foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
เข้าสู่ภาคเรียนที่ 2 แล้ว มีข่าวใหม่ๆ ออกมาให้ครูหลายคนตกใจ เช่น จะต่อใบประกอบวิชาชีพครูต่อไปจะต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับ B1 (ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้สูงมากมายอะไรนะ แค่สื่อสารได้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น ถ้าเทียบกับการสอบ TOIEC ก็คะแนนประมาณ 250-300 เท่านั้นเอง) ซึ่งจริงๆ แล้วมันจำเป็นมากในยุคปัจจุบันนี้ ต้องรู้ ต้องเข้าใจ ใช้ได้ ถ้าไปเที่ยวต่างประเทศก็ไม่อดตายหรือหลงทางถ้ามีความรู้ระดับนี้ครับ อย่ากลัวที่จะใช้งานภาษาอังกฤษ อายเด็กนักเรียนได้นะ...

KruMontree.com

เว็บไซต์เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม

Ads by KruMontree

uboncom 1

yak pen khondee

corruption 04เป็นคนดีมันง่ายอย่างนี้เชียวหรือ?

คยเขียนเรื่องนี้ไปทีหนึ่งแล้วครับ (มันยังไม่จบอีก) จากบทความเรื่องนี้ โรคร้ายรุมเร้า... ประเทศไทย มาวันนี้มาอีกแล้ว หนังสือเชิญชวนเข้ารับการคัดเลือกบุคลากรเข้ารับรางวัล "ผู้ถ่ายทอด สืบสาน รักษาเอกลักษณ์ของชาติดีเด่น" จาก นิตยสารสารคดีคนสร้างชาติ (ผมได้พยายามหาที่อยู่สำนักพิมพ์ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ก็ไม่ปรากฏ มีแต่ชื่อผู้รับเงินและตู้ ปณ.) ดูในไฟล์ PDF ที่แนบมาให้ดูได้เลย การจะเป็นคนดีนี่ได้มาด้วยวิธีการแปลกๆ นะ จ่ายเงินเพื่อซื้อเสียง เกียรติยศ ระดับชาติเลยนะ ใครอยากเป็นก็โปรดโหลดเอกสารเอาไปจัดการสมัคร จ่ายเงินตามระเบียบได้เลย โดยไม่รู้ว่าใครเป็นคณะกรรมการผู้พิจารณา องค์กรที่จะรองรับความดีนี่เป็นหน่วยไหนไม่ปรากฏ จะดีเด่นหรือดีเด่... ก็ไม่ทราบ ประเทศไทยนี่ดีจริงๆ คุณเชื่อไหมล่ะ?

คิดกันเล่นๆ นะครับมีคนสนใจสมัคร 100 คน (หรืออาจจะมากกว่า แต่ประกาศผลเอา 100 คน) ค่าลงทะเบียนต่อหัว 1,000 บาท รายได้เท่ากับ 100,000 บาท ค่าเช่าสถานที่ค่าพิมพ์เกียรติบัตร ค่าเครื่องดื่มนิดหน่อย (ไม่มีอาหาร) ค่าตอบแทนท่านประธาน ไม่เกิน 60,000 บาท กำไรเหนาะๆ 40,000 บาท ทำมันทุกเดือน รายได้เข้ากระเป๋าปีละ 480,000 บาท (นี่ยังไม่นับผู้อยากได้โล่ ต้องจ่ายเพิ่มอีกรายละ 1,000 บาท สั่งทำจริงๆ ไม่ถึงสามร้อย อย่างหรู) รูปแบบธุรกิจหากินบนความอยากของครู ข้าราชการ อยากได้เกียรติยศ ชื่อเสียงจอมปลอม เพื่อการเอาไปอ้างเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ช่างเข้าทางสมใจอยากของทุกฝ่าย

เขียนมาบ่นให้ฟังครับ เซ็งและเบื่อกับนักฉวยโอกาสมากจริงๆ ใครอยากจะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมก็ส่งไปยังอีเมล์นี้ได้เลย This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ช่วยกันแสดงความคิดเห็นเยอะๆ นะครับ... Cool

หมายเหตุเพิ่มเติม บทความนี้อัพเดทอีกครั้งเดือน กรกฎาคม 2556 ขบวนการหลอกหลวงให้ข้าราชการ หน่วยงานต่างๆ ไปลงทะเบียนรับเกียรติบัตร โล่รางวัลต่างๆ ก็ยังคงทำมาหากินได้อยู่ เพียงแต่เปลี่ยนชื่อองค์กรออกไป และทำหนังสือส่งถึงบุคคลโดยตรง อ้างเอาสถาบันต่างๆ ที่อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์มาบังหน้าหากิน ยังคงมีผู้หลงเชื่อจ่ายเงินให้เหลือบพวกนี้อยู่ อย่าตกเป็นเหยื่อนะครับ คุณเป็นคนดี มีคุณธรรมจริงๆ สังคมรอบข้างคุณรับรู้เชิดชูยกย่องเอง คุณรู้อยู่แก่ใจ แล้วหน่วยงานพวกนี้มันมาจากไหนถึงได้รู้ว่าคุณเป็นคนดีสมควรได้รับการยกย่องเชิดชู จะยกย่องเชิดชูทำไมไม่สนับสนุนคุณ กลับมาหาทรัพย์จากคุณอีกทำไม? คิดต่อเอาเองนะครับ และนี่คือเอกสารฉบับล่าสุดที่ส่งให้เพื่อนครูคนหนึ่ง ดูกันเอาเองเถอะครับน่าเชื่อถือไหม?

ทำยังไงให้สังคมเราหมด "คอรัปชั่น"

corruption 01ในสังคมบ้านเราทุกวันนี้ที่มีการแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แบ่งสีเสื้อ เกิดสงครามแย่งชิงประชาชน เพื่อรองรับเป็นฐานอำนาจ ปัจจัยหนึ่งมาจาก "คอรับชั่น" ที่ระบาดในวงราชการ สู่ภาคธุรกิจ และชุกชุมในวงการเมือง ต้อง เข้าใจก่อนว่า บ้านเรามีระบบขุนนาง มีการแบ่งชั้น วรรณะ กันอย่างชัดเจน มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา มารัตนโกสินทร์นานมาแล้ว เรื่องพวกนี้เลยถือว่า อยู่ในสายเลือดคนไทย ใครยังไม่เคยสัมผัส ลองแอบเข้าไปฟังนักเรียนโรงเรียนนักปกครอง หรือนายร้อยตำรวจ เขาคุยกันดูได้เลย (ขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยนามนะครับ ในหมู่คนดีมักจะมีกระสือปะปนอยู่บ้าง ไม่มากก็น้อยแหละ)

พวกเรามักถูกสอนมาว่า ถ้าเราเป็นคน 'ซื่อ' เค้าเรียกว่า 'โง่' คนมีหัวพลิกแพลง คดนิดๆ งอหน่อยๆ เป็นคน 'ฉลาด' ผมลองเทียบคนที่พ่อแม่ได้ส่งให้ไปศึกษาที่ต่างประเทศตั้งแต่เล็ก กับพวกที่เรียนในบ้านเกิดเมืองนอนโรงเรียนประชาบาลบ้านนอกอย่างผม กับโรงเรียนใหญ่โรงเรียนดังในประเทศ พวกที่เรียนในต่างแดน จะถูกปลูกฝังเรื่องความซื่อมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีพ่อใครใหญ่กว่าพ่อใคร ไม่มีใครใหญ่จนไม่ต้องต่อคิว ทุกโรงเรียน มหาลัย วัดกันที่ความสามารถไม่ใช่ว่าคุณเป็นลูกใคร ดูอย่างเจ้าชาย William ทำไมไปอยู่มหาลัย St.Andrew ทั้งๆ ที่น่าจะได้ไป Oxford/Cambridge? เพราะเค้าอยากไปที่นั่น และเค้าสอบได้แค่นั้น ทุกคนถูกประเมินเท่าๆ กันจากความสามารถจริงๆ ไม่ใช่เพราะบารมีพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องหรือเส้นสายก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่

เราถูกมองโดยสังคมตลอดว่า เราสำเร็จไปถึงขนาดไหนแล้ว? วัดจากเงินที่เรามี รถที่เราขับ ขนาดบ้านที่เราอยู่ ถ้าของพวกนี้แย่กว่าสมัยที่พ่อแม่เรามีถือว่าเรา 'ล้มเหลว' แล้วความพอดีอยู่ไหน? คนเราจริงๆ แล้วจำเป็นต้องรวยเป็นร้อย/พัน/หมื่น/แสน ล้านเหรอ ถึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จหรือมีความสุข ข่าวที่เราได้ยินจากสื่อมากมายที่คนร่ำรวยต้องฆ่าฟันกันเองในหมู่พี่น้อง จากท้องแม่เดียวกันเพราะสมบัติที่พ่อแม่สั่งสมไว้ แล้วการจัดสรรปันส่วนไม่ลงตัว เราเองก็กลัวคนมองว่า เราล้มเหลว เราจึงต้องทำงาน และพยายามทุกวิธีทางที่จะหาเงินให้ได้มากที่สุด

การจะแก้ปัญหาพวกนี้ ต้องเริ่มที่ตัวเรา ไม่ต้องสนใจว่าคนรอบข้างจะมองเราว่าอย่างไร ทำงานอย่างสุจริตและซื่อสัตย์ สร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง ใช้บารมีตัวเองเพื่อก้าวไปข้างหน้า ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยใจอันบริสุทธิ์ และผมเชื่อว่า ในที่สุดเราก็จะประสบความสำเร็จ ถึงแม้เราอาจจะไม่สำเร็จเร็วเท่าคนที่ใช้ connection ต่างๆ นาๆ ที่ทำให้เค้าก้าวกระโดดไปเร็ว แต่เราก็มีความภูมิใจว่าทุกสิ่งที่เราทำ เราทำมากับมือตัวเอง ถึงจะหาได้หลักแสนหรือแค่หลักล้าน แต่เราก็ภูมิใจกว่าคนที่หาได้เป็นร้อยหรือพันล้านที่โกง หรือหลอกจากคนอื่นมา

corruption 03

หยุดการไห้ ด้วยการไม่รับ ขจัดคอรับชั่นจากประเทศไทย

ทั้งหมดนี้เป็นที่มาของคำสอนของพระเจ้าอยู่หัวของเราว่า 'ให้รู้จักความพอเพียง' ถ้าทุกคนทำได้ก็จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น ในสังคมไทยปัจจุบันเราจะได้ยินคำต่างๆ เหล่านี้

บางคนเรียก Connection แต่ผมเห็นว่า เป็นเส้นสาย
บางคนเรียก ค่าธรรมเนียม แต่ผมเห็นว่า เป็นเงินใต้โต๊ะ
บางคนเรียก การสร้างความเข็มแข็ง แต่ผมเห็นว่า เป็นการผูกขาด

บางคนเห็นว่า ไม่มีมนุษยสัมพันธ์ แต่ผมเรียกว่า สันโดษ
บางคนเห็นว่า รายได้น้อย แต่ผมเรียกว่า เหลือเก็บ
บางคนเห็นว่า ไม่มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ผมเรียกว่า พอเพียง

ประเทศเราสอนให้มีคนเก่งมากมาย แต่คนที่ดีมีคุณธรรม สำนึกรักบ้านเกิดนั้นมีน้อยนัก บทบาทของครูเราในวันนี้ จึงต้องหันมาใส่ใจสร้างคนดีกันให้มากไว้ แต่... ก็เห็นๆ กันอยู่ล่ะนะว่าผู้สอนหลายๆ คนก็เข้าไปอยู่ในวังวนธุรกิจ เป็นลูกน้องท่านนักการเมือง แล้วเราจะแก้อย่างไรดี....

ทิ้งเป็นประเด็นไว้ให้ช่วยกันคิดต่อหน่อยก็แล้วกัน ผมเหนื่อยกับการรับข่าวสารของประเทศไทยในเวลานี้ (ทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์) ขนาดเรื่องของความเป็นความตายของประชาชน (จากไข้หวัด 2009) ก็ยังมีคุณหมอออกมาแฉว่าเป็นเกมการเมืองเลย... Sealed Sealed Sealed

ประเทศไทย... กำลังตกเป็นเป้าโจมตีจากภัยร้าย

ในวันนี้คงต้องกล่าวถึงภัยร้ายมากมายที่กำลังรุมเร้าประเทศไทย ในแวดวงการศึกษาของเราจะต้องระมัดระวังมากที่สุดเพราะอาจจะเป็นแหล่งแพร่ กระจายของโรคร้าย "ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ" หลังพบการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในหลายๆ ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย และ องค์การอนามัยโลก ประกาศยกระดับความรุนแรงของการแพร่ระบาดเป็นระดับ 6ในประเทศไทยจนถึงขณะนี้ (16 มิถุนายน 2552) มีผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิด A (H1N1) จำนวน 310 ราย

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ชนิด A (H1N1)

 

มีการสั่งปิดโรงเรียนที่พบเด็กนักเรียนมีไข้สูงจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด และเด็กๆ ยังขาดภูมิต้านทาน เสี่ยงต่อการติดต่ออย่างรวดเร็วด้วยก็ขอให้เพื่อนครูทุกท่านได้เฝ้าระวัง และติดตามข่าวสาร นำความรู้ต่างๆ จากเว็บไซต์ที่ผมได้นำเอาแบนเนอร์มาทำลิงก์ไว้ด้านบนไปบอกกล่าวเล่าถึงภัย อันตรายเหล่านี้แก่เพื่อนครู นักเรียน และชุมชนใกล้เคียงด้วยครับ

โรคร้ายที่ร้ายกว่าโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ

โรคร้ายไข้หวัดใหญ่ฯ นั้นจะมีทางออกในการป้องกันรักษาให้หายขาดได้เห็นในเร็ววัน แต่โรคร้ายที่รุมกัดกินประเทศชาติของไทยเรานั้น คือ "โรคขาดคุณธรรมและจริยธรรม" ซึ่งรุมกัดกินประเทศของเราอย่างช้าๆ ยั่งยืน หาทางรักษายาก ถ้าเราไม่เริ่มกันเสียแต่วันนี้ เหลียวมองไปรอบข้างท่านซิครับถ้าไม่เชื่อผม ท่านจะต้องได้พบด้วยสายตาของท่านเอง แต่ท่านไม่อยากพูด ไม่กล้าพูด ธุระไม่ใช่ และอีกหลายๆ สาเหตุที่น่าจะรู้อยู่แก่ใจ ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังเพราะประสบกับตนเองเมื่อไม่นานมานี้

kru thai

เรื่องที่ 1 "โครงการยกย่องเชิดชูครูดีของไทย" ชื่อทำนองนี้แหละเพราะผมฉีกเอกสารนั้นลงถังขยะไปแล้ว ผมได้รับจดหมายเชิญ ซองขาวมีหัวเครื่องหมายสมาคมที่อ้างเป็นตัวแทนครูแห่งประเทศไทย (อย่า ไปสนใจชื่อเหล่านี้ เพราะมีมากมายที่ตั้งขึ้นมาแล้วเหมารวมทึกทักเอาเองว่าเป็นตัวแทนของพวกเรา เคยรับรู้หรือเปล่าครับ เขาอ้างชื่อพวกเราทำมาหากินเพื่อปกป้องผลประโยชน์ที่กำลังจะเสียไปเท่านั้น แหละ) จ่าหน้าถึงผมส่งไปที่อยู่เป็นที่โรงเรียนที่ผมทำงานอยู่ ด้วยความสงสัยก็เปิดดูมีหนังสือนำจากนายกสมาคมที่อ้าง แบบกรอกประวัติ ใบกำหนดการงานรับใบประกาศ โล่เชิดชูเกียรติ และสุดท้ายแบบฟอร์มกรอกโอนเงินเข้าสมาคม เอ๊ะชักยังไงแล้วนี่

ผมเริ่มอ่านจดหมายนำ มีอารัมภบทกล่าวถึงว่า ได้ทราบว่า ...ท่านเป็นคนดีสมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ... ยาวครับ (นึกในใจว่า... อันคุณความดีที่เรากระทำมีคนมองเห็นมากมายขนาดนี้เชียวหรือ?) แต่มาชะงักตรงย่อหน้าสุดท้ายที่บอกว่า ท่านจะได้รับการคัดเลือกและประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติหากโอนเงินจำนวน ... พันบาท (ไม่ใส่ให้เดาเอา) ให้สมาคมเพื่อเป็นค่าบำรุงสมาคม ค่าจัดทำโล่ และค่าอาหารในงานเลี้ยงรับรอง ณ โรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา...

แค่นั้นแหละครับ ผมโยนซองและเอกสารทั้งหมดลงเครื่องย่อยกระดาษเป็นที่เรียบร้อยไปเลย เพราะเขากำลังดูถูกผมอย่างแรง คิดว่าผมคงกระหายอยากได้รับการยกย่องเชิดชูเป็นข่าวเสียเต็มประดา ถ้าใครสักคนจะชมผมว่าผมทำดี เป็นคนดี แค่นั้นก็เรียกรอยยิ้มของผมได้แล้ว ผมไม่ต้องการโล่ ใบประกาศเกียรติคุณที่แลกมาด้วยเงิน แม้มันอาจจะไม่มากนักสำหรับใครบางคน แต่สำหรับผมเงินจำนวนกว่าครึ่งหมื่นผมสามารถใช้ทำประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัวและสังคมรอบข้างได้มากมายนัก ทำให้ผมตระหนักในทันทีว่า สังคมไทยทุกวันนี้ต้องการเยียวยาทางใจด้วยการยกย่องชมเชยกันแบบจอมปลอมอย่าง นี้หรือ? คนไทยเราไร้สิ้นซึ่งคนดีที่คนอื่นๆ จะมองเห็นและยกย่องด้วยใจ จนต้องมีการตั้งสมาคมมายกย่องเชิดชู ได้มาแล้วได้อะไร? ใครเห็นว่าคุณดีเด่ นอกจากจะมองอย่างขบขัน เป็นตัวตลกไร้ค่า ถูกหลอกให้เสียทรัพย์ไปเท่านั้นเอง

ผมคิดว่าน่าจะมีหลายๆ คนได้รับจดหมายอย่างผม บางท่านอาจจะพอใจทำตามที่เขาแนะนำ หรือบางท่านจะโยนลงถังขยะอย่างผมก็อาจเป็นได้ ทางแก้ของเราในวันนี้ คือ นอกจากจะสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนเก่งแล้ว ต้องสอนให้เขาเป็นคนดี รับผิดชอบต่อสังคมและบ้านเมือง มีคุณธรรม มีน้ำใจต่อผู้อื่น ประเทศเรามีคนเก่งเยอะ แต่เราขาดแคลนคนดี ขาดคนที่มีคุณธรรม จริยธรรมในจิตใจ (มิใช่แต่เปลือกนอก) ประเทศของเรามักจะยกย่องคนที่ทรัพย์สมบัติ ว่าเป็นคนเก่งคนดี ทั้งๆ ที่ไม่ทราบที่มาว่า ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นเขาได้มาด้วยวิธีการอย่างไร?

เราจึงได้เห็นการคดโกง คอรัปชั่น แทรกอยู่ในทุกอณูของสังคมไทย จะเห็นได้ว่า มีหลายๆ คนที่มีเงิน ร่ำรวย (ไม่ต้องกล่าวถึงที่มาว่ามาจากไหน) มีบริวารที่ซื้อหาได้ด้วยเงินจำนวนมาก แต่ขาดเกียรติยศ จึงพยายามหาทางให้ได้สายสะพายด้วยการบริจาคมหาศาล หรือใช้ทางลัดคือเล่นการเมือง (เพราะง่ายกว่า เป็นท่านผู้ทรงเกียรติได้เร็ว) จากการเมืองท้องถิ่น ระดับตำบล (อ.บ.ต. แถวๆ บ้านผมเขาเรียก อมทุกบาททุกสตางค์) เทศบาล จังหวัด ระดับประเทศ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น? ก็เห็นๆ กันอยู่แล้วในข่าวคราวทางวิทยุ-โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เรามีท่านผู้ทรงเกียรติระดับนักมวยอาชีพ ระดับนักกรีฑา (วิ่งหางบประมาณมาให้บริษัทลูกเมียประมูล) ระดับนักพูดโวหาร (พาลทะเลาะ ไม่มีเหตุผลขอให้ลูกพี่ชนะ) แล้วลามมาถึงประชาชนเดินดินที่มาทะเลาะกันเองเพราะใส่สีเสื้อต่างกัน

kru lao

เรื่องที่ 2 "ครูเรามีคุณธรรม จริยธรรมเพียงใด?" ผมต้องกราบขออภัยหากสิ่งที่ผมกล่าวถึงนี้ ไปกระทบกับจิตใจของเพื่อนๆ บางคน แต่ผมขอพูดหน่อยเถอะครับ ยอมถูกด่าเพราะไม่มีคนอื่นกล้าพูดออกมาให้สังคมรับรู้บ้าง ทุกเรื่องเป็นความจริงที่พบด้วยตนเอง แต่ขอสมมุตินามและสถานที่แทนนะครับ เมื่อมีคนในสังคมถามคำถามอย่างที่ผมยกมานี้ คุณมีความรู้สึกอย่างไร? สำหรับผม เจ็บครับ เพราะผมก็เป็นครู เป็นส่วนหนึ่งของผู้ประกอบอาชีพนี้

ประเด็นที่หนึ่ง การเลือกตั้งผู้แทนครู ในทุกระดับการเลือกตั้งที่ผ่านมาคุณคงเคยได้ยิน หรือบางท่านได้เห็น ว่ามีการหาเสียงที่เลียนแบบนักการเมืองน้ำเน่า ถ้า ไอ้เกล้ากระผมได้เป็นตัวแทนของท่านจะช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของพวกท่านตามช่องทางและบทบาทหน้าที่ที่พึงกระทำได้ พบปะพูดคุยกับผมได้ทุกเมื่อ แต่... ทั้งๆ ที่เรานั้นอยู่ในวิชาชีพที่มีเกียรติ แต่ก็กระทำการที่ดูน่ารังเกียจมากมาย ตั้งแต่การซื้อเสียงด้วยการให้ของกำนัล ชักจูง เลี้ยงสังสรรค์ ให้ค่าน้ำมันรถนำเพื่อนครูในหน่วยมาลงคะแนนให้ สารพัด แล้วผลที่ได้กลับมานั้นตรงกันข้ามกับการหาเสียงในวันก่อน เช่น การย้ายสถานที่ทำงานต้องจ่ายตามระยะทาง (กิโลเมตรละเท่าไหร่คูณมาได้หลักหมื่นหลักแสนเหมือนกัน) เรื่องความดีความชอบนี่ก็เป็นเรื่องที่พูดถึงกันมาก (จำได้ไหม สมุดบันทึกความดี ทำไปเถอะ หนาชั่งกิโลได้ก็ไร้ประโยชน์) เพราะหลักการพิจารณาคือ ดูว่าชอบก่อนหรือไม่? เขาคือใคร คนของใคร ชอบหรือไม่ชอบ? ถ้าชอบเท่ากันค่อยมาดูความดี (ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ดูเพราะครบโควต้าแล้ว) เชื่อหรือไม่?

ประเด็นที่สอง นี่สดๆ ร้อนๆ เลย ท่านเป็นครูท่านรู้จักวิธีการวัดและประเมินผลหรือไม่? วิธีการสอบ กฏและระเบียบในการสอบ ท่านรู้ดีมิใช่หรือ? เวลาทำการสอบนักเรียนในโรงเรียน นักเรียนต้องไม่นำเครื่องมือสื่อสารเข้าห้องสอบ นั่งที่โต๊ะสอบตามที่กรรมการกำหนด ตั้งใจทำข้อสอบด้วยตนเอง ไม่รบกวนผู้อื่น มีปัญหาให้ยกมือเพื่อให้กรรมการคุมสอบแก้ไขปัญหาให้ ไม่คัดลอกข้อสอบด้วยวิธีการใดๆ ทำข้อสอบเสร็จออกจากห้องสอบและไม่ส่งเสียงรบกวนผู้อื่น

ใช่หรือไม่ครับ? แล้วทำไมเมื่อทำการสอบเยียวยาที่ผ่านมา ครูจึงไม่ทำตามกติกาของการสอบ มีผู้มานั่งช่วยสอบให้ มีติวเตอร์นั่งวิเคราะห์โจทย์และบอกคำตอบ ส่งเสียงรบกวนโห่ฮาด้วยความพึงพอใจเหมือนตอนที่ถูกล็อตเตอรี่ก็ไม่ปาน ที่อื่นผมไม่รู้นะ แต่สนามสอบที่ผมเห็นกับตาและเดินผ่านไปมาเห็นเป็นอย่างนั้น

ผมยกเอาข้อความนี้มาจากเว็บกูรูออนไลน์นะครับ "*** ขณะนี้มีผู้ที่หลอกลวง คุณครู เพื่อหวังผลต่างๆ เช่น มีการติวข้อสอบ หรือการรับจ้างทำผลงาน กลุ่มคนเหล่านี้เป็นกลุ่มคนที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย*** อย่าหลงเชื่อ...พวกที่หากินกับครู โดยเด็ดขาด.... หากทุกท่านทำงานด้วยความตั้งใจและเสียสละ ผลที่เกิดขึ้นมีต่อผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ ก็เชื่อมั่นได้ว่าท่านเป็นคนที่มีคุณภาพ....."

maepoo

ผมไม่ตอบประเด็นเรื่องที่สองนี้นะครับ ท่านไปคิดต่อกันเอาเอง ถ้าพวกเราแม่ปูยังเป็นอย่างนี้ ลูกปูของเราจะเป็นอย่างไร? ไม่ยากต่อการคาดเดาจริงๆ...

ยังมีอีกหลายโรค รอสักหน่อยจะเล่าสู่กันฟัง... Laughing

2019 Copyright @KruMontree.com : เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม Rights Reserved.
Owner : Montree Kotkanta, e-M@il : webmaster at krumontree.com, Mobile phone : 08-1878-3521, 08-3462-4996