foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
เปิดภาคเรียนกันแล้ว สำหรับท่านที่ได้อยู่บ้านชิลๆ ไม่รีบเร่งกับการทำงานก็ดีใจด้วย ส่วนท่านที่อยู่ในระบบต่อไปก็ดูเหมือนจะวุ่นวายกับเรื่อง "หลอก บุ๊ก" กันอยู่ คือทุกวันนี้ยังหลอกกันไม่เป็นระบบพอหรือไง? ไม่ต้องห่วงการสอน การให้ความรู้กับเด็กๆ แล้วมายุ่งกับการบันทึกหลอกๆ เพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนแบบเปอร์เซนต์ซึ่งเมื่อก่อนนี้สงสัยว่า การบริหารงานบุคคลมันคงห่วยมาก หลอกได้ไม่สนิทเพียงพอเลยเอาตัวใหม่มาให้ครูได้เรียนรู้การหลอกพร้อมกันทั่วประเทศ งงในงงขอรับ...

KruMontree.com

เว็บไซต์เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม

uboncom 1

edthai revolution(4)

รัฐ “ต้องรู้”บทบาทของครู “ในสนามการศึกษา ปัจจุบัน”

โดย สุทัศน์ เอกา

edu 21th 02การระดมสมอง และ ปรึกษาหารือเรียนรู้ร่วมกัน Educational Brainstorming and Collaborative Online ข้อที่ 2 เพื่อนำเสนอ คสช. และรัฐบาล...

เรียน คสช. รัฐบาล และผู้บริหารการศึกษาในกระทรวงศึกษาธิการ กระผมขอทบทวนบทบาทของ “ครู” ที่เปลี่ยนแปลงไปตามความเป็นจริงของโลก Real world เพื่อที่ท่านจะได้ทำความเข้าใจให้แจ่มแจ้งถูกต้องตรงกับความเป็นจริง และให้ความร่วมมือสนับสนุน “การเรียนการสอนที่เป็นรูปธรรม” ในการพัฒนาการศึกษาของชาติสืบไป...

เมื่อก่อนนี้ ครูเป็นผู้ให้ความรู้ เนื่องจาก “เป็นผู้รู้มาก่อน” คุณครูจึงเป็นผู้ยืน “บอก และอธิบายความรู้” ที่หน้าชั้นเรียน หรือ ยืน Lecture บนโพเดี้ยม โดยมีหนังสือเรียน textbooks เป็นแหล่งความรู้ที่สำคัญที่สุด...

บุคลิกภาพของครู ความเอื้ออาทรต่อศิษย์ ความช่ำชองในเนื้อหาวิชา และกลเม็ดเด็ดพรายในการสอน เป็น Motivation โดยธรรมชาติ.. ผู้เรียนมีหน้าที่รับฟังอย่างตั้งใจ และทำความเข้าใจไปพร้อมๆกับคำสอนของครู และจดบันทึกความจำไว้ในสมุด.. การสอบเป็นการวัดความรู้ว่า ได้ไปจากครูมากน้อยเพียงใด ถ้าได้น้อยต่ำกว่า 50% ต้องไปเรียนซ้ำชั้นในปีการศึกษาถัดไป เรียกว่า “สอบตก” เพื่อฟังคำสอนเรื่องเก่าอีกครั้งหนึ่ง.. และเป็นที่อับอายขายหน้าทั้งตนเอง และวงศ์ตระกูล..

child country

ข้อสอบจากส่วนกลางเป็นเครื่องวัด “ความรู้และความจำ” ของนักเรียนทั่วประเทศ เรียกว่า “ข้อสอบรวม” นักเรียน ม. 8 ที่ได้คะแนนสูงสุด 50 คนแรก มีการประกาศทางวิทยุกระจายเสียง เขาและเธอผู้นั้น จะหล่อและสวยไปตลอดชีวิต... แต่พอมาถึงยุคการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 นี้ เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ ข้อสอบจากส่วนกลาง “ไม่สามารถคงความยุติธรรมในการวัดภูมิปัญญา” นักเรียนในแต่ละภูมิภาคของประเทศได้อีกต่อไป... ดังนั้น ในการจัดการศึกษา และการวัดผลจึงควรเป็น “แบบผสมผสานอย่างเหมาะสมที่สุด” นั่นเอง

ต่อมา... พัฒนาการทางการศึกษาเปลี่ยนไป เนื่องจากสภาพความเจริญของโลก เป็น “โลกาภิวัตน์ Globalization” การไปมาหาสู่ของคนทั้งโลกง่ายขึ้น ความเจริญนี้ไม่หยุดยั้ง พัฒนาไปถึงขีดการติดต่อสื่อสารแบบ “โลกไร้พรมแดน Boundless World” เนื่องจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ โลกทั้งโลกก้าวเข้าสู่ยุค “ไอที หรือ IT” Information Technology หรือ เทคโนโลยีสารสนเทศ และกลายเป็น ICT หรือ Information and Communication Technology ที่แปลว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร..

ปรากฏการณ์นี้คือ การติดต่อสือสารสรพวิทยาการ ข่าวสาร เรื่องราวต่างๆ หลั่งไหลมาจากทุกมุมโลก เข้าสู่เครื่องมือสื่อสาร เช่น อินเทอร์เนตคอมพิวเตอร์ ไอแพต ไอโฟน และโทรศัพท์มือถือ ที่หาซื้อได้ง่ายโดยทั่วไป...

สิ่งนี้ “เกิดผลที่เป็นแรงผลักดัน” ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษามากมาย ทั้งระบบการเรียนการสอน และการบริหารการศึกษา System of Instructional and Education Administration อยางมากมายมหาศาล เช่น

  • แหล่งวิชา มิได้ผูกขาดอยู่ที่ “ครู และหนังสือเรียน Teacher and Textbook” อีกต่อไป เพราะสรรพวิชาความรู้ต่างๆ ทุกแขนงหลั่งไหลเข้าสู่ “เครื่องรับส่วนบุคคล Personal receivers” ดังนั้น คนทุกคนจึงสามารถเรียนรู้ได้เหมือนกันหมด หากต้องการจะเรียนรู้ ก็ย่อมทำได้ทุกเมื่อ...
  • นี้เองจึงเป็นสิ่งผลักดัน ให้ผู้เรียนเปลี่ยนวิธีเรียนรู้หลากหลายที่ได้จากเครื่องมือสื่อสาร และครู “ต้องเพิ่มเติมบทบาทและเปลี่ยนวิธีสอน Be more active and change instruction methods” และจากพัฒนาการของ “ทฤษฏีการเรียนรู้ Learning Theory” ที่ได้พิสูจน์ “ผลดีที่สุด” มาแล้ว คือ ทฤษฏีพฤติกรรมศาสตร์ Behaviorism theory, ทฤษฏีปัญญานิยม หรือ ทฤษฏีของผู้มีปัญญา Cognitivism theory, และทั้ง 2 ทฤษฏีนี้นำไปสู่ ทฤษฏีการสร้างองค์ความรู้ด้วยประสบการณ์ของตนเอง เรียกว่า Constructivism theory ซึ่งทั่วโลกกำลังนำมาปฏิบัติ และประสบผลสำเร็จ เป็นที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วทุกประการ...

edu 21th 07

การเรียนการสอนที่ดีที่สุด คืออะไร.?

การเรียนที่ได้ผลดีที่สุด คือการเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง เรียกว่า Experience Learning หรือ บางท่านเรียกว่า Learning by Doing แปลว่า “เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ” หมายความว่า คนเราจะรู้ซึ้งเข้าไปในจิตวิญญาณของตัวเองได้ ก็ต่อเมื่อได้ลงมือทำการนั้นๆ แล้ว ผิดก็ได้รู้ด้วยตัวเอง ถูกก็ได้รู้ด้วยตัวเอง แก้ไขจากผิดให้เป็นถูกได้อย่างไรก็ได้รู้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น..

การเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเอง เรียกว่า Experience Learning หรือ Learning by Doing มีกระบวนการ ดังนี้...

  1. ให้ “นักเรียนทุกคน” สำรวจตรวจสอบและเก็บข้อมูลทุกด้านแล้วบันทึกไว้เป็นข้อๆ Collect data, Gather information
  2. ครูวิจารณ์ และเสนอแนะการสำรวจ Exploring ที่คลอบคลุมทุกดาน หรือการหาข้อมูล การจัดเก็บข้อมูล การจัดการข้อมูล
  3. แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มย่อย 3-5 คน เพื่อการ Brainstorming เรียนรู้จากกลุ่มด้วยวิธี Cooperative and Collaborative Learning มีการนำเสนอข้อมูลของตน สมาชิกของกลุ่มโต้แย้ง หรือยอมรับ และยืนยันความถูกต้อง เรียบเรียงใหม่ หลอมรวมข้อมูลของแต่ละคนเป็น “อันเดียวกัน” เรียกว่า การสร้าง “นวัตกรรม หรือ Innovation”ของกลุ่ม
  4. ทุกกลุ่มนำเสนอ Innovation หรือ ผลงานนวัตกรรมของกลุ่มตน
  5. ครู นักเรียนในชั้น ทำหน้าที่ Feedback เพื่อความกระจ่างชัดถูกต้องตามความเป็นจริง
  6. คุณครูสรุปบทเรียน หรือ Summarizing
  7. นำไปสู่การแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป..

ท่านทั้งหลายจะเห็นได้ว่า ครูต้องเปลี่ยนบทบาทของตนเอง “และเพิ่มภาระในการเรียนการสอน Increase the burden of Instruction” จากที่เคยยืนสอน และบรรยายอยู่หน้าชั้นเรียน กลายเป็น “บอกความรู้แต่น้อยพอเป็นแนวทาง การหาประสบการณ์ด้วยตนเอง แต่ให้โอกาสผู้เรียน เรียนรู้ด้วยประสบการณ์ของตนเองให้มากที่สุด” จนเกิดเป็นประโยคทองว่า “Teach less, ..Learn more” นั่นคือ

  • Teachers serve in the role of guides, monitors, coaches, tutors and facilitators.
  • Learners are provided with the opportunity for apprenticeship learning in which there is an increasing complexity of tasks, skills and knowledge acquisition.

ท่านที่เคารพ นอกเหนือจากการสร้างสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ Creation of learning environment เพื่อเร้าใจให้อยากเรียน, การออกแบบการสอน Constructional Design, การวางแผนการเรียนรู้ Learning Plan แล้ว.. ตลอดเวลาของคาบการเรียนการสอน แบบ Experience learning หรือ Learning by Doing นั้น คุณครูจะต้องสร้างแรงจูงใจให้เข้าสู่บทเรียน ที่เรียกว่า Motivation เชื่อมโยงความรู้เก่าให้เป็นสะพานไปหาประสบการณ์ ในการสร้างความรู้ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นจากประสบการณ์การเรียนรู้ “ทั้งด้านวิชาการและอื่นๆ Both academic and other” อย่างง่ายๆ ย่อๆ สั้นๆ แต่ชัดเจน..

local culture 01

เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้เวลาในการ Learning by Doing มากที่สุด และตลอดเวลานั้น คุณครูจะต้องสังเกตการเรียนแต่ละคน Observation ประเมินผลพฤติกรรมการเรียน Assessment learning behavior ควบคุมการเรียนรู้ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด และ ทำการ “เสริมศักยภาพ Scaffolding” สำหรับนักเรียนบางคน ที่มีศักยภาพไม่พอให้มีความสามารถพื้นฐานในการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์เรื่องนั้นๆ โดยคุณครูจะใช้ความสามารถทุกทางในการออกแบบการเรียนรู้ และไม่สามารถทิ้งลูกศิษย์คนใดไว้เบื้องหลัง...

ขอย้ำอีกครั้งว่า การเรียนการสอนที่เหมาะสมกับประเทศไทย ในช่วงทศวรรษที่ 2 ของการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 เป็นการเรียนการสอนที่ “ปรับใช้งาน Application” ให้เหมาะสมกับสภาพของการศึกษาประเทศไทย คือ

  1. Behavioral Constructivist Approach ใช้ในการเรียนการสอน เพื่อส่งเสริม หรือ ปรับปรุง ปรับเปลี่ยน หรือ แก้ไข เกี่ยวกับเรื่องของ “พฤติกรรม Behavior” ที่ถือหลักว่า การเรียนรู้คือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เรื่องนี้ ได้เป็นการ “บ่งบอก” หรือ ประเมินผล ได้ชัดแจ้งว่า..นักเรียน นักศึกษาที่ยกพวกไล่ฆ่าฟันกันบนท้องถนน หรือ ก่ออาชญากรรมต่างๆ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายนั้น พวกเขาได้รับการสั่งสอน หรือเรียนรู้อะไรจากโรงเรียนและทางบ้านอย่างไร หรือไม
  2. Cognitive Constructivist Approach เป็นการเรียนรู้ “ด้านวิชาการ หรือ Academic” โดยวิธีการสร้างความรู้ด้วยตนเอง หรือ Learning by Doing จากแหล่งความรู้ หรือ Knowledge Sources” ซึ่งอาจเป็น ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ และ หนังสือแบบเรียน textbook.ฯ. เหล่านี้ เป็นต้น.. ซึ่งถ้าได้ “มีการเรียนการสอน” ตามหลักการ 7 ข้อที่กล่าวไว้ข้างต้นโดยครบถ้วนแล้ว ก็เป็นอันเชื่อมั่นได้ว่า คุณภาพทางการศึกษาของไทยจะก้าวขึ้นไปยืนอยู่แถวหน้า ไม่เฉพาะแต่ในอาเซียน แต่ยังสามารถก้าวไปยืนอยู่แถวหน้าของโลกได้อย่างสง่างามอีกด้วย..

แต่การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ตามที่กล่าวมานี้ “เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง หรือ Continuous learning process” ที่ไม่สามารถลัดขั้นตอนได้ เปรียบเหมือนกับท่อน้ำประปาที่บ้านของเรา ถ้าถูกตัดขาดตอนใดตอนหนึ่งไป แม้เพียงจุดเดียว น้ำก็ไม่ไหลเข้าตุ่ม และท่านก็ไม่มีน้ำใช้ นี้เป็นเรื่องเหตุและผลที่เกิดขึ้นตามธรรมดา

everythingisteacher 02

ดังนั้นผมจึง ”กล่าวโทษอย่างรุนแรง” ว่า การทำให้ครูออกจากการเรียนการสอน แม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของคาบเรียน ก็เป็นอาชญากรรมต่อการศึกษาของชาติ..และเรามีวิธีอื่นที่ดีกว่าตั้งมากมาย หลายทาง ที่สามารถเลือกได้โดยไม่กระทบกระเทือนต่อการเรียนการสอนของคุณครู...

สุทัศน์ เอกา.....................บอกความ

 

2018 Copyright @KruMontree.com : เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม Rights Reserved.
Owner : Montree Kotkanta, e-M@il : webmaster at krumontree.com, Mobile phone : 08-1878-3521, 08-3462-4996