foto1
foto1
foto1
foto1
foto1
ผ่าน "วันเด็ก วันครู" ไปแล้ว ข้างหน้าใกล้ๆ นี่ก็มหกรรมอันยิ่งใหญ่จัดพร้อมเพรียงคือ ติวทั่วประเทศ กับ O-NET เพื่ออะไรก็คงทราบกันดีอยู่ ผลต่อการพัฒนาการศึกษานั้นคงเป็นศูนย์ (จะได้อะไรกับการให้ท่อง จดจำ) แต่ผลต่อความก้าวหน้าในตำแหน่ง เงินเดือนครู ผู้บริหารนั้นมีแน่ เพราะเราบริหารการศึกษาด้วยค่าตัวเลขเชิงประจักษ์ แต่ไม่มี KPI ของความเจริญงอกงามในเยาวชนของชาติแม้แต่น้อยเลย คิดแล้วเศร้าใจมากครับ คงจะปฏิลูบคลำแบบนี้ไปอีกนานล่ะ! พี่น้อง...

KruMontree.com

เว็บไซต์เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม

Ads by KruMontree

adv 300x250

up pisa test

children 18นไทยเรามีความรู้สึกว่า ตนเองต่ำต้อยด้อยค่าทุกที เมื่อมีการรายงานผลการศึกษาว่า เราอยู่ในอันดับท้ายๆ ทั้งในการประเมินจากบางหน่วยงานของต่างประเทศ จากผลการสอบโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) เป็นโครงการประเมินผลการศึกษาของประเทศสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) มีจุดประสงค์เพื่อสำรวจว่า ระบบการศึกษาของประเทศได้เตรียมเยาวชนของชาติให้พร้อม สำหรับการใช้ชีวิตและการมีส่วนร่วมในสังคมในอนาคตเพียงพอหรือไม่ โดย PISA เน้นการประเมินสมรรถนะของนักเรียนวัย 15 ปี ที่จะใช้ความรู้และทักษะเพื่อเผชิญกับโลกในชีวิตจริง มากกว่าการเรียนรู้ตามหลักสูตรในโรงเรียน ในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์

แต่... ถ้าเรามองอีกมุม นักเรียนไทยของเราก็ประสบผลสำเร็จในเวทีโลกมากมายอยู่นะ ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิกวิชาการ การแข่งขันด้านทักษะความคิดกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ อย่าง การแข่งขันหุ่นยนต์ การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ช่างฝีมืออุตสาหกรรม การทำอาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย แต่นั่น มันเป็นกลุ่ม "หัวกระทิ" หรือเปล่า แล้วหางๆ กระทิล่ะจะทำอย่างไร?

ในทัศนะของผมนั้นเชื่อว่า นักเรียนไทยจำนวนมากนั้นมีคุณภาพเพียงพอและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เพียงแต่ระบบการวัดจัดอันดับต่างๆ ไม่สามารถทำให้เด็กกลุ่มนี้เปล่งศักยภาพออกมาได้ จะเหลือแต่นักเรียนกลุ่มหลังเท่านั้นที่เข้าสู่สนามการวัดอย่างเข้มข้น บ่อยครั้ง และถอยหลังลงคลอง อธิบายง่ายๆ "ระบบการศึกษาไทยนิยมใช้ระบบแพ้คัดออก" เช่น แข่งขันกันเปิดรับตรงในการศึกษาต่อเข้าสถาบันอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่เริ่มกันตั้งแต่ต้นปีการศึกษาของนักเรียนระดับ ม. 6 ซึ่งแน่นอน ย่อมได้แต่หัวหระทิแนวหน้าไปทั้งนั้น และการรับตรงกลุ่มนี้ก็ไม่สนใจผลการสอบวัดมาตรฐานระดับชาติต่างๆ เสียด้วย เมื่อมีการสอบวัดผลต่างๆ เราจึงไม่ได้รับความร่วมมือจากหัวกระทิกลุ่มนี้ การเข้าสอบคือการไปฟุบหลับหรือกาๆ ไปเพื่อให้จบ

ภาระหนักจึงตกอยู่ที่นักเรียนกลุ่มหลังที่ต้องสอบๆๆๆๆๆ เพื่อให้ได้ผลเอาไปบวกกับการสอบเข้าศึกษาต่อในวันข้างหน้า แต่เราจะหวังผลที่สูงส่งจากการสอบของนักเรียนกลุ่มนี้ได้อย่างไร และเมื่อสอบบ่อยๆ เข้าก็ยิ่งล้าและเหนื่อยใจ จึงเป็นปัญหาว่า "เราจะทำอย่างไรให้นักเรียนทุกคนในสยามประเทศนี้ตั้งใจสอบเพื่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาของประเทศให้มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น ให้คนไทยได้ไชโยโห่ฮิ้วได้บ้าง" เฮ้อ... พูดไปก็เหนื่อยครับ

mathpro v2 01

เมื่อวาน (26 พฤษภาคม 2557) ทางสมาคมครูวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (สวคท.) ได้เชิญให้ไปร่วมฟังการนำเสนอโปรแกรมประยุกต์ช่วยในการยกระดับการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสอบ PISA ที่ ห้องประชุม Smart Classrom 1 อาคาร 15 ปี ชั้น 5 สสวท. โปรแกรมนี้ชื่อ Math Science Pro เป็นของเกาหลีเอามาแปลเป็นภาษาไทย โดยบริษัท EduPark ทาง สสวท. จะนำไปใช้ในโรงเรียนที่มีห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ม.ต้น จำนวน 175 โรงก่อน และในภาคเรียนนี้จะนำร่องโรงเรียนใน กทม. ก่อน 3 โรงเรียนเพื่อการวิจัยและพัฒนาหาความเหมาะสมต่างๆ ก่อนการขยายผลต่อไป

mathpro v2 02โปรแกรมนี้ทำงานแบบ Web base appliclation มีระบบจัดการข้อมูลของโรงเรียน การจัดการนักเรียน การวินิจฉัยการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นคัดกรอง แยกกลุ่มนักเรียน (อ่อน/ปานกลาง/เก่ง) เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้ดียิ่งขึ้น โดยการใช้ข้อสอบสำหรับการวินิจฉัย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะส่วนใหญ่ครูในโรงเรียนมักจะไม่ค่อยสนใจจุดนี้ ฉันเตรียมมาอย่างไรก็สอนไปอย่างนั้นให้จบๆ จะรู้เรื่อง จะหลับใหล จะเซ็งห่านเซ็งเป็ดยังไงฉันไม่สน เราจึงเห็นเด็กทั้งเก่งและอ่อนต่างก็หนีเรียนพอๆ กัน

mathpro v2 03

มีระบบการจัดการเรียนการสอนให้ เช่น การทำโครงการสอน ช่วยให้สามารถวางแผนการสอนได้ทั้งในระดับรายวันกันเลยทีเดียว ช่วยในการทำแบบทดสอบ เอกสารประกอบการสอน แบบฝึก การบ้าน การวัดและประเมินผลรายหน่วยย่อยของเนื้อหา สามารถพิมพ์เอกสารการสอนและแบบทดสอบประเมินได้ใ นกรณีที่โรงเรียนมีเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เพียงพอ (แต่ตรงนี้ น่าจะเปลืองเอาการเหมือนกัน เว้นแต่นักเรียนและผู้ปกครองจะช่วยจ่าย โดยไม่ต้องซื้อสมุด/หนังสือเรียนวิชานี้ ใช้ชีทจากระบบแทน)

mathpro v2 04

การทำคอนเซ็ปต์เนื้อหา ทำได้ทั้งให้กับนักเรียนทั้งชั้นหรือเฉพาะรายบุคคล เนื้อหาทั้งหมดนี้ระบบจัดการมาให้แล้วทั้งเนื้อหา แบบฝึก แบบทดสอบ ตามหลักสูตรของประเทศเกาหลี ที่ทาง สสวท. ตรวจสอบแล้วเห็นว่าตรงกันกับประเทศไทย ต่างที่จุดประสงค์ปลีกย่อยที่เราต้องปรับปรุงให้เหมาะสมกันต่อไป

mathpro v2 05

เมื่อทำคอนเซ็ปต์ วางแผนการสอนแล้ว จะได้สื่อการสอนสำหรับครูและนักเรียนได้เรียนรู้ร่วมกัน ทั้งแบบเรียนออนไลน์เฉพาะบุคคล หรือครูจะใช้ฉายออกทางเครื่องฉายภาพหน้าชั้นเรียนก็ทำได้ทันที สะดวกมาก

mathpro v2 06

นอกจากนั้นยังมีแบบทดสอบต่างๆ ที่สามารถใช้งานได้ทั้งแบบออฟไลน์ (พิมพ์ออกมาแจกนักเรียน) ครูตรวจจากเอกสารแล้วนำคะแนนที่ได้ไปกรอกลงในระบบ หรือแบบออนไลน์เรียนและตอบคำถามในตัวระบบโดยตรง

รุปจากการนั่งฟังการบรรยาย/สาธิต และทำการทดลองเป็นครูและนักเรียนในระยะเวลา 1 วัน พบว่าคงต้องมีการปรับปรุงอีกมากทีเดียว เนื่องจากเราเอาเนื้อหาจากเกาหลีมาทั้งดุ้นแล้วนำมาแปลเป็นภาษาไทย (ก็คงจะใช้เครื่องช่วยแปลแบบคำต่อคำเข้ามาช่วย แล้วกำหนดเข้าไปในซอฟท์แวร์ให้ทำการช่วยแปล) ผลที่ได้จึงมีการตกหล่น เข้าใจยาก ความหมายเพี้ยน หรือสื่อความหมายผิดๆ ต้องแก้ไขอีกเยอะ เพราะในวิชาคณิตศาสตร์นี่ตกไปหน่อย สลับที่ไปนิด ตอบผิดกันไปเลยครับ อันนี้ก็เข้าใจได้เพราะเนื้อหาและข้อสอบนับแสนข้อ คงต้องใช้เวลากันอีกมากทีเดียว

ตัวระบบเน้นไปที่การแสดงผลรูปแบบ Text base และภาพประกอบ ไม่มีสื่อแอนิเมชั่นเพื่อช่วยให้ระบบแสดงผลได้รวดเร็ว ใช้งานได้ในทุกอุปกรณ์ (พีซี/แท็ปเล็ต/สมาร์ทโฟน) สามารถเพิ่มเนื้อหา ข้อสอบ เข้าไปในระบบอีกได้

ปัญหาในการนำไปใช้ที่ต้องเตรียมตัวและทำการแก้ไขให้ได้ คือ นักเรียนไทยไม่ชอบอ่าน (อาจเพราะอ่านไม่คล่อง จับใจความไม่ได้) เจอเนื้อหา คำถามอธิบายยาวๆ เกินกว่า 8 บรรทัดนี่พวกเขาจะอ่านและทำความเข้าใจได้ไหม ครูต้องหาวิธีการอย่างไร? และนักเรียนที่จะสอบ PISA คือนักเรียนที่มีอายุ 15  ปี ก็ระดับชั้น ม. 2 ม. 3 นี่แหละครับ คงรู้กันอยู่แล้วว่า นักเรียนระดับนี้กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงของชีวิตอย่างแรง จากวัยเด็กสู่วัยรุ่น ครูคงต้องเอาไปคิดต่อครับว่าจะแก้ปัญหาและส่งเสริมการเรียนรู้พัฒนาศักยภาพเขาอย่างไร? ด้วยระยะเวลาอันจำกัดก็เรียนรู้มาได้แค่นี้ หนักอกหนักใจที่จะเอาไปขยาย/อบรม/ติดตามผลการใช้งานในวันข้างหน้าพอสมควร ตอนนี้รอคู่มือการใช้งานฉบับสมบูรณ์และตัวเว็บที่ออนไลน์จริงๆ เสียก่อนครับ เฮ้อ...

 

2020 Copyright @KruMontree.com : เพื่อนครูไทยหัวใจดอทคอม Rights Reserved.
Owner : Montree Kotkanta, e-M@il : webmaster at krumontree.com, Mobile phone : 08-1878-3521, 08-3462-4996