรีส์คือ USS Enterprise โดย “USS” เป็นชื่อเรียกเรือของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา และ Enterprise เป็นเรือรบที่มีชื่อเสียงที่สุดของสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นชื่อเรือที่มีชื่อเสียงของกัปตันเจมส์ คุก นักสำรวจชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 18 ตัวละครสมมติ กัปตันเจมส์ ที. เคิร์ก ได้รับการตั้งชื่อตาม และได้รับแรงบันดาลใจจากกัปตันคุก
เช่นเดียวกับกรณีการกำเนิดของรถไฟและเครื่องบิน รถไฟถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 19 และใช้คำศัพท์จากเรือ ในขณะที่เครื่องบินถือกำเนิดขึ้นในศตวรรษที่ 20 และพัฒนาไปไกลกว่านั้น ลองดูนักบินรบ รวมถึงนักบินในสงครามโลกครั้งที่ 1 พวกเขาแต่งกายแตกต่างจากนักบินพาณิชย์ในยุคหลังอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นเพราะว่า สายการบิน Pan Am ได้กำหนดธรรมเนียมการแต่งกายของนักบินด้วยเครื่องแบบกัปตันเรือ เพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น นอกจากนี้ เครื่องบินที่บินข้ามมหาสมุทรได้รุ่นแรกๆ ของ Pan Am ก็ถูกเรียกว่า Clippers ตามชื่อเรือใบชนิดหนึ่ง ส่วนเครื่องบินประเภทนั้นเรียกว่า “เรือบิน” ไม่ใช่ “เครื่องบินทะเล” หรือ “เครื่องบินลอยน้ำ” หรืออะไรทำนองนั้น
ที่มาของ Airlines

ในอดีต การเดินทางทางทะเลเป็นรูปแบบการเดินทางระหว่างประเทศเพียงรูปแบบเดียว ระหว่างทวีปที่คั่นด้วยมหาสมุทร คำว่า “สายการเดินเรือ” (line) จึงหมายถึงเส้นทางเดินเรือระหว่างสองจุด โดย “เรือโดยสาร” (liner) คือเรือที่แล่นไปตามเส้นทางดังกล่าว เมื่อเรือโดยสารแล่นอยู่ในมหาสมุทร จึงถูกเรียกว่า “เรือโดยสารทางทะเล” (Ocean Liner) ในเวลาต่อมา บริษัทเดินเรือต่างๆ ก็เริ่มใช้คำว่า “สายการเดินเรือ” ในชื่อของตน เช่น Black Ball Line และ American President Lines
การเดินทางโดยรถไฟเกิดขึ้นในภายหลัง รถไฟจึงเริ่มนำคำศัพท์มาจากเรือเดินสมุทรมาใช้ พร้อมทั้งใช้คำศัพท์จากการขนส่งทางบกด้วย ดังนั้น รางรถไฟจึงกลายเป็นทางรถไฟหรือทางราง (ซึ่งใช้แทนกันได้) อุตสาหกรรมนี้ใช้คำต่างๆ เช่น “สายหลัก” และ “สายย่อย” ในขณะที่บริษัทรถไฟส่วนใหญ่ก็เลือกใช้คำว่า “ถนน” หรือ “ทาง” ในชื่อบริษัทของตน เช่น Western Pacific Railroad และ Canadian National Railway
เมื่อการเดินทางทางอากาศเริ่มเฟื่องฟู บริษัทบางแห่งได้นำเอาเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมการเดินเรือมาใช้ ในขณะที่บริษัทอื่นๆ ก็ได้นำเอาเทคโนโลยีจากอุตสาหกรรมการขนส่งทางรถไฟมาใช้ (ซึ่งก็ได้รับอิทธิพลมาจากอุตสาหกรรมการเดินเรือโดยสารอีกที) บริษัทในยุคแรกๆ บางแห่งเรียกตัวเองว่า “air lines” หรือสะกดอีกแบบว่า “airlines” ตัวอย่างเช่น Eastern Air Lines และ Delta Air Lines

ที่มาของคำว่า Airways
บางคนอาจเชื่อมโยงคำว่า “airways” กับสายการบินของอังกฤษ เพราะสายการบินประจำชาติของอังกฤษคือ “British Airways” ในขณะที่สายการบินชั้นนำของสหรัฐอเมริกา คือ American Airlines, Southwest Airlines เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้ไม่ถูกต้องเสมอไป สหรัฐอเมริกาก็เคยมีสายการบินที่ใช้ชื่อ “airways” เช่นกัน เช่น สายการบินหลักอย่าง US Airways (ซึ่งควบรวมกิจการกับ American Airlines ในปี 2010) และสายการบินใหม่ Breeze Airways รวมถึง JetBlue (เดิมชื่อ JetBlue Airways)
เส้นทางบิน หรือ “Airways” หมายถึง ถนนหรือเส้นทางที่เครื่องบินใช้บินในอากาศ เป็นเส้นทางที่กำหนดไว้สำหรับเครื่องบิน เพื่อช่วยในการนำทางและช่วยรักษาระยะห่างเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ คำว่า “Airways” มาจากแนวคิดที่ว่าเที่ยวบินพาณิชย์เปรียบเสมือนถนนสายใหม่บนท้องฟ้า ในสหรัฐอเมริกา มักใช้คำว่า “railroad” แต่ในสหราชอาณาจักร มักใช้คำว่า “railway” และ “roadway” อย่างไรก็ตาม ในสหรัฐอเมริกา คำว่า “railway” ก็มีการใช้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ทางรถไฟ Kansas City Southern Railway

เมื่อสายการบินพัฒนาขึ้น บางสายการบินเลือกที่จะนำคำศัพท์จาก “railway” มาปรับใช้ และตั้งชื่อตัวเองว่า Western Canadian Airways (ก่อตั้งปี 1926) และ Imperial Airways (ก่อตั้งปี 1924) ซึ่งเป็นเพียงการเลือกชื่อและกลยุทธ์ทางการตลาดเท่านั้น คำว่า “Airways” ทำให้หวนนึกถึงยุคของการเดินทางด้วยเรือเดินสมุทร ในขณะที่ “Airlines” ทำให้หวนนึกถึงภาพของถนนลอยฟ้า สายการบินที่มีชื่อเสียงที่สุดสองแห่งในปัจจุบันที่ใช้ชื่อว่า “Airways” คือ British Airways และ Qatar Airways
ปัญหาเรื่องการสะกดคำระหว่าง “Airlines” กับ “Air Lines”
การสะกดคำศัพท์นั้นมีทั้งความยืดหยุ่นและคลุมเครือมานานแล้ว ยุคของพจนานุกรมและโปรแกรมตรวจสอบการสะกดคำด้วยคอมพิวเตอร์ได้นำความเข้มงวดมาสู่ระบบมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีความยืดหยุ่นและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ก่อนการตีพิมพ์พจนานุกรม Webster ของอเมริกาและพจนานุกรม Oxford ของอังกฤษ การสะกดคำที่แตกต่างกันซึ่งปัจจุบันเกี่ยวข้องกับการสะกดคำแบบอเมริกัน หรือแบบอังกฤษ สามารถพบได้ทั้งสองฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก ตัวอย่างเช่น การสะกดคำที่ยอมรับกันในอเมริกา คือ “theater” แต่โรงละครเก่าแก่ของสหรัฐฯ เช่น โรงละคร Ford’s Theatre ในวอชิงตัน ดี.ซี. (เปิดในปี 1863) ยังคงใช้การสะกดคำจากยุคที่ “theatre” เป็นการสะกดคำที่ยอมรับกันในอเมริกา
เช่นเดียวกับคำว่า “air line” และ “airline” ในสมัยนั้น การสะกดทั้งสองแบบเป็นที่ยอมรับ และยังไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน มาตรฐานส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากฉันทามติ เมื่อเวลาผ่านไป มีสายการบินจำนวนมากขึ้น เลือกที่จะตัดช่องว่างออกและเรียกตัวเองว่า “airline” ทำให้ “air line” กลายเป็นคำสะกดที่พบได้น้อยลง และอาจดูโบราณไปบ้าง สายการบินอย่างเช่น Japan Air Lines เปลี่ยนชื่อเป็น Japan Airlines ที่สำคัญคือ การสะกดที่ถูกต้องยังคงเป็น “ocean liner” ไม่ใช่ “oceanliner” ในขณะที่ในวงการการบินจะใช้คำว่า “airliner“

ปัจจุบัน สายการบินหลักเพียงแห่งเดียวที่ยังคงใช้การสะกดคำว่า “air lines” คือ Delta Air Lines ด้วย Delta เป็นหนึ่งในสายการบินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและน่าภาคภูมิใจย้อนกลับไปถึงปี 1925 และเป็นสายการบินที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังคงดำเนินงานอยู่ในสหรัฐอเมริกา บริษัทที่มีมรดกเช่นนี้ไม่จำเป็นต้อง “ทันสมัย” พวกเขาคือต้นตำรับ Delta Air Lines ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของวิธีการสะกดคำที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ในท้ายที่สุดแล้ว มันขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ทางการตลาด และการรักษาการสะกดคำแบบเก่าไว้ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สายการบินยักษ์ใหญ่ใช้ เพื่อย้ำเตือนผู้คนว่าพวกเขาคือสายการบินที่เก่าแก่ที่สุดในวงการ
แต่ทำไมต้อง “Air”?
คำว่า “Air” ในที่นี้ หมายถึง สภาพแวดล้อมที่สายการบินทำการบิน (ตรงข้ามกับทางบกหรือทางทะเล) อีกครั้ง การเลือกใช้ชื่อนี้ก็เป็นเพียงการตลาดเท่านั้น ทุกคนรู้ว่า “Air” หมายถึงอะไร Air เป็นคำภาษาอังกฤษที่สายการบินต่างชาติหลายแห่งเลือกใช้แทนคำท้องถิ่นของตนเอง ตัวอย่างเช่น Air France, Air Canada, Air Asia และอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม สายการบินต่างชาติอื่นๆ อีกมากมายเลือกใช้คำว่า “Air” ในภาษาของประเทศตนเอง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สายการบินแห่งชาติของไอร์แลนด์ อย่าง Aer Lingus (ซึ่งแปลว่า “Air Fleet”) แม้ว่าสายการบินต้นทุนต่ำขนาดใหญ่ของไอร์แลนด์อย่าง Ryanair จะใช้คำว่า “Air” ในภาษาอังกฤษแต่จะวางไว้ท้ายคำก็ตาม ส่วนสายการบินของสเปนอย่าง Vueling นั้น มีความหมายว่า “flight-เที่ยวบิน” ในขณะที่ประเทศไทยเรามี การบินไทย แต่ชื่อในภาษาอังกฤษกลับเป็น Thai Airways
กล่าวโดยสรุป ชื่อของสายการบินต่างๆ นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากรูปแบบการขนส่งที่มีมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางทางทะเล และการเดินทางโดยรถไฟ (ซึ่งก็ยืมมาจากการเดินทางทางทะเลเช่นกัน) การใช้คำว่า “air” เป็นวิธีเรียกชื่อแบบย่อ เพื่อให้ผู้คนทราบว่า รูปแบบการขนส่งนั้นเป็นการขนส่งทางอากาศ คำว่า “Air Lines” ของ Delta ในปัจจุบันเป็นเหมือนสิ่งตกค้างจากยุคก่อน ที่เคยเป็นตัวสะกดทางเลือกที่ได้รับการยอมรับ ปัจจุบันมันสะท้อนถึงอายุและมรดกของ Delta ในฐานะสายการบินที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างก็เป็นเรื่องของการตลาด เนื่องจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลของโลก และเป็นภาษาที่ไม่มีใครโต้แย้งได้ในวงการการบิน และการเดินทางระหว่างประเทศ สายการบินส่วนใหญ่จึงใช้คำภาษาอังกฤษ (ส่วนใหญ่คือ “air”, “airline” หรือ “airways”) ในชื่อของตน สายการบินหลายแห่งทั่วโลกที่ใช้ชื่อของตนเองเป็นสายการบินเก่าแก่ที่ก่อตั้งขึ้น ก่อนที่ภาษาอังกฤษจะมีสถานะเช่นในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น Aeroflot, Lufthansa, Avianca, Aeroméxico และ KLM (ซึ่งชื่ออย่างเป็นทางการในภาษาดัตช์คือ Koninklijke Luchtvaart Maatschappij แปลว่า บริษัทเดินอากาศหลวง หรือ Royal Aviation Company) ซึ่งมีอายุครบ 100 ปีแล้วในปี 2026 นี้
ที่มา : Simpleflying.com
![]()
