- Details
- Written by: ครูมนตรี โคตรคันทา
- Read Time: 1 min
- Hits: 51

เมื่อก่อนตอนมีไฟอยู่ในวงการอาชีพครูก็จะมีบทความบ่นเรื่องนั้น เรื่องนี้ออกมา อาจจะเดือนละครั้ง-สองครั้ง ช่วงพีคๆ มีเรื่องราวมากมายอาจมากถึงอาทิตย์ละครั้ง แต่เพลานี้ไฟเริ่มมอดๆ แต่ก็กลัวเพื่อนๆ จะลืมเลยขอเป็นปีละครั้ง หรือปีละสองครั้งก็แล้วกันนะ คือบ่นทีไรมันก็วนมาที่เรื่องเดิมๆ ทุกที เหมือนแวดวงการศึกษาบ้านเรามันจะย่ำกับที่ไม่ไปไหนมาไหน รวมทั้งเรื่องที่จะบ่นในวันนี้ก็เป็นเรื่องที่เขียนถึงมาหลายครั้งแล้ว
80% ของครู 9 แสนคน (ประมาณ 7.2 แสนคน) มีหนี้รวมกันกว่า 1.4 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ครูหลายคนเหลือเงินเดือนใช้ไม่ถึงห้าร้อยบาทต่อเดือน รัฐบาลจึงเปิด โครงการแก้หนี้ครูปี 2569 เปิดยื่นกู้ 5 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ 2569 วงเงินกู้สูงสุด 700,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี ลดต้นลดดอก ผ่อนนาน 13 ปี เพื่อปิดหนี้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูง"
ครูเกษียณ 100 ชีวิต รุดยื่นหนังสือ เดือดร้อนหนักเป็นหนี้ตอนแก่ ขอต้นสังกัดช่วยเหลือ
นี่ข่าวเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์มติชน ได้เสนอข่าวว่า ตัวแทนข้าราชการบำนาญ กว่า 100 คน จึงได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อศูนย์ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคคลากรทางการศึกษา เพื่อขอให้เร่งรัด และหาทางแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง เนื่องจากปัญหาหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นหนี้หมักหมม จนไม่สามารถหาทางออกได้ หลายคนต้องฆ่าตัวตาย กลายเป็นโรคซึมเศร้า ส่งผลให้คุณภาพชีวิตในวัยเกษียนอยู่อย่างไร้เป้าหมาย และไร้ศักดิ์ศรีของความเป็นครู
ใครควรเป็นคนแก้ปัญหา
- Details
- Written by: มนตรี โคตรคันทา
- Read Time: 1 min
- Hits: 477

อำลาศักราชเก่า เข้าสู่ศักราชใหม่ ๒๕๖๙ ขอให้พี่น้องเพื่อนครูไทยทุกท่านได้ทิ้งความยากลำบากในปีเก่าก่อน ได้พบกับสิ่งใหม่ที่ศิวิไลซ์ การงานที่ปราศจากอุปสรรค พบกับลูกศิษย์ที่ดีน่ารัก การงานก้าวหน้ามั่นคงทุกท่านนะครับ สาธุ
หลังจากผ่านพ้นวันปีใหม่มา ลูก-หลานกลับไปทำงานตามหน้าที่ในกรุงเทพมหานครแล้ว ก็ได้เวลามาบ่นสักนิดรับศักราชใหม่กันหน่อย ก็คงจะไม่แพ้ปีเก่าๆ ล่ะนะสำหรับการรับกับงานในภาระหน้าที่ (ที่นอกเหนือจากการสอน) ที่แสนจะหนักหน่วงกันอีกต่อไป (โชคดีที่ผมหลุดออกจากวงจรมาเสียก่อน)
- Details
- Written by: ครูมนตรี โคตรคันทา
- Read Time: 1 min
- Hits: 223

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ตุลาคมเดือนแห่งความโศกเศร้าของปวงชนชาวไทย
เดือนตุลาคม เชื่อหรือไม่ว่า เป็นเดือนที่ปวงชนชาวไทยได้สูญเสียดวงใจผู้เป็นที่รักยิ่งเหนือสิ่งใด จากเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มาแล้วหลายครั้ง ซึ่งใน 3 ครั้งหลัง ผู้เขียนได้อยู่ในห้วงแห่งความเศร้าโศกอาลัยของคนไทยด้วย
- 1 ตุลาคม 2411 : พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จสวรรคต
- 23 ตุลาคม 2453 : พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จสวรรคต
- 24 ตุลาคม 2556 : สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สังฆปรินายก (เจริญ สุวฑฒฺโน) สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สิ้นพระชนม์
- 13 ตุลาคม 2559 : พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จสวรรคต สิริพระชนม์พรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติ 70 ปี นับเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ครองราชนานที่สุดในโลก และมีพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทยด้วย "โครงการตามพระราชดำริ" นับพันโครงการ อันเป็นแบบอย่างให้ชาวโลกได้ประจักษ์และนำไปเป็นต้นแบบในหลายๆ ประเทศ
- Details
- Written by: ครูมนตรี โคตรคันทา
- Read Time: 1 min
- Hits: 996

ยังจำได้ไหมกับโครงการ “1 แท็บเล็ต 1 นักเรียน (One Tablet PC per Child)” ยุค “รัฐบาลยิ่งลักษณ์” แท็บเล็ต 2 ล้านเครื่อง กับงบประมาณ 6 พันล้าน ที่ละลายหายไปเหลือแต่ซากแห่งคราบน้ำตา ความไม่พร้อมนานาทั้งครู-นักเรียนและสื่อที่จำเป็น ได้สินค้าคุณภาพต่ำตม กลายเป็นขยะที่ต้องรักษาไว้อยู่หลายปี จนกว่าจะจำหน่ายจากบัญชีพัสดุได้
เรื่องนี้คุณครูหลายคน (50up) คงทันกับเหตุการณ์และจดจำได้ดี หลายคนตื่นเต้นกับนโยบายขายฝันนี้ หลายคนถูกเกณฑ์ให้มาเร่งจัดทำสื่อเพื่อบรรจุลงในเจ้ากระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์นี้ และอีกหลายคนที่ต้องผจญกับปัญหาร้อยแปดจากการแก้ไขปัญหาการใช้งานของครู และนักเรียน















