ตุลาคม 13, 2018 | In: Knowledge | Read : 45 views

เที่ยวบินระยะไกล Ultra Long Haul Flight

การบินข้ามโลกระยะไกลไม่หยุดพัก

Ultra long-haul หมายถึง ระยะเวลาการบินของเที่ยวบินที่ “ยาวเป็นพิเศษ” แม้ว่าจะไม่มีคำจำกัดความที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง สำหรับสิ่งที่ถือว่าเป็น “ระยะยาว” แต่คำนี้โดยทั่วไปหมายถึง เที่ยวบินที่มีระยะเวลาบินเกิน 12 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้น เที่ยวบินเหล่านี้มักเป็นเส้นทางที่มีวงกลมใหญ่ ซึ่งมักจะผ่านบริเวณขั้วโลก หรือข้ามเขตเวลา (Time zone) หรือข้ามมหาสมุทร โดยไม่มีการแวะหยุดพักระหว่างทาง


ภายในห้องโดยสารเครื่องบินยุคแรกๆ ที่แสนจะคับแคบและไม่สะดวกสบาย

ในปัจจุบันนี้ ความต้องการเดินทางด้วยเที่ยวบินตรงมีมากขึ้น ผู้โดยสารจำนวนมาก โดยเฉพาะนักเดินทางขาประจำ และนักธุรกิจ มักต้องการเดินทางด้วยเที่ยวบินตรง (Non-Stop) เนื่องจากประหยัดเวลาในการเดินทางมากกว่า (ไม่ต้องรอเปลี่ยนเครื่อง และรับ-ส่งผูโดยสารระหว่างทาง) และสามารถนอนหลับพักผ่อนได้ยาวๆ

การบินระยะทางไกลๆ ไม่หยุดพักระหว่างทาง สายการบินจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องบินที่มีพิสัยการบินระยะไกล บรรทุกเชื้อเพลิงได้มาก มีเครื่องยนตร์ที่ประหยัดน้ำมันมากเป็นพิเศษ ที่สำคัญ เครื่องบินแบบนี้มักจะถูกออกแบบมา ให้มีที่นั่งขนาดกว้างใหญ่กว่าปกติ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย พักผ่อนได้มากขึ้น แต่ก็ต้องแลกด้วยจำนวนที่นั่งที่ลดลง ราคาจึงต้องเป็นแบบพรีเมี่ยม คือแพงหน่อยๆ เพื่อให้คุ้มต้นทุน ส่วนคนไม่รีบเร่งอย่างเรา (อิอิ จะบอกว่าจน จ๊น จน แต่ชอบเที่ยว) การต่อเครื่องหยุดแวะพักระหว่างทางก็ประหยัดเงินในกระเป๋ามากกว่ากันครับ


เครื่องบินใบพัดแบบ Turboprop ในอดีต

จากปี พ.ศ. 2486 ถึง พ.ศ. 2488 สายการบิน Qantas เปิดเที่ยวบิน “The Double Sunrise” (น่าจะหมายถึงเที่ยวบินที่พบตะวันขึ้นสองครั้ง ในการบินเที่ยวเดียว) เป็นเที่ยวบินระยะทาง 5,650 กิโลเมตร จากเมืองเพิร์ธ ในออสเตรเลีย ไปยัง ศรีลังกา ใช้เวลาบิน 28 ชั่วโมง (สูงสุด 33 ชั่วโมง กรณีบินต้านลม) โดยใช้เครื่อง Consolidated PBY Catalina

ตุลาคม พ.ศ. 2500 สายการบิน Trans World Airlines ใช้เครื่อง Lockheed L-1649 Starliner เป็นเครื่องบินแบบลูกสูบติดใบพัดที่ดีที่สุด ในแง่ของความทนทานและบินได้นาน บินระหว่างกรุงลอนดอน อังกฤษ ไปถึง ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ใช้เวลาบิน 23 ชั่วโมง 19 นาที ระยะทาง 8,640 กิโลเมตร

หลังจากนั้น ก็มีอีกหลายสายการบินที่บินในระยะไกลมากขึ้น ด้วยเครื่องบินไอ่พ่นแบบใช้ใบพัด (Turboprop) และพัฒนาต่อมาเป็นเครื่องบินไอพ่น (Turbo Jet) แบบปัจจุบัน ก็ยิ่งบินได้ไกลยิ่งขึ้น การแข่งขันกันในด้านการการออกแบบและสร้างเครื่องบินพาณิชย์จะมี 2 ค่ายหลักๆ ใน 2 ทวีปแข่งขันกัน คือ บริษัท Boeing สหรัฐอเมริกา กับ บริษัท Airbus ในฝั่งยุโรป (สำหรับรัสเซียนั้น แม้จะมีการผลิตเครื่องบินโดยสารจำหน่าย แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมเท่าใดนัก มีใช้ในกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมากๆ เท่านั้น)

เครื่องบินโดยสารของรัสเซีย รุ่นนี้คือ TU-154B

Boeing มีเครื่องบินที่บินระยะไกลคือ Boeing 777-200LR ที่บินได้ไกล 15,843 กิโลเมตร บรรทุกผู้โดยสารได้ 317 ที่นั่ง และล่าสุด B777-8X บินได้ไกล 16,090 กิโลเมตร บรรทุกผู้โดยสารได้ 365 ที่นั่ง

Airbus มี A340-500 ที่มีพิสัยการบิน 16,670 กิโลเมตร บรรทุกผู้โดยสารได้ 293 ที่นั่ง A380 ที่บินได้ไกล 15,200 กิโลเมตร บรรทุกผู้โดยสารได้ 544 ที่นั่ง และ A350-900 บินได้ไกล 15,000 กิโลเมตร บรรทุกผู้โดยสารได้ 325 ที่นั่ง

Airbus A340-500 ที่กินน้ำมันมากไม่คุ้มทุน การบินไทยก็เคยมีรุ่นนี้ (ขายให้ ทอ.แล้ว)

แต่เนื่องจากเครื่องบินโดยสารเหล่านี้ ในตอนเปิดตัวแรกๆ ค่อนข้างจะกินน้ำมันดุมาก ปล่อยมลพิษในอากาศค่อนข้างเยอะ เสียงดังในการบินขึ้นลง จึงมีการพัฒนาเครื่องบินให้สามารถบินพิสัยไกลได้ ด้วยการออกแบบลำตัว และปีกให้เหมาะสมกับหลักอากาศพลศาสตร์ ใช้วัสดุผสมที่มีความแข็งแรงแต่น้ำหนักเบา ออกแบบเครื่องยนตร์ใหม่ให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น มีกำลังมากขึ้น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น (จะเห็นว่าเครื่องบินรุ่นใหม่ๆ มีการลดจำนวนเครื่องยนตร์จาก 4 เครื่องมาเป็น 2 เครื่อง ที่ให้กำลังขับเท่ากันหรือมากกว่า) มารู้จักเที่ยวบินระยะไกลของสายการบินต่างๆ กันดีกว่า

อันดับ 1: Doha – Auckland (Qatar Airways) ระยะทาง: 14,535 กิโลเมตร สายการบิน Qatar Airways ให้บริการเที่ยวบินตรง จากสนามบินฮามาด ในกรุงโดฮา ไปยังสนามบินโอ๊คแลนด์ ในนิวซีแลนด์ ตั้งแต่ต้นปี 2017 ด้วยเครื่องบินแบบ Boeing 777-200LR ใช้เวลาเดินทางประมาณ 17 ชั่วโมงครึ่ง

อันดับ 2: Dubai – Auckland (Emirates) ระยะทาง: 14,200 กิโลเมตร สายการบิน Emirates ให้บริการเที่ยวบินตรงจากดูไบ ไปยังโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ ด้วยเครื่องบินแบบ Airbus A380 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 17 ชั่วโมงครึ่งเช่นเดียวกันกับเส้นทางโดฮา-โอ๊คแลนด์ของ Qatar Airways

อันดับ 3: Los Angeles – Singapore (United) ระยะทาง: 14,114 กิโลเมตร สายการบิน United เป็นสายการบินของสหรัฐอเมริกา ให้บริการเที่ยวบินตรงจากนครลอสแองเจลิส มาสิงคโปร์ทุกวัน ด้วยเครื่องบินแบบ Boeing 787-9 Dreamliner ใช้เวลาเดินทางประมาณ 18 ชั่วโมง ปัจจุบัน เที่ยวบินนี้เป็นเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ที่ใช้ระยะเวลาเดินทางยาวนานที่สุด

อันดับ 4: Houston – Sydney (United) ระยะทาง: 13,828 กิโลเมตร เมื่อเดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมา United เปิดตัวเที่ยวบินตรง จากสนามบินฮูสตัน มลรัฐเท็กซัส ไปยังซิดนีย์ ออสเตรเลีย ให้บริการด้วยเครื่องแบบ Boeing 787-9 Dreamliner ใช้เวลาเดินทางประมาณ 17 ชั่วโมงครึ่ง โดย United เป็นสายการบินแรกของโลก ที่ให้บริการเที่ยวบินตรงจากฮูสตันไปออสเตรเลียอีกด้วย

อันดับ 5: Sydney – Dallas/Ft. Worth (Qantas) ระยะทาง: 13,800 กิโลเมตร Qantas เป็นสายการบินเพียงแห่งเดียวของออสเตรเลีย ที่บริการเที่ยวบินตรงยาวที่สุดจากสนามบินซิดนีย์ โดยเที่ยวบิน ซิดนีย์ – ดัลลัส/ฟอร์ทเวิร์ธ ให้บริการด้วยเครื่องแบบ Airbus A380 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 16 ชั่วโมง 50 นาที

และล่าสุด อันดับ 6: Singapore – New York (Singapore Airlines) ระยะทาง: 15,348 กิโลเมตร ที่สายการบิน Singapore Airlines (SIA) กลับมาเปิดเส้นทางบินตรงไปยังสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง หลังจากที่ปลดประจำการเครื่องบิน Airbus รุ่น A340-500 ไปเมื่อปี 2013 (ซึ่งแอร์บัสซื้อคืนกลับไป แลกกับการที่สิงคโปร์แอร์ไลน์สั่งเครื่องบิน A350-900 ULR (Ultra Long Range) มาใช้งานแทน) เป็นเส้นทางเดียวกับอันดับ 3 ของ United Airlines ที่ใช้เครื่องบินแบบ Boeing 787-9 Dreamliner


สัมผัสพื้นที่ Newark Liberty International Airport กับเที่ยวบินแรกของ SIA A350

โดยเริ่มกลับมาให้บริการในเส้นทางสิงคโปร์ – นิวยอร์ค ด้วยเครื่องบินแบบ Airbus A350-900 ULR เที่ยวบินแรกเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 โดยจะบิน 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ ออกจากสนามบิน Changi International Airport สิงคโปร์ ในวันจันทร์ พฤหัสบดี และวันเสาร์ เวลา 23.37 น. (เวลาสิงคโปร์ เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง) ถึงสนามบิน Newark Liberty International Airport ในวันถัดไปเวลา 05.29 น. (เวลาอเมริกาฝั่งตะวันออก) ใช้เวลาบินประมาณ 17 ชั่วโมง 52 นาที

ที่นั่งแบบ Business Class บน Airbus A350-900 ULR

เที่ยวบิน SQ22 ของ Singapore Airline ใช้เครื่องบินรุ่นใหม่ Airbus A350-900 ULR ที่มีการจัดที่นั่งเป็น 2 Class ประกอบด้วย ชั้นธุรกิจ (Business Class) จำนวน 67 ที่นั่ง ราคาที่นั่งละ 10,500SGD (ราคาประมาณ ขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและเงื่อนไขอื่นๆ ดูในเว็บเองดีกว่านะ คลิกที่นี่) และชั้นประหยัดแบบพรีเมี่ยม (Premium Economy Class มี่ที่นั่งกว้างขวาง ระยะแถวห่างกว่า เพิ่มความสะดวกสบาย) จำนวน 94 ที่นั่ง ราคาที่นั่งละ 4,000SGD รวม 161 ที่นั่ง (Airbus A350-900 รุ่นปกติจะมี 359 ที่นั่ง) Press releasesดูข่าว ที่นี่

ที่นั่งชั้น Premium Economy ของ Singapore Airline จัดแบบ 2-4-2

ก่อนหน้านี้ทุกธุรกิจสายการบิน ก็จะแข่งขันกันในเรื่องความหรูหรา และความสะดวกสบาย แต่นั่นอาจจะเป็นแค่อดีต เพราะช่วงนี้การแข่งขันส่วนใหญ่จะเน้นที่เรื่อง ราคาค่าตั๋วที่ถูก เพื่อจูงใจผู้บริโภคหันมาใช้ ซึ่งมันก็ยังเป็นอย่างนั้นในบางสายการบินอยู่ แสดงให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของธุรกิจสายการบิน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนั้นอาจจะเป็นแค่ในอดีตแล้วเช่นกัน เพราะวันนี้ Singapore Airlines ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินที่บินไกลที่สุดในโลก คือจากสิงคโปร์ไปที่ New York สหรัฐอเมริกา โดยใช้เวลาบินเพียงประมาณ 18 ชม. ซึ่งน้อยกว่าปกติถึงเกือบ 2 เท่า (การบินแวะพักระหว่างทาง เพื่อเปลี่ยนเครื่องนั้นอาจใช้เวลาระหว่าง 33-38 ชั่วโมงเลยทีเดียว)

รูปแบบการจัดวางที่นั่งใน Airbus A350-900 ULR

แต่ด้วยระยะเวลาบินที่ยาวนานทำให้ Singapore Airlines ตัดสินใจเป็นพาร์ทเนอร์กับ Canyon Ranch ผู้ให้บริการ Health Spa Resort เพื่อออกแบบวิธีทำให้ผู้โดยสารนอนหลับได้ลึกขึ้น รูปแบบการยืดเส้นยืดสายบนเครื่อง รวมถึงเมนูอาหารที่ใช้หลักโภชนาการมาช่วย ทำให้ร่างกายรู้สึกดีตลอดเวลา แต่ถ้าไม่อยากรับประทานอาหารแบบนั้น ทางสายการบินก็มีบริการจองล่วงหน้า (Book the Cook) ที่สามารถเลือกอาหารได้ตามต้องการด้วย

ส่วนเรื่องความบันเทิงนั้น บนเครื่องบินรุ่นใหม่ Airbus A350-900 ULR ก็มีภาพยนตร์ และรายการบันเทิงอื่นๆ ทั้งสารคดี กีฬา คอนเสิร์ต ซีรีย์ดังจากโทรทัศน์ให้เลือกรับชมกว่า 1,200 ชม. และถ้าอยากทำงานบนเครื่อง ก็สามารถจ่ายค่าบริการเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 200 Mbps ได้อีก เริ่ดอ๊ะ!

รู้จักเส้นทางบินที่ไกลๆ กันแล้ว มารู้จักกับ “เส้นทางที่ใกล้ที่สุดในโลก” กันหน่อยดีไหม เส้นทางบินมีระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้น ไปยังจุดหมายปลายทางเพียง 2.7 กิโลเมตรเท่านั้น โดยเริ่มต้นที่ เกาะเวสเทรย์ ไปยัง เกาะปาปา เวสเทรย์ ในหมู่เกาะออร์กนีย์ ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ ในสหราชอาณาจักร ส่งผลให้เที่ยวบินนี้ถูกยกเป็นเที่ยวบินที่ใช้เวลาในการเดินทางสั้นที่สุดในโลก รับรองโดย กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด

สายการบิน Loganair ของสกอตแลนด์ เป็นผู้จัดการบินเส้นทางนี้ โดยเครื่องบินลำเล็กที่มีที่นั่งเพียง 8 ที่นั่งเท่านั้น ปกติแล้วจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 นาที แต่หากมีลมช่วยพัดส่งล่ะก็ มันจะใช้เวลาสั้นลงเพียง 47 วินาทีเท่านั้น เครื่องบินก็ถึงจุดหมายปลายทาง (และก็ไม่จำเป็นต้องมีบริการอาหาร-เครื่องดื่มด้วย ก็เร็วขนาดนั้นใครจะเสิร์ฟทัน ผู้โดยสารพกเครื่องดื่มมาเองยังเปิดกระป๋องดื่มไม่หมดเลย)

คือมันใกล้กว่าการขึ้นบินจากสนามบินดอนเมือง ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิอีกแนะ โดยค่าโดยสารอยู่ที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐ ผู้โดยสารส่วนใหญ่คือ นักท่องเที่ยว แพทย์ พยาบาลหรือคนไข้ เพราะที่เกาะปาปา เวสเทรย์ มีผู้อยู่อาศัยแค่ไม่ถึง 100 คน แต่มีแหล่งโบราณคดีสำคัญถึง 60 แห่ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น

Welcome to My Blog

สวัสดีครับ ผมมาฝึกงานที่การบินไทย สนามบินสุวรรณภูมิ

Calendar

ตุลาคม 2018
พฤ อา
« ก.ย.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

Categories

%d bloggers like this: