foto1
ความงดงามการศึกษาไทย
foto1
เพื่อ?
foto1
ไม่เข้าใจ?
foto1
วิทยากรที่กระทรวงศึกษาธิการ สปป.ลาว
foto1
ท่องทะเลทรายที่ดูไบ UAE


blood donate 2

adv 300x250

Friendly Links

เรียนรู้ภาษา html
isangate banner
easyhome banner
ipst banner
enter-kidsd
sakdibhornssup foundation
13 Thai free fonts
speedtest

Facebook Likebox

No. of Page View

Online ayear 01

ห็นหัวข้อแล้วอย่าเพิ่งโวยวายนะครับ เพราะเข้าใจได้ว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น คุณครูในโรงเรียนทั่วประเทศต่างก็ปวดเศียร เวียนเกล้า กุมขมับ กับการรีบเร่งสำรวจจำนวนนักเรียนที่เรียนออนไลน์ ตามไปถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนนักเรียน ผู้ปกครอง เอาเลขที่บัญชีเงินฝากผู้ปกครองมาสรุปรวบรวม กำลังจะเสร็จพลันก็มีข่าวตามมาว่า หยุดไว้ก่อน เดี๋ยวจะโอนเงินไปที่เขตฯ เขตโอนเงินไปโรงเรียน โรงเรียนเอาไปแจกจ่ายให้ผู้ปกครอง แล้วครูทั้งประเทศก็ได้แต่บ่น

อีหยังว่ะ ตรูอดหลับอดนอนมาเกือบ 7 วัน นี่กลายเป็นอากาศธาตุไปแล้ว ฮ่วย! "

คิดให้รอบคอบก่อนสั่งการได้ไหม? แสดงให้เห็นได้เลยว่า Big Data มันบิ๊กแต่ชื่อ สำรวจมากี่ปีกี่ชาติก็เป็นเศษกระดาษอยู่ดี ไม่เคยได้เอาไปใช้ประโยชน์สักนิดหนึ่ง กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกระทรวงที่สำรวจข้อมูลบ่อยที่สุดในประเทศไทย จนน่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "กระทรวงสำรวจทรัพยากรเพื่อการศึกษาแห่งชาติ" ได้แล้ว กระทรวงที่ได้ชื่อว่า "มีนักการศึกษา นักบริหาร จำนวนมาก แต่ก็เป็นการบริหารข้อมูล 0.1 บนกระดานชนวน ที่พอพ่นน้ำลายออกมามากๆ ข้อมูลบิ๊กๆ ก็ลบเลือนไปสิ้น จนต้องสำรวจใหม่ทุกครั้งไป" จริงไหม?

"ตอนนี้ สพฐ.ไม่ห่วงเลย หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ ON-SITE ได้ทั้งปี เพราะเราได้เตรียมความรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน และมีการนับเวลาเรียนให้ และ สพฐ. ยังมีแนวคิดเพิ่มเติมในส่วนของการเรียนการสอนที่จะต้องมีการลงมือปฏิบัติ จะทำในรูปแบบ ONLINE ออกมาอย่างไร โดยอาจจะมีคลิปวีดีโอตัวอย่างจากโรงเรียน และให้นักเรียนทำตาม ทั้งในเรื่องการเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทดลองวิทยาศาสตร์ หรือ การเรียนวิชาพละศึกษา รวมถึงมีการวัดและประเมินผลด้วยวิธีอื่นให้ด้วย เช่น การสอบรูปแบบ ONLINE ผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งเราจะใช้ตัวชี้วัดเดิม แต่จะต้องเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน" นายอัมพร พินะสา  เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าว (ครูน้อยๆ ได้ฟังแล้วก็ หึหึ ในลำคอ 🤣😂😁 ส่วนครูวัยใกล้เกษียณนั้น ฟันปลอมถึงกับกระเด็นหลุดไปนอกโรงเรียนเลยทีเดียว 😭😭😭 ด้วยสมเพชตัวเอง)

Online ayear 02

การเรียนออนไลน์ในปัจจุบันนี้ ไม่ได้เริ่ดหรูแบบในภาพด้านซ้ายมือนะครับ ไม่ได้มีเครื่องมือประเภทคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แทปเล็ต สมาร์ทโฟนใช้งานกันทั่วทุกตัวคน นี่ไม่ได้หมายถึงในชนบทห่างไกลปืนเที่ยงเท่านั้นนะครับ เด็กนักเรียนในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล หรือในตัวเมืองใหญ่ๆ ที่ผู้ปกครองมีฐานะหาเช้ากินค่ำ หาค่ำยันสว่างต่างก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน บางครอบครัวมีลูก 2-3 คนในวัยเรียน มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวที่พอใช้เรียนได้บ้าง แต่พ่อ-แม่ก็จำเป็นต้องใช้ทำมาหากินในสภาวะที่อัตคัทขัดสนเช่นนี้ จะทำอย่างไรดีครับ สพฐ. ไม่ได้เดือดร้อน แต่ "ครู" ที่เป็นลูกน้องท่านนะหัวหมุนกันเป็นลูกข่างแล้วนะขอรับ จ้องมองลงไปหาพวกเขา ถามเขาสักคำหน่อยปะไร อย่าได้แต่สั่ง สำรวจๆๆๆๆ จนเขาจะเปลี่ยนชื่อกระทรวงกันแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาและอุปสรรคในการเรียนออนไลน์อื่นๆ อีกมากที่ไม่ใช่เรื่องของอุปกรณ์ อาทิ ผู้ปกครองไม่มีเวลาในการดูแลบุตรหลานระหว่างการเรียนออนไลน์ รูปแบบการสอนที่ไม่จูงใจทำให้เด็กนักเรียนมีสมาธิไม่เพียงพอ เกิดปัญหาการไม่เข้าใจบทเรียน ความไม่เสถียรของระบบอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อทำให้การเรียนไม่ต่อเนื่อง และปัญหาสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยไม่เหมาะกับการเรียนออนไลน์ และอีกส่วนหนึ่ง แม้ผู้ปกครองจะมีเวลาอยู่บ้านแต่ก็สอนลูกหลานไม่ได้ ด้วยผู้ปกครองก็มีความรู้ไม่เพียงพอที่จะสอนเด็ก หรือความรู้ที่เคยเรียนในอดีตก็เอามาใช้กับการเรียนในยุคสมัยปัจจุบันไม่ได้

Online ayear 03

การเรียนออนไลน์ที่ได้ผลดีนั้น จะต้องมีสภาพที่คล้ายคลึงกับการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ นั่นคือ จะต้องมีปฏิสัมพันธ์กันทั้งระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียนด้วยกัน ซึ่งมันหมายถึง การเรียนพร้อมกันในห้วงเวลาเดียวกัน เรียนพร้อมกัน ที่ครูสามารถเห็นผู้เรียนได้ทั่วถึงในเวลาสอน ครูต้องป้อนทั้งคำถาม คำแนะนำกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ มีการแลกเปลี่ยนระหว่างเพื่อนในห้องเรียน ได้อภิปราย ได้ซักถามได้หากสงสัย แต่...

ในเมื่อเป็นการเรียนในสภาวะขาดแคลนเยี่ยงนี้ ทุกกิจกรรมที่คาดหวังก็ไม่สามารถจะกระทำได้ ไม่รู้แม้กระทั่งนักเรียนได้เข้าใจในเนื้อหาบทเรียนไหม การให่ใบงานโดยที่นักเรียนก็ไม่เคยมีความรู้และเข้าใจในเรื่องนั้น ให้ศึกษาเอง แล้วตอบคำถาม ผลที่ได้ก็คงไม่เป็นดังที่ครูหวังแน่นอน

Online ayear 04

แนวทางการจัดการสอนและเรียนออนไลน์ โดย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย เป็นข้อเสนอแนะแนวทางการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ คำแนะนำทั่วไปสำหรับผู้ปกครอง ครู โรงเรียน ได้นำไปเตรียมการเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพตามความเหมาะสมของแต่ละช่วงวัย

คำแนะนำทั่วไปสำหรับผู้ปกครอง

  • เปิดใจยอมรับว่า การเรียนออนไลน์ของลูกเป็นสิ่งจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส มองในด้านดีว่า การเรียนออนไลน์อาจช่วยพัฒนาทักษะด้านไอทีของลูก และช่วยให้ลูกไม่เสียโอกาสในการเรียนรู้ ในขณะเดียวกันควรเตรียมใจว่า พ่อแม่ต้องเหนื่อยมากขึ้น เพราะต้องช่วยกำกับดูแล ช่วยครูสอน ช่วยลูกเรียน นั่นคือพ่อแม่ต้องเรียนไปพร้อมกันกับลูก
  • รีบแจ้งทางโรงเรียนและคุณครูประจำชั้นให้ทราบโดยเร็ว เมื่อมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ที่ทำให้ไม่สามารถจัดเตรียมการเรียนออนไลน์ให้ลูกได้ เพื่อทางโรงเรียนจะได้ช่วยหาแนวทางอื่น ในการช่วยให้เด็กได้เรียนเท่าทันเพื่อน
  • เมื่อพร้อมให้ลูกเรียนออนไลน์ พ่อแม่ควรเรียนรู้วิธีการใช้เทคโนโลยี หรือแอปพลิเคชันต่างๆ ที่ลูกจำเป็นต้องใช้ ในการเรียนออนไลน์
  • จัดห้องหรือสถานที่ที่จะให้ลูกนั่งเรียนให้เหมาะสม ไม่มีเสียงรบกวน ไม่พลุกพล่าน ไม่มีสิ่งเร้าที่จะทำให้ลูกว่อกแว่ก หากเป็นไปได้แยกไม่ให้น้องมารบกวนพี่ หรือพี่ไปรบกวนน้อง ขอความร่วมมือผู้ใหญ่ในบ้านไม่ให้มาชวนคุย หรือคอยส่งน้ำส่งขนมระหว่างที่ลูกกำลังเรียน
  • จัดตารางเวลาสำหรับทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ตื่นนอน รับประทานอาหาร พักผ่อน เล่น ออกกำลังกาย เข้านอน ฯลฯ ให้ใกล้เคียงกับตารางเวลาในช่วงปกติที่ลูกไปโรงเรียนเท่าที่เป็นไปได้
  • ศึกษาวิธีการตั้งค่าการควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต (Parental control) เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกแอบเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เล่นเกม หรือดูยูทูป (ที่ไม่เกี่ยวกับการเรียน) ระหว่างการเรียนออนไลน์
  • พูดคุยกับลูกถึงสิ่งที่ได้เรียนในแต่ละวัน ช่วยทบทวน ตรวจทานงานที่ได้รับมอบหมาย หรือการบ้าน
  • ผู้ใหญ่ในครอบครัวควรช่วยเหลือกัน อย่าผลักภาระในการช่วยลูกเรียนออนไลน์ ให้เป็นความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง เพราะงานนี้เป็นงานที่หนัก ท้าทาย และกระตุ้นใหเ้กิดความเครียดได้ง่าย

Online ayear 05

  • อย่าละเลยการทำกิจกรรมออฟไลน์ร่วมกันกับลูก เช่น อ่านนิทาน ร้องเพลง เต้นรำ วาดรูป ทำงานศิลปะ ประดิษฐ์สิ่งของ ทำอาหาร ทำงานบ้าน ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ผู้ปกครองควรตระหนักว่า การเรียนรู้ของลูกๆ ยังสามารถเกิดขึ้นได้มากจากประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิตที่ลูกได้สัมผัสในแต่ละวัน
  • ติดต่อกับผู้ปกครองของเพื่อนลูก และจัดให้มีกิจกรรมร่วมกัน ตั้งกลุ่มผู้ปกครองเพื่อช่วยเหลือกันในการจัดการเรียน การทำงาน เพราะหลายๆ ครอบครัวอาจประสบปัญหาเช่นเดียวกัน
  • ร่วมมือกับคุณครู ติดต่อพูดคุยกับคุณครูอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับทราบเนื้อหาที่ลูกต้องเรียน งานที่ลูกต้องทำส่ง แผนการสอนของครู และสิ่งที่คุณครูต้องการให้ผู้ปกครองช่วย
  • บอกกับตัวเองให้ได้ว่า ลูกไม่จำเป็นต้องได้ความรู้เต็มที่ หรือได้ทุกสิ่งทุกอย่างจากการเรียนออนไลน์ ทักษะอื่นๆ ที่จำเป็นต่อพัฒนาการของเด็กหลายอย่างไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการเรียนออนไลน์เพียงอย่างเดียว พ่อแม่จึงไม่ควรจริงจัง เครียด หรือวิตกกังวลมากเกินไป การเรียนออนไลน์ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เป็นเพียงมาตรการเสริมชั่วคราว เมื่อโรงเรียนไม่สามารถเปิดการเรียนการสอนได้ตามปกติ
  • หมั่นสำรวจอารมณ์ และระดับความเครียดของตัวเอง พึงระลึกว่า หากพ่อแม่หงุดหงิด เครียด หรือใส่อารมณ์กับลูก ขณะกำกับลูกระหว่างที่เขากำลังเรียนออนไลน์ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการเรียนรู้ของเขา หากรู้ตัวว่าตัวเองอารมณ์ยังไม่พร้อม พ่อแม่ไม่ควรกดดันตัวเองให้ช่วยลูกเรียนออนไลน์ ความรู้ที่ลูกมีเพิ่มขึ้น อาจไม่คุ้มกับความสัมพันธ์อันดีระหว่างพ่อแม่ลูกที่จะเสียไป

Online ayear 06

คำแนะนำทั่วไปสำหรับครูและโรงเรียน

  • สำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็ก การเรียนการสอนแบบออนไลน์ยังไม่สามารถทดแทนการสอนโดยครูตามปกติได้ทั้งหมด
  • สำรวจความพร้อม 3 ด้านก่อนจัดการสอนออนไลน์ ได้แก่ ความพร้อมของโรงเรียนและตัวคุณครู ความพร้อมของตัวนักเรียน และความพร้อมของผู้ปกครอง ความพร้อมทั้ง 3 ด้านนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การจัดการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ประสบความสำเร็จ
  • พึงตระหนักอยู่เสมอว่า นักเรียนและผู้ปกครองแต่ละครอบครัวมีข้อจำกัดในการเรียนรู้แบบออนไลน์เสมอไม่มากก็น้อย
  • หากเป็นไปได้ ผู้บริหารโรงเรียน และครูประจำชั้น ควรได้มีโอกาสเยี่ยมบ้านของนักเรียนในความรับผิดชอบทุกคน ก่อนหรือระหว่างการจัดการสอนออนไลน์ เพื่อสำรวจและรับฟังปัญหาอุปสรรคของผู้ปกครองและนักเรียนที่มีจากการ เรียนออนไลน์
  • มีความชัดเจนในสิ่งที่คุณครูต้องการให้ผู้ปกครองช่วย แต่ไม่ควรเรียกร้องหรือคาดหวัง ให้ผู้ปกครองต้องทำหน้าที่ช่วยสอนมากเกินไป พยายามเข้าใจและยอมรับข้อจำกัดของผู้ปกครองบางครอบครัว
  • มีช่องทางช่วยเหลือนักเรียนที่ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ เช่น การจัดให้เด็กกลุ่มนี้ได้ไปเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ กับครูที่โรงเรียน
  • พูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อหาแนวทางการจัดการเรียน การประเมินที่เหมาะสมกับแต่ละครอบครัว ร่วมกันก่อนวางแผนการเรียน/จัดเนื้อหาโดยที่เนื้อหาควรเหมาะสมกับการทำด้วยตนเองของนักเรียน หรือหากต้องมีพ่อแม่ช่วย ควรมีปริมาณและความยากง่ายที่เหมาะสม กับระดับความสามารถของผู้ปกครองและบริบทของครอบครัว
  • ควรมีตัวอย่าง วิธีการสอน และคำแนะนําแก่ผู้ปกครอง หากจำเป็นต้องให้ผู้ปกครองช่วยสอน
  • จัดวิธีการเรียนที่เหมาะสมกับโอกาสในการเข้าถึงการเรียนออนไลน์ของนักเรียน โดยอาจผสมกันทั้งการเรียนในห้องเรียน และการเรียนผ่านสื่อต่างๆ ทั้งออนไลน์หรือออฟไลน์ ผ่านสมุด หนังสือเรียน แบบฝึกหัด หรือใบงาน ที่โรงเรียนส่งให้ทางอีเมล หรือทางไปรษณีย์
  • การสอนออนไลน์ที่มีลักษณะโต้ตอบกัน หรือสื่อสารสองทาง (interactive teaching) ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียนได้ดีกว่าการใช้วิธีเปิดวิดีโอการสอนให้นักเรียนดูเพียงอย่างเดียว ซึ่งตัวอย่างสื่อที่เหมาะสมตามวัยของนักเรียน และแอปพลิเคชันทางการศึกษาต่างๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่
  • ระยะเวลาในการเรียนออนไลน์ควรมีความเหมาะสมกับอายุของนักเรียน โดยนักเรียนอายุ 3-5 ปี ควรเรียนประมาณ 30-60 นาที/วัน นักเรียนอายุ 6-9 ปี ควรเรียนประมาณ 90-120 นาที/วัน นักเรียนอายุ 10-12 ปี ควรเรียนประมาณ 120-180 นาที/วัน และนักเรียนอายุ 13-18 ปี ควรเรียนประมาณ 180-240 นาที/วัน
  • งานที่มอบหมายให้นักเรียนทำ ควรใช้ระยะเวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 1 ชั่วโมงต่อวัน
  • จัดเวทีให้ผู้ปกครองแต่ละห้องเรียน แต่ละระดับชั้นมาแลกเปลี่ยนเทคนิควิธีจัดการให้การเรียนออนไลน์ของลูกเป็นไปอย่างราบรื่น
  • ครูควรได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ และได้รับการอบรมทักษะการจัดการเรียนทางไกลหรือออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ (แต่ไม่ใช่มากจนครูเองไม่มีเวลาจะทำการสอน ความเห็นของผมเอง)
"ตอนนี้ สพฐ.ไม่ห่วงเลย หากไม่สามารถจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ ON-SITE ได้ทั้งปี เพราะเราได้เตรียมความรูปแบบการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน และมีการนับเวลาเรียนให้ และ สพฐ.ยังมีแนวคิดเพิ่มเติมในส่วนของการเรียนการสอนที่จะต้องมีการลงมือปฏิบัติจะทำในรูปแบบ ONLINE ออกมาอย่างไร โดยอาจจะมีคลิปวีดีโอตัวอย่างจากโรงเรียน และให้นักเรียนทำตาม ทั้งในเรื่องการเรียนที่เกี่ยวข้องกับการทดลองวิทยาศาสตร์ หรือ การเรียนวิชาพละศึกษา รวมถึงมีการวัดและประเมินผลด้วยวิธีอื่นให้ด้วย เช่น การสอบรูปแบบ ONLINE ผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งเราจะใช้ตัวชี้วัดเดิม แต่จะต้องเปลี่ยนวิธีการ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน"
https://www.kroobannok.com/89175

 Online ayear 07

วันที่ 16 สิงหาคม 2564 ก็มีการออกมา แถ ลง "ลดภาระทางการศึกษา" ของเจ้ากระทรวงขนาบข้างด้วยบรรดา Wall Paper (ให้ข่อยมีส่วนนำแหน่) ซึ่งจบไปแบบ งง งง #NgongNging #แบบนี้ก็มีด้วย ผู้บริหารโรงเรียนบางคนอุตส่าห์ส่ง Link แถลงช่าวไปให้ "ผู้ปกครอง" ช่วยกันฟังจะได้ไม่ต้องมาอธิบายซ้ำอีก #อายจุง อยากเป็นนกกระจอกเทศ 555++ #กรีดร้อง อยู่ในใจเป็นหมื่นแสนล้านคำ มีเสียงเอ็ดอึงต่อมาว่า "อิหยังว่ะ สิเอาจั่งใด๋แท้แหมกระทรวงศึกษานี้"

แล้วก็มีครูยอดนักสรุปความสอดแทรกมาว่า "สรุปจ่ายเงินภายใน 7 วัน (ภายในเดือนสิงหาคมนี้) สนับสนุน internet มือถือ 79 บาท เน็ตบ้าน 84 บาท #จบข่าว"

แล้วเสียงเพลงอมตะจากนักร้องขวัญใจวัยเกษียณ ดาวใจ ไพจิตร ก็แว่วมาทันที ...ทำไม(ถุง)ทำกับฉันได้...

"ดาวใจ ไพจิตร" เพลง "ทำไมถึงทำกับฉันได้"

นโยบายความเป็นส่วนตัว Our Policy

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา ที่นี่ใช้คุกกี้ (Cookies) เก็บข้อมูล เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น อ่านนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) และนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy)