The changed cabin classes on the airplane.

การเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารในอดีตนั้น นับเป็นความหรูหรามีราคาแพงในการเดินทางของชนชั้นสูง (เศรษฐี) ด้วยความรวดเร็วใช้เวลาน้อยกว่าการเดินทางด้วยเรือ รถยนต์หรือรถไฟ แต่เมื่อการพัฒนาด้านการบินมีมากขึ้น มีตัวเลือกจากสายการบินมากมายขึ้น รวมทั้งมี สายการบินประเภทต้นทุนต่ำ (Low Cost) ที่อาจจะลดความหรูหรา หรือลดการให้บริการระหว่างเที่ยวบินลง มีเฉพาะเท่าที่จำเป็น การเดินทางทางอากาศจึงมีราคาที่ถูกลงผู้คนสามารถใช้บริการได้ง่ายขึ้นมาก อย่างไรก็ตาม บนเครื่องบินเองก็ยังมีการแบ่งระดับชั้นในการให้บริการที่มีความแตกต่างกัน ทั้งความสะดวกสบายและราคาที่มีความแตกต่าง ในที่นี้จะยกตัวอย่างราคาตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ – ลอนดอน (BKK-LHR) มาให้เห็นความแตกต่างดังนี้

1. Economy Class (ชั้นประหยัด)

  • ราคาประมาณ : ฿21,000 – ฿45,000 (ไป-กลับ)
  • ระยะเวลาการบิน : ประมาณ 12 – 13 ชั่วโมง (บินตรง) หรือ 15 – 18 ชั่วโมง (มีการต่อเครื่องระหว่างทาง)
  • สายการบินยอดนิยม : แบบบินตรงเช่น การบินไทย (Thai Airways), EVA Air หรือต่อเครื่องราคาประหยัด เช่น Etihad Airways, Emirates, Qatar Airways และ Qatar Airways
  • ความคุ้มค่า : เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการคุมงบประมาณอันจำกัด ได้รับน้ำหนักกระเป๋ามาตรฐาน (ประมาณ 20-30 กก.) และบริการอาหารบนเครื่องครบครัน

2. Business Class (ชั้นธุรกิจ)

  • ราคาประมาณ : ฿80,000 – ฿180,000+ (ไป-กลับ)
  • ระยะเวลาการบิน : เช่นเดียวกับชั้นประหยัด แต่ได้รับความสะดวกสบายเหนือกว่า
  • สายการบินยอดนิยม : การบินไทย (Thai Airways), Singapore Airlines, Emirates, Qatar Airways
  • ความคุ้มค่า : ที่นั่งสามารถปรับเอนนอนราบได้ 180° มีพื้นที่ส่วนตัวสูง (ส่วนใหญ่เป็นแบบ Suite หรือมีประตูปิด) ได้รับสิทธิ์เข้าใช้เลานจ์สุดหรูที่สนามบิน อาหารระดับพรีเมียม และน้ำหนักกระเป๋าเยอะขึ้น (มักจะเริ่มที่ 40 กก.)

3. First Class (ชั้นหนึ่ง)

  • ราคาประมาณ : ฿250,000 – ฿350,000+ (ไป-กลับ)
  • ระยะเวลาการบิน : 12 ชั่วโมง (บินตรง)
  • สายการบินยอดนิยม : การบินไทย (Royal First Class), Emirates, British Airways
  • ความคุ้มค่า : เป็นการเดินทางที่หรูหราที่สุด โดยมีห้องส่วนตัว (Private Suite) บริการอาหารสุดหรู เช่น คาเวียร์ แชมเปญราคาแพง เลานจ์พิเศษสำหรับผู้โดยสาร First Class โดยเฉพาะ และบริการรถลีมูซีนรับ-ส่ง (สนามบิน-ที่พัก)

อย่างไรก็ตาม ราคาค่าโดยสาร ยังแปรผันกับการจองเที่ยวบินล่วงหน้าในระยะเวลาที่ยาวนานแตกต่างกัน ยิ่งจองนานยิ่งราคาถูกกว่าปุ๊บปั๊บทัวร์

หลังจากที่ธุรกิจการบินแทบล้มสลาย เมื่อผจญกับการระบาดของโควิด-19 ที่การเดินทางโดยเครื่องบินเป็นอัมพาตไปทั่วโลก มีหลายสายการบินต้องปิดตัวลง หลายสายการบินจำต้องลดจำนวนเครื่องบิน ลดจำนวนนักบิน-ลูกเรือและฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้รอด ในขณะเดียวกันในฝั่งผู้โดยสารก็เริ่มระวังตัวในการใช้จ่าย ถ้ามีการเดินทางก็จะเลือกที่ความคุ้มค่าคุ้มราคา จากเคยใช้บริการชั้นหนึ่งก็ลดลงมาใช้ชั้นธุรกิจ หรือจากชั้นธุรกิจก็มาใช้ชั้นประหยัดแบบพรีเมี่ยม

การพัฒนาด้านการเดินทางด้วยเครื่องบิน ก็มีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ จากการแข่งขันกันของแต่ละสายการบินที่ต่างก็พยายามนำเสนอเพื่อดึงดูดลูกค้า เช่น ความสะดวกสบายของที่นั่ง ระยะห่างระหว่างแถวที่นั่งที่เพิ่มขึ้นทำให้นั่งเหยียดขาได้มากขึ้น จนมีการปรับขยายที่นั่งให้กว้างขึ้น ปรับเอนได้มากขึ้น แล้วตั้งชื่อใหม่เพื่ออัพราคา เช่น Premium Economy ที่ให้ความสะดวกสบายมากกว่าถ้าเดินทางในระยะไกลๆ หรือปานกลางที่ใช้เวลาบินมากกว่า 3 ชั่วโมง

ในขณะเดียวกัน ที่นั่งชั้นธุรกิจ (Business) ก็มีการปรับปรุงให้ห่างชั้นจากที่นั่งแบบชั้นประหยัดพิเศษ ไปใกล้เคียงกับที่นั่งแบบชั้นหนึ่ง (First Class) เข้าไปทุกที เช่น มีประตูกั้นเปิด-ปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว ที่นั่งสามารถปรับเป็นที่นั่งแบบนอนราบได้ (แม้จะแคบกว่าชั้นหนึ่งก็ตาม) แต่มีราคาต่างจากชั้นหนึ่งถึงครึ่งต่อครึ่ง จึงดึงดูดผู้โดยสารมาใช้บริการมากขึ้น โดยที่นั่งชั้นหนึ่งบางเที่ยวบินแทบไม่มีผู้โดยสารเลยก็มี ธุรกิจการบินจึงปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่เพื่อรองรับความต้องการของผู้โดยสารในยุคนี้

การบินไทย (Thai Airways) ประกาศเตรียมยกเลิกที่นั่งชั้นหนึ่ง หรือ First Class ออกจากทุกเส้นทางบิน เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร? ทำไมสิ่งที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราบนท้องฟ้า กำลังจะกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์? และไม่เฉพาะการบินไทยเท่านั้น แต่หลายสายการบินก็เริ่มยกเลิกที่นั่ง First Class กันแล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของลดต้นทุนเท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่สะท้อนภาพกลยุทธ์การตลาดในอุตสาหกรรมการบินที่เปลี่ยนไปด้วย

เมื่อก่อน รายได้ค่าโดยสารกว่า 80% มาจากผู้โดยสารชั้นพรีเมียม (Business และ First Class) ซึ่งมีจำนวนเพียงหยิบมือ เมื่อเทียบกับผู้โดยสารทั้งหมด First Class และ Business Class จึงไม่ได้เป็นแค่ที่นั่งที่กว้างกว่า มีอาหารที่ดีกว่า หรือบริการที่เป็นส่วนตัวกว่า แต่มันคือสัญลักษณ์ของความสำเร็จ และเป็นเครื่องมือสร้างกำไรชั้นดีให้กับสายการบินมาอย่างยาวนาน

เมื่อมีชั้นโดยสารแบบประหยัดพิเศษ (Premium economy) มาคั่นกลางระหว่างชั้นประหยัดกับชั้นธุรกิจ ทำให้ที่นั่งชั้นหนึ่งเริ่มมีคนสนใจน้อยลง จนทางสายการบินเริ่มมองถึงความไม่คุ้มค่าแล้ว ทั้งจากราคาและการบริการที่มีต้นทุนสูงแต่ขายได้น้อยหรือไม่ได้เลยในบางเที่ยวบิน เมื่อ “โลกเปลี่ยนไปแล้ว” การบินไทย จึงมีเหตุผลที่จะยกเลิกที่นั่งชั้นหนึ่งออกไป คือ

1. Business Class วันนี้ หรูหราเทียบเท่า First Class ในอดีต

เทคโนโลยีและการออกแบบที่นั่งในปัจจุบันพัฒนาไปไกลมาก ที่นั่งชั้นธุรกิจ (Business Class) สมัยใหม่สามารถปรับเอนนอนราบได้ 180 องศา (Flat Bed) มีความเป็นส่วนตัวสูง มีจอให้ความบันเทิงขนาดใหญ่ และบริการที่หรูหราแทบไม่ต่างจาก First Class ทำให้ช่องว่างระหว่างสองคลาสนี้ลดน้อยลงเรื่อยๆ

2. ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไป

ในเมื่อ Business Class ก็มอบความสะดวกสบายได้ทัดเทียม ผู้โดยสารส่วนใหญ่จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินแพงกว่าอีกเท่าตัว เพื่ออัปเกรดไปนั่ง First Class ความต้องการที่นั่งชั้นหนึ่งจึงลดลงอย่างมากในช่วงหลัง เหลือเพียงลูกค้าเฉพาะกลุ่มจริงๆ

3. กลยุทธ์ธุรกิจต้องปรับเพื่อความอยู่รอด

การติดตั้งและบำรุงรักษาเคบิน First Class มีต้นทุนที่สูงมาก ทั้งในแง่ของพื้นที่ที่ต้องใช้ (ซึ่งสามารถนำไปใส่ที่นั่ง Business หรือ Economy ได้มากขึ้น) และต้นทุนด้านบริการก็สูง ดังนั้นการยกเลิก First Class แล้วหันไปเพิ่มที่นั่ง Business หรือ Premium Economy ที่มีความต้องการสูงกว่า จึงเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจเพื่อช่วยให้สายการบินบริหารจัดการต้นทุนและสร้างกำไรได้ดีขึ้น

แน่นอนว่า การบินไทย ไม่ใช่สายการบินแรกที่ทำแบบนี้ สายการบินยักษ์ใหญ่ทั่วโลกอย่าง American Airlines, Turkish Airlines หรือ Malaysia Airlines ก็ได้ยกเลิก First Class ไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกัน

การยกเลิก First Class ของการบินไทย ไม่ได้หมายความว่า การบินไทยจะทิ้งตลาดพรีเมียม แต่เป็นการปรับกลยุทธ์ที่จะหันไปโฟกัสที่ ชั้นธุรกิจ (Business Class) และ ชั้นประหยัดพรีเมียม (Premium Economy) ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ตามแผนที่วางไว้ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า การบินไทยจะทยอยปรับปรุงฝูงบินทั้งหมดให้เหลือเพียง 3 คลาส คือ Business, Premium Economy และ Economy และอาจมีการติดตั้งที่นั่ง “Premium Business” ที่แถวหน้าสุดของชั้นธุรกิจ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้โดยสารที่ยังต้องการความพิเศษแบบสุดๆ

นอกจากนี้ ในอนาคตการเพิ่มฝูงบินใหม่ลำตัวกว้างอย่าง Boeing 787 และแบบลำตัวแคบ Airbus 321 Neo ที่จะจัดที่นั่งแบบ Business, Premium Economy และ Economy ทำให้สามารถจัดตารางใช้เครื่องบินทดแทนในเส้นทางต่างๆ สะดวกขึ้น เช่น จำนวนที่นั่งโดยสารน้อยลงในช่วงโลว์ซีซั่น ก็สามารถใช้เครื่องบินลำตัวแคบมาบิน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้นั่นเอง โดยที่มีที่นั่งแบบเดียวกันให้บริการ

บล็อกนี้ท่านจะได้พบกับ

  • My Experience : ประสบการณ์ในการเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ  การฝึกงาน การไปสมัครงานกับสายการบิน การเข้ารับการฝึกเข้าเป็นลูกเรือ ครั้งแรกกับการทำงานบนเครื่องบิน และอื่นๆ
  • Knowledge : ความรู้ในสายอาชีพบริการบนเครื่อง แอร์โฮสเทส สจ๊วต นักบิน และความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับเครื่องบิน สายการบิน และการเดินทางด้วยเครื่องบิน
  • Lifestyle : Review ประสบการณ์สมัครงานลูกเรือของสายการบินต่างๆ รวมทั้งชีวิตสนุกๆ ขำๆ น่าตื่นเต้น ตกใจ ผิดหวังไม่สวยงามดังคิด ก็มี รวมทั้งความหวานๆ ในชีวิตลูกเรือต่างแดน
  • Find Jobs : งานและประกาศรับสมัครงานของสายการบินต่างๆ รวมทั้งวิธีการเตรียมตัวเพื่อเข้าสู่อาชีพนี้
  • Gallery : ภาพชีวิตของผมในช่วงเวลาต่างๆ เผื่อได้มีโอกาสพบเจอจะได้ทักทายกันนะครับ
  • Video : สำหรับกิจกรรมการเตรียมตัว การฝึกอบรมของลูกเรือ และอื่นๆ ที่น่าสนใจครับ

ถ้าสนใจในอาชีพเดียวกับผมก็ติดตามได้ที่นี่ จะมีข่าวมาบอกสม่ำเสมอ ตามเวลาว่างที่ผมพอมี และก็อย่าได้หลงเชื่อเว็บข่าวหลายๆ แห่ง ที่พาดหัวซะเว่อวังชวนให้ไปดูเพื่อเรียกยอดไลค์ ยอดแชร์ อย่าง “ไม่กำหนดความสูง ไม่ต้องสอบ TOIEC สมัครเลย!” เชื่อได้หรือครับ? พออ่านรายละเอียดไปเจอ “ต้องเอื้อมแตะที่ระยะ 212 เซนติเมตร” แต่คุณสูงเพียงแค่ 150 เซนติเมตร ถ้าไม่ใช่สวมวิญญาณแม่นาคพระโขนงไปด้วย ยังไงๆ ก็เอื้อมไม่ถึงล่ะครับ ไม่บอกว่าเอาผลสอบโทอิกแต่ใช้คำว่า Fluency in written and spoken English ถ้าขนาดนี้สอบ TOIEC ได้ 650 ยังเสียวๆ เลยว่าจะผ่านไหม?

ชีวิตคือการเดินทางท่องเที่ยว มีความสุขกับครอบครัวครับ

News! ข่าวการรับสมัครลูกเรือใหม่ในช่วงนี้

ข่าวการรับสมัครทั้งลูกเรือใหม่และลูกเรือมีประสบการณ์ ผมจะให้ลิงก์ไปยังสายการบินนั้นๆ โดยตรงนะครับ พร้อมบอกวันปิดรับสมัครไว้ (ถ้ามี) ส่วนการสมัครจะเป็นการสมัครออนไลน์ พร้อมอัพโหลดรูปภาพ/คลิป/เรซูเม่ CV ไปให้ทางสายการบินทำการคัดเลือกเบื้องต้นก่อน โดยทางสายการบินจะให้เราสมัครสมาชิกกับเว็บไซต์นั้นๆ เพื่อทำการลงทะเบียนความสนใจในงาน/อาชีพนั้น ให้ใช้อีเมล์ที่เราใช้และเช็กเป็นประจำสมัครด้วยนะ แล้วทางสายการบินจะแจ้งขั้นตอนต่อไปว่า มีขั้นตอนดำเนินการอย่างไรต่อไปทางอีเมล์

  • Singapore Airlines : Walk-in-interviews, Suntec Singapore Convention & Exhibition Centre, Level 3 1 Raffles Boulevard Singapore 039593 (Registation will be open Saturday, 22 August 2026 from 9.00 am to 2.00 pm)HOT
  • Emirates : Cabin Crew Register, Phuket, Thailand. (Application Close : September 8, 2026) HOT
  • Emirates : Cabin Crew Register, Bali, Indonesia. (Application Close : August 01, 2026) HOT

Loading